ข้อ ๔
ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการได้วินิจฉัยความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากอุตสาหกรรมภายใน จำนวน ๑ ราย คือ
บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า จำนวน ๖ ราย คือ
บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท
จิรคร จำกัด บริษัท เทพไทย เคมี จำกัด บริษัท ไทยเฟลเวอร์ แอนด์ แฟรกแร็นซ์ จำกัด
และบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวน ๓ ราย คือ Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. Kunming Malong Chemical Co., Ltd. และ Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd. ซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครบถ้วน ทั้งนี้
ข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๐)
โดยช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
และช่วงระยะเวลาเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ผลการพิจารณาความเสียหายเบื้องต้น
ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๔.๑
ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
๔.๑.๑
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๙๒.๐๒
เป็นร้อยละ ๙๗.๓๓
ของปริมาณการนำเข้ารวมในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นรวมกันมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ
๗.๙๘ เป็นร้อยละ ๒.๖๗ ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน
๔.๑.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
การทุ่มตลาดทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกัน
ในตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายใน ในลักษณะการตัดราคา โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการขายตัดราคาระหว่างร้อยละ
๑๓ ถึงร้อยละ ๑๗ ในปี ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
และมีแนวโน้มการกดราคาในปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๐
๔.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในประสบภาวะขาดทุนในปี
๒๕๔๙ แต่มีกำไรเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ผลผลิต
อุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการผลิต
เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เปรียบเทียบกับวัตถุดิบที่ใช้
พบว่าความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในคงที่
ผลตอบแทนการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ราคาสินค้าภายในประเทศ
สินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีราคาขายต่ำกว่าราคาสินค้าของอุตสาหกรรมภายใน
ระหว่างปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องปรับลดราคาขายลงเพื่อแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาด
กระแสเงินสด
อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นในปี
๒๕๔๘ และปี ๒๕๔๙ เนื่องจากการควบรวมกิจการในช่วงปลายปี ๒๕๔๘
และมีกระแสเงินสดลดลงในปี ๒๕๕๐ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังมีการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปี
๒๕๔๙ และลดลงเล็กน้อย ในปี ๒๕๕๐
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดและช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
พบว่าสินค้าคงคลังมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน
โดยอุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนลดลงโดยตลอดตั้งแต่ปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อัตราการเจริญเติบโต
พิจารณาจากปริมาณการขายภายในประเทศ
อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องในระหว่างปี ๒๕๔๘ ถึงปี
๒๕๕๐ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง
ระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในไม่มีการเพิ่มทุนตั้งแต่ปี
๒๕๔๙ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
โดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนร้อยละ ๖.๙๕ ถึงร้อยละ ๓๑.๔๒ ของราคา
ซี.ไอ.เอฟ.
ซึ่งการทุ่มตลาดดังกล่าวส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๙๒.๐๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ในปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๙๗.๓๓
ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
๔.๓
การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
๔.๓.๑
ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติการนำเข้าของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
มีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ ๗.๙๘ ในปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๒.๖๗
ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
๔.๓.๒
ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ความต้องการใช้สินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศมีอัตราลดลงในระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๔๙ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากปี ๒๕๔๙
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด อย่างไรก็ตาม
ปริมาณการขายของอุตสาหกรรมภายในมีอัตราลดลงมากกว่าการลดลงของความต้องการใช้ภายในประเทศระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๔๙ และมีการลดลงอย่างต่อเนื่องแม้ความต้องการใช้ภายในประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
ซึ่งเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของอุตสากรรมภายในและของประเทศอื่น ๆ
พบว่าลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวน
ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาด
หรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ เนื่องจาก
(๑)
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(๒)
มีผลกระทบต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศโดยมีการขายตัดราคา
และมีแนวโน้มการกดราคา
(๓)
มีผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายใน ซึ่งจากการพิจารณาปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน
ปรากฏว่าสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสูงขึ้นเป็นลำดับ
ทำให้ส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง
และทำให้ยอดจำหน่ายในประเทศ ปริมาณการขายในประเทศ
ผลผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิต
ค่าจ้างแรงงานและอัตราการเจริญเติบโตลดลงรวมทั้งทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีแนวโน้มลดลง
(๔)
มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศพ.ศ.
๒๕๔๒ โดยในช่วงปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ
จากร้อยละ ๙๒.๐๒ ในปี ๒๕๔๘ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๙๗.๓๓
ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๖.๙๕ ถึงร้อยละ
๓๑.๔๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน อันได้แก่
ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น และความต้องการใช้ภายในประเทศ
พบว่ามิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน