法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์

ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๕๓

เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ได้มีส่วนร่วมในการบริหาร

พัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเองและมีบทบาทในการพัฒนา ป้องกัน

แก้ไขปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลลำนารายณ์รวมถึงสอดคล้องกับวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนกับเทศบาลฯ

ในการจัดบริการสาธารณะ ตามอำนาจหน้าที่และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส (๔) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.

๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา

๕๐ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒

เทศบาลตำบลลำนารายณ์โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ในคราวประชุมสมัยสามัญ

สมัยที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ จึงวางระเบียบ

เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๗

(๒) ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๓) ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีตำบลลำนารายณ์รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา

ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีมีเหตุจำเป็น

นายกเทศมนตรีตำบลลำนารายณ์อาจยกเว้นการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้เป็นกรณีได้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“เทศบาล” หมายความว่า

เทศบาลตำบลลำนารายณ์

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลลำนารายณ์

“ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนพักอาศัยหนาแน่น

ชุมชนแออัด ชุมชนชานเมือง เคหะชุมชน หมู่บ้านจัดสรรและหรือชุมชนเมืองที่เทศบาลตำบลลำนารายณ์กำหนดขึ้น

โดยทำเป็นประกาศเทศบาลตำบลลำนารายณ์

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระเบียบนี้ และได้รับการแต่งตั้งจากเทศบาล

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนในชุมชนนั้น ๆ โดยเทศบาลประกาศแต่งตั้ง

เพื่อบริหารงานภายในชุมชนที่อาศัย

“ประธานคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้นและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการชุมชนให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการชุมชน

“ที่ปรึกษากรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการชุมชน

“สมาชิกชุมชน” หมายความว่า

ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชน

“ผู้อำนวยการเลือกตั้ง” หมายความว่า

ปลัดเทศบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดเทศบาล

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง/มอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

วัตถุประสงค์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อให้ชุมชนได้มีการรวมตัวกันคัดเลือกคณะกรรมการขึ้นมา

เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเอง ตลอดจนร่วมมือกันพัฒนาชุมชนให้สมาชิกในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เพื่อให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันเป็นพื้นฐานของการปกครองประเทศ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งทั้งทางด้านเศรษฐกิจ

สังคม เกิดความรักสมัครสมานสามัคคีภายในชุมชนของตนเอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและสืบสานศิลปวัฒนธรรม

ประเพณี ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ตลอดไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

เพื่อพัฒนาและนำบริการหรือโครงการต่าง ๆ ไปช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้แบ่งพื้นที่ภายในเขตเทศบาลออกเป็นเขตชุมชนตามประกาศของเทศบาลโดยตั้งชื่อชุมชนของแต่ละเขตที่จัดตั้งขึ้น

และในชุมชนหนึ่ง ๆ ให้มีคณะกรรมการชุมชนจากการเลือกตั้งของสมาชิกที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งโดยการเลือกตั้งของประชาชนในชุมชน

มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๙ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน ตามประกาศของเทศบาล

โดยนายกเทศมนตรีแต่งตั้งให้ทำหน้าที่บริหารชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บุคคลดังต่อไปนี้

เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒)

เป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในเขตชุมชนเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

(๓) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง

(๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๕) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

(๖) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

หรือวิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๗) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ

(๘) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ

ไม่ใช้ตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดหรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๙) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ได้แก่

(ก)

โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม

(ข) วัณโรคในระยะอันตราย

(ค) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม

(ง) โรคพิษสุราเรื้อรัง

(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุกหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

โดยได้พ้นโทษมาแล้วยังไม่ถึง ๕ ปีในวันเลือกตั้ง

เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๑) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บุคคลดังต่อไปนี้

เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคม

ของปีที่มีการเลือกตั้ง

(๓)

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในเขตชุมชนเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง

(๔) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน

กระทำได้ ๒ วิธี ดังนี้

วิธีที่ ๑ เลือกตั้งโดยวิธีเปิดเผย

วิธีที่ ๒ เลือกตั้งโดยวิธีลับ

การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน จะใช้วิธีที่ ๑ หรือวิธีที่ ๒ นั้น

ให้ประชาชนที่มาร่วมประชุมในขณะนั้นลงมติโดยถือเสียงข้างมาก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การกำหนดวันรับสมัคร วันเลือกตั้ง

สถานที่เลือกตั้ง ขั้นตอนและวิธีการเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เทศบาลกำหนด

ทั้งนี้

โดยไม่ขัดต่อระเบียบและกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในวันเลือกตั้งให้จัดการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนและขอมติวิธีการเลือกตั้งตามข้อ

๑๕

โดยให้นายกเทศมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม

ให้ปลัดเทศบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดเทศบาลเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง

ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อระเบียบและกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะกรรมการชุมชนมีโครงสร้าง

ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานคณะกรรมการชุมชน

(๓) กรรมการฝ่ายปกครอง

(๔) กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

(๕) กรรมการฝ่ายการคลัง

(๖) กรรมการฝ่ายสาธารณสุข

(๗) กรรมการฝ่ายพัฒนา

(๘) กรรมการฝ่ายการศึกษา

(๙) กรรมการฝ่ายสวัสดิการสังคม

(๑๐) กรรมการฝ่ายกิจการเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุ

(๑๑) เลขานุการคณะกรรมการฯ ซึ่งคณะกรรมการเลือกกันเอง

ให้คณะกรรมการชุมชนเลือกประธานคณะกรรมการชุมชน ๑ คน

รองประธานคณะกรรมการชุมชน ๑ คน กรรมการฝ่ายปกครอง ๑ คน

กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย ๑ คน กรรมการฝ่ายการคลัง ๑ คน

กรรมการฝ่ายสาธารณสุข ๑ คน กรรมการฝ่ายพัฒนา ๑ คน กรรมการฝ่ายการศึกษา ๑ คน

กรรมการฝ่ายสวัสดิการสังคม ๑ คน และกรรมการฝ่ายกิจการเด็กเยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ

๑ คน การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่ในที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีลับ

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลาก

ทั้งนี้ กรรมการคนหนึ่งอาจเป็นกรรมการฝ่ายมากกว่าหนึ่งฝ่ายก็ได้

ให้มีที่ปรึกษาคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ประจำชุมชนได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร

โดยประธานคณะกรรมการชุมชนแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ

และคุณสมบัติตามข้อ ๑๓

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้มีพนักงานเทศบาลตำบลลำนารายณ์หรือบุคคลจากหน่วยงานราชการอื่นหรือผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนเป็นที่ปรึกษาตามที่ชุมชนเห็นสมควร

โดยได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ คณะกรรมการชุมชน

ให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี นับแต่วันที่มีการเลือกตั้ง

นอกจากพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

คณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้

(๑) ตาย

(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานคณะกรรมการชุมชน

(๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๓

(๔) ขาดการประชุมติดต่อกันเกิน ๓ ครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

และที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

(๕) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ๒ ใน ๓

เข้าชื่อเสนอต่อนายกเทศมนตรีให้พ้นจากตำแหน่งและนายกเทศมนตรีให้ความเห็นชอบ

(๖) คณะกรรมการชุมชนมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

โดยเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่หรือมีความประพฤติในการที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

โดยต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการชุมชนที่มีอยู่ในตำแหน่ง

(๗) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

การลาออกตาม (๒)

จะมีผลทันทีเมื่อยื่นหนังสือลาออกต่อประธานคณะกรรมการชุมชนเมื่อประธานฯ

ได้รับหนังสือลาออกแล้ว

ให้รายงานนายกเทศมนตรีเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตามระเบียบข้อ ๒๑ ต่อไป

