法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พ.ศ. 2541

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
43
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยการบังคับคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

พ.ศ. 2541

โดยที่ได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2541 ว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งบัญญัติให้อํานาจหน้าที่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในหลายส่วนที่จะต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว แต่ยังไม่มีระเบียบ ปฏิบัติเกี่ยวกับการนี้โดยเฉพาะ กระทรวงยุติธรรมจึงได้วางระเบียบขึ้นไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พ.ศ. 2541”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมบังคับคดี รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจ ออกระเบียบ คําสั่ง หรือข้อกําหนด วิธีการปฏิบัติงาน กับทั้งจัดให้มีแบบพิมพ์ขึ้น ตามความจําเป็นเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใดที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นําระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชําระบัญชี พ.ศ. 2520 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ให้ออกประกาศโดย

5.1 ส่งไปโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา

5.2 ส่งไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลาย อย่างน้อยสองฉบับ

5.3 ปิดไว้ ณ สํานักงานหนึ่งฉบับ

5.4 ส่งไปโฆษณาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงเมื่อเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แจ้งคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามข้อ 5 ไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง และธนาคาร แห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการประกอบกิจการ ของลูกหนี้ แล้วแต่กรณีโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งตั้งผู้ทําแผนหรือผู้ทําแผน คนใหม่ให้ออกประกาศโฆษณา และแจ้งคําสั่งตามข้อ 5 และข้อ 6 โดยอนุโลม และแจ้งไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้เสนอต่อศาล และ เจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบ ในการประกาศโฆษณาและแจ้งคําสั่งตั้งผู้ทําแผน ให้แจ้ง กําหนดเวลาให้เจ้าหนี้ทั้งหลายยื่นคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งเห็นชอบด้วยแผน ฟื้นฟูกิจการหรือเห็นชอบด้วยการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ ให้ออกประกาศโฆษณา และแจ้งคําสั่งตามข้อ 5 และข้อ 6 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งอนุญาตให้ทําข้อบังคับ ของลูกหนี้ขึ้นใหม่หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความ ในหนังสือบริคณห์สนธิ ของลูกหนี้ตามแนวทางที่กําหนดในแผนหรือแผนที่แก้ไข ให้ออกประกาศโฆษณา และแจ้งคําสั่งตามข้อ 5 และข้อ 6 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ หรือตั้งผู้บริหารแผนชั่วคราว ให้ออกประกาศโฆษณาและแจ้งคําสั่งตามข้อ 5 และ ข้อ 6 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแจ้งคําสั่งยกเลิกคําสั่งให้ฟื้นฟู กิจการหรือมีคําสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการแล้ว ให้ออกประกาศโฆษณาและแจ้งคําสั่ง ตามข้อ 5 และข้อ 6 โดยอนุโลม

อื่นๆ ๑ การประชุมตั้งผู้ทําแผน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาตั้งผู้ทําแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้โดยเร็วที่สุด โดย

12.1 ส่งไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลาย อย่างน้อย หนึ่งฉบับล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

12.2 ปิดไว้ ณ สํานักงานหนึ่งฉบับ

12.3 ส่งไปยังลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่ลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้เสนอต่อศาลและเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบ

ในการส่งประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งแบบแสดง ความประสงค์เข้าร่วมประชุมให้แก่เจ้าหนี้ พร้อมระบุให้ส่งสําเนาหลักฐานแห่งหนึ่ง ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนวันประชุม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อศาลมีคําสั่งไม่เห็นชอบด้วยกับมติเลือกผู้ทําแผนได้ หรือศาล เห็นสมควรให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการออกประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ตาม อีกครั้ง ข้อ 12 วรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน หากที่ประชุม เจ้าหนี้มีมติเลือกผู้ทําแผนได้ หรือไม่อาจมีมติเลือกผู้ทําแผนได้ ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานผลการประชุมเจ้าหนี้ที่พิจารณาเลือกผู้ทําแผนทุกครั้งต่อศาล ภายในสามวันนับแต่วันที่เสร็จการประชุม เพื่อให้ศาลพิจารณาและมีคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ต้องมีการตั้งผู้ทําแผนคนใหม่แทนคนเดิม ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการประชุมเจ้าหนี้และรายงานผลการประชุมให้ศาลทราบ หากที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติไม่ให้ตั้งหรือไม่อาจมีมติ หรือศาลมีเหตุอันสมควรที่จะไม่ให้ มีการตั้งผู้ทําแผนคนใหม่ตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รายงานขอให้ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโดยเร็ว

อื่นๆ ๒ การประชุมพิจารณาแผน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแผนพร้อมสําเนาจากผู้ทําแผน หรือผู้ทําแผนคนใหม่แล้ว ให้ออกประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิออกเสียง เพื่อพิจารณาแผนโดยเร็วที่สุด โดย

16.1 ส่งไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลาย อย่างน้อยหนึ่งฉบับล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสิบวัน

16.2 ปิดไว้ ณ สํานักงานหนึ่งฉบับ

16.3 ส่งไปยังเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิออกเสียง ลูกหนี้ และผู้ทําแผน พร้อมสําเนาแผนฟื้นฟูล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน หากที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่มี มติพิเศษยอมรับแผนหรือไม่ลงมติประการใด หรือไม่มีเจ้าหนี้มาประชุม ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานผลการประชุมเจ้าหนี้ต่อศาลโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติยอมรับแผน เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เห็นสมควรให้เสนอที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้ เพื่อสอดส่อง ดูแลการปฏิบัติงานตามแผนและรายงานมติของที่ประชุมเจ้าหนี้พร้อมทําคําชี้แจงเป็น หนังสือยื่นต่อศาลโดยเร็ว

ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาตั้ง คณะกรรมการเจ้าหนี้ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดเป็นหัวข้อ การประชุมเจ้าหนี้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อศาลมีคําสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว ถ้าผู้บริหารแผนเสนอขอ แก้ไขแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้ โดยดําเนินการตามข้อ 16 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อผู้บริหารแผนพ้นจากตําแหน่งและมีกิจการตามแผนที่ต้อง ดําเนินการต่อไป ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่โดยดําเนินการตามข้อ 16 โดยอนุโลม ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษ เลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานผลการประชุม เจ้าหนี้ต่อศาลโดยเร็ว

ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าที่ประชุม เจ้าหนี้ไม่อาจมีมติพิเศษเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วรายงาน ผลการประชุมเจ้าหนี้ต่อศาลโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ต้องทําคําขอและ บัญชีแสดงรายละเอียดแห่งทรัพย์สินพร้อมสําเนายื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งรับคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการออกใบรับ ให้แก่เจ้าหนี้ไว้เป็นหลักฐาน และส่งสําเนาคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการและ บัญชีแสดงรายละเอียดแห่งหนี้สินแก่ผู้ทําแผนโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการที่ไม่มีการโต้แย้ง ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งอนุญาตให้รับชําระหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เห็นสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น กรณีคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการที่มีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนและมีคําสั่งโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคําสั่ง ฟื้นฟูกิจการแล้ว คําขอรับชําระหนี้ในการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคําสั่งแก่ผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยเร็ว

อื่นๆ ๑ การจัดกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อศาลมีคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่มิได้มีการตั้งผู้ทําแผน หรือ ผู้บริหารชั่วคราว หรือผู้บริหารชั่วคราวพ้นจากอํานาจหน้าที่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ชั่วคราว และให้เรียกผู้บริหารของลูกหนี้ หรือ ผู้บริหารชั่วคราว หรือผู้ครอบครองส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และ เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน และกิจการของลูกหนี้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้จัดกิจการและทรัพย์สิน ของลูกหนี้ชั่วคราว เมื่อศาลมีคําสั่งตั้งผู้ทําแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ทําคําชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อผู้ทําแผนโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ถ้าบุคคลใดรับว่าเป็นหนี้ลูกหนี้ หรือรับว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ใน ความครอบครอง แต่ไม่ชําระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ยื่นคําขอต่อศาลให้บังคับบุคคลนั้นชําระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ภายในกําหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร และถ้าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตาม คําบังคับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษา

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแจ้งจากผู้ทําแผน หรือผู้บริหารแผน ว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชําระหนี้ หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้ ให้แจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าว ให้ชําระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และให้แจ้งไปด้วยว่า ถ้าจะปฏิเสธให้แสดงเหตุผลประกอบ ข้อปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกําหนดเวลาสิบวัน นับแต่วันได้รับแจ้งความ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นหนี้ลูกหนี้ตามที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความตามข้อ 27 ปฏิเสธหนี้ ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทําความเห็น เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นหนี้ก็ให้ จําหน่ายชื่อออกเสียจากบัญชีลูกหนี้และให้แจ้งต่อผู้ทําแผน หรือผู้บริหารแผนและ บุคคลนั้นทราบ แต่ถ้าเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นหนี้เท่าใดก็ให้แจ้งจํานวนเป็นหนังสือ ยืนยันไปยังบุคคลที่จะต้องรับผิดชอบนั้น และให้แจ้งไปด้วยว่า ถ้าจะคัดค้านประการใด ให้ร้องคัดค้านต่อศาลภายในกําหนดเวลาสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งความยืนยัน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความมิได้ปฏิเสธต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกําหนดเวลาสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งความ หรือในกรณีที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แจ้งความยืนยันให้ชําระหนี้แล้ว บุคคลนั้นมิได้ร้องคัดค้านต่อศาลภายใน กําหนดเวลาสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งความยืนยัน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มี คําขอต่อศาลให้บังคับบุคคลนั้นชําระหนี้ ภายในกําหนดเวลาที่ศาลเห็นสมควร

ถ้าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคําขอต่อศาลเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี เสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตาม ค่าพิพากษา

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าทําหน้าที่เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราว และการฟื้นฟูกิจการได้ดําเนินการเป็นผลสําเร็จตามแผนแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานขอให้ศาลมีคําสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการโดยเร็ว เมื่อศาลมีคําสั่งยกเลิก การฟื้นฟูกิจการแต่ผู้บริหารของลูกหนี้ยังไม่ได้เข้าจัดการกิจการและทรัพย์สินของ ลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าจัดการตามสมควรแก่พฤติการณ์จนกว่า ผู้บริหารของลูกหนี้จะเข้าจัดการได้

หากระยะเวลาดําเนินการตามแผนสิ้นสุดลง แต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็น ผลสําเร็จตามแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานให้ศาลทราบภายในสิบสี่วัน นับแต่ระยะเวลาดําเนินการตามแผนสิ้นสุดลง และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไปเท่าที่จําเป็นจนกว่าศาลจะมีคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อศาลมีคําสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการและตําแหน่งผู้บริหารของ ลูกหนี้ว่างอยู่จนไม่สามารถดําเนินกิจการต่อไปได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรียกประชุมผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ หรือดําเนินการตามกฎหมายเพื่อให้มีการแต่งตั้ง ผู้บริหารของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อศาลมีคําสั่งยกเลิกคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือมีคําสั่งยกเลิก การฟื้นฟูกิจการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของลูกหนี้ซึ่งอยู่ในความครอบครองแก่ ผู้บริหารของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด

อื่นๆ ๒ การกํากับดูแล

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กํากับดูแลการจัดการกิจการและทรัพย์สิน ของผู้บริหารชั่วคราว รวมทั้งกําหนดอํานาจหน้าที่และสั่งให้ผู้บริหารชั่วคราวทําคําชี้แจงในเรื่องบัญชีการเงินและเรื่องใดๆ เกี่ยวกับการจัดการกิจการและทรัพย์สิน หรือจะสั่งให้กระทําหรือมิให้กระทําการใดๆ ตามที่เห็นสมควรจนกว่าจะมีการตั้ง ผู้ทําแผน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แจ้งให้ผู้บริหารแผนจัดทํารายงาน การปฏิบัติงานตามแผน ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุกรอบสามเดือน นับแต่วันที่ ศาลมีคําสั่งเห็นชอบด้วยแผน เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้บริหารแผน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาล เพื่อขอให้มีคําสั่งให้ ผู้บริหารแผนพ้นจากตําแหน่งหรือมีคําสั่งตามที่เห็นสมควร ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ผู้บริหารแผนไม่ดําเนินการตามแผน

(2) ผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

(3) ผู้บริหารแผนก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้

(4) ผู้บริหารแผนขาดคุณสมบัติของผู้บริหารแผนตามที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวง

(5) มีเหตุอื่นที่ไม่สมควรให้เป็นผู้บริหารแผนต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ภายใต้บังคับข้อ 37 และข้อ 38 เมื่อศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการตามระเบียบกระทรวง ยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชําระบัญชี พ.ศ. 2520

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ กรณีเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ได้ชําระค่า ธรรมเนียมคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการไว้แล้ว ยื่นคําขอรับชําระหนี้ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งรับคําขอรับชําระหนี้นั้น ออกใบรับให้แก่เจ้าหนี้ไว้เป็น หลักฐาน โดยไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอีก

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดหัวข้อประชุมเพื่อประชุม เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งหรือหลายคน ทําหน้าที่เป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไว้ ในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกด้วย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําขอให้ศาลโอนเงินที่ผู้ร้องขอได้วาง ประกันไว้ต่อศาลขณะยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการตามที่เห็นสมควรมาให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ เพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

หากเงินที่ได้รับจากศาลตามวรรคหนึ่ง ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคําขอให้ศาลโอนเงินมาเพิ่มให้อีก

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แต่ผู้ร้องขอไม่ยอมวางเงินประกันค่าใช้จ่าย เพิ่มเติมตามที่ศาลมีคําสั่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกประกาศนัดประชุม เจ้าหนี้ทั้งหลายเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้ร้องขอแทนโดยเร็วที่สุด โดย

40.1 ปิดไว้ ณ สํานักงานหนึ่งฉบับ

40.2 ส่งไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลาย ลูกหนี้ และธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัยหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ แล้วแต่กรณีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานผลประชุมเจ้าหนี้ต่อศาลโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแจ้งกําหนดวันนัดพิจารณาของ ศาลในกรณีดังต่อไปนี้

(1) กําหนดวันนัดพิจารณาแผน หรือพิจารณารายงานของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับการประชุมเจ้าหนี้ในการพิจารณาแผนหรือการแก้ไขแผน

(2) กําหนดวันนัดพิจารณารายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่ขอให้ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

(3) กําหนดวันนัดพิจารณารายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจมีมติพิเศษเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้

(4) กําหนดวันนัดพิจารณารายงานการฟื้นฟูกิจการ ในกรณีที่ระยะเวลาดําเนินการตามแผนสิ้นสุดลง แต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็นผลสําเร็จตามแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งวันนัดพิจารณาให้ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทั้งหลาย ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน สําหรับกรณีตาม (1) ให้แจ้งกําหนดวันนัด ดังกล่าวให้ผู้ทําแผนทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในการประชุมเจ้าหนี้ทุกครั้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สังเกต พฤติการณ์ของเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง และทําคําชี้แจงเพื่อให้ศาล ใช้ประกอบในการพิจารณาในแต่ละกรณีด้วย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ เมื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควรจะจ้าง หรือมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือหลายคน ปฏิบัติการแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2541

สุทัศน์ เงินหมื่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

43 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พ.ศ. 2541 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_46dd30d4ba6595d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com