ยกเว้นการลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการชุมชน

ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี และจะมีผลทันทีเมื่อยื่นหนังสือลาออก

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงด้วยเหตุอื่นนอกจากครบวาระ

ให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน

และให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุมชนคงเหลือไม่ถึง ๑๘๐ วัน

หน้าที่คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชน และเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในชุมชน

(๒) สำรวจ ค้นหาปัญหาในชุมชนและวางแผนพัฒนาระดับชุมชน

(๓) ประสานงานระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๔) ร่วมมือกับประชาชนหาหนทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน

โดยวิธีการของประชาธิปไตย

(๕) เสริมสร้างความสามัคคีของผู้อยู่อาศัยในชุมชน

(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติและชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้กรรมการในตำแหน่งต่าง

ๆ มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ประธานคณะกรรมการ มีหน้าที่

(ก) เป็นประธานในการประชุม

(ข) ควบคุมการนับคะแนนเสียงและชี้ขาดในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน

(ค) ควบคุมและติดตามการดำเนินงานของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ

(ง) เป็นตัวแทนกรรมการชุมชนในการติดต่อ

ประสานงานกับหน่วยงานราชการองค์กรและหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ

(จ) ทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำพัฒนาชุมชน และงานอื่น ๆ

ที่ได้รับมอบหมายจากเทศบาล

(๒) รองประธานกรรมการ มีหน้าที่ดำเนินการแทนประธานกรรมการ

ในกรณีที่ประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการมอบหมาย

(๓) เลขานุการคณะกรรมการ มีหน้าที่

(ก) ทำหนังสือเชิญประชุม

(ข) จัดระเบียบวาระการประชุมและจดบันทึกรายงานการประชุม

เพื่อเสนอต่อที่ประชุมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ค) ปฏิบัติงานสารบัญและจัดเก็บดูแลเอกสารของชุมชน

(ง) ประสานงานกับทุก ๆ ฝ่าย

(จ) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการมอบหมาย

และงานอื่นทั่วไปที่ไม่มีอยู่ในหน้าที่ของฝ่ายใด

(๔) ฝ่ายปกครอง มีหน้าที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน

ดูแลกิจการในชุมชนให้เป็นไปตามกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี จารีตประเพณี

และนโยบายส่วนรวมของชาติแนะนำ

และส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีความสนใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการปกครองส่วนท้องถิ่น

รวมทั้งการเสริมสร้างความสามัคคีของส่วนรวม

(๕) ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหน่วยกำลังคุ้มกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน

รวมทั้งการเสริมสร้างความสามัคคีของส่วนรวม

(๖) ฝ่ายการคลัง

มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินและบัญชีของชุมชนและทรัพย์สินของชุมชน

(๗) ฝ่ายสาธารณสุข มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การอนามัย

การวางแผนครอบครัวการสุขาภิบาล ตลอดจนการป้องกันและรักษาสภาวะแวดล้อมของชุมชน

(๘) ฝ่ายพัฒนา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพของประชาชนและพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ โดยร่วมมือกับคณะกรรมการฝ่ายอื่น

ๆ ตามนโยบายของคณะกรรมการชุมชน

(๙) ฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษา การลูกเสือ

เด็กเยาวชนและสตรีตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวกับการศาสนาและวัฒนธรรม

การกีฬาและนันทนาการ การประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ ตลอดจนกิจกรรมและการดำเนินงานของชุมชน

(๑๐) ฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่เกี่ยวกับสวัสดิการของประชาชนและสงเคราะห์ผู้ยากจนที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้

(๑๑) ฝ่ายกิจการเด็ก เยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ

มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผนพัฒนาเด็กเยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ

ในการดำเนินงานของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อาจจัดตั้งกลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี

กลุ่มแม่บ้านกลุ่มอาชีพ กลุ่มอาสาพัฒนาชุมชน กลุ่มอาสาสมัครต่าง ๆ

ช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรรมการชุมชนแต่ละฝ่ายได้ตามที่เห็นสมควร

การประชุมและการลงมติ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้มีการประชุมคณะกรรมการชุมชนครั้งแรกภายใน

๑๕ วัน นับแต่วันเลือกตั้งเพื่อเลือกประธานคณะกรรมการชุมชน รองประธานคณะกรรมการชุมชนและกรรมการฝ่ายต่าง

ๆ ตามข้อ ๑๘

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการชุมชนประชุมกันเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

แต่ถ้ามีความจำเป็นอาจเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษได้ การกำหนดวัน

เวลาและสถานที่ในการประชุมให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุม

โดยคำนึงถึงความสะดวกและการประกอบอาชีพของกรรมการชุมชนเป็นหลัก

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การนัดประชุม

ให้เลขานุการคณะกรรมการชุมชนจัดทำหนังสือเชิญประชุมแจ้งให้คณะกรรมการชุมชนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

๓ วัน เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนประธานคณะกรรมการชุมชนอาจเชิญประชุมด้วยวาจาก็ได้

การประชุมให้กระทำโดยเปิดเผยและเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนเข้าฟังได้

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะลงมติให้ประชุมลับ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การประชุมต้องมีคณะกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการชุมชนเท่าที่มีอยู่

จึงจะครบองค์ประชุม

ประธานคณะกรรมการชุมชน มีหน้าที่ดำเนินการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามระเบียบวาระการประชุม

ในกรณีประธานคณะกรรมการชุมชนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานคณะกรรมการชุมชนเป็นประธานในที่ประชุมและถ้าประธานคณะกรรมการชุมชนและรองประธานคณะกรรมการชุมชนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการประชุมแต่ละครั้ง

ให้เลขานุการคณะกรรมการชุมชนจดบันทึกรายงานการประชุมแล้วรายงานให้เทศบาลตำบลลำนารายณ์ทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การลงมติ

ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ กรรมการชุมชนคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อมีปัญหาโต้แย้งเกี่ยวกับการประชุมตามหมวดนี้

หรือกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในหมวดนี้ ให้ประธานนำข้อโต้แย้งนั้นเสนอต่อนายกเทศมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นที่สุดและให้ใช้ได้เฉพาะในการประชุมคราวนั้น

การควบคุมดูแล

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนหรือมติที่ประชุมให้เป็นไปตามกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ และอาจมีคำสั่งระงับการดำเนินการใด ๆ

ซึ่งเห็นว่าเป็นผลเสียแก่ชุมชนหรือราชการ

และให้ปลัดเทศบาลเป็นผู้ช่วยเหลือนายกเทศมนตรี

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

ให้นายกเทศมนตรีหรือปลัดเทศบาลมีอำนาจเรียกกรรมการชุมชนมาชี้แจงหรือให้ข้อเท็จจริง

ตลอดจนเรียกรายงานและเอกสารใด ๆ จากคณะกรรมการชุมชนมาตรวจสอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่นายกเทศมนตรีเห็นว่ากรรมการชุมชนผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ไปในทางที่อาจเสื่อมเสียต่อชุมชนหรือเสียหายแก่ทางราชการ

และนายกเทศมนตรีได้แนะนำตักเตือนแล้วไม่ปฏิบัติตามนายกเทศมนตรีอาจมีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้มีคณะทำงาน

ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ

ของเทศบาลตำบลลำนารายณ์ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลลำนารายณ์

ที่ได้รับมอบหมายเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ทำหน้าที่ช่วยเหลือนายกเทศมนตรีในการควบคุมประสานงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุมชนตามระเบียบฯ

นี้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ คณะกรรมการชุมชนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปจนกว่าจะหมดวาระ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ธัญญมน

ศรีผ่าน

นายกเทศมนตรีตำบลลำนารายณ์

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๔๕ ง/หน้า ๑/๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลลำนารายณ์ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_48377a75e4643ac7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com