法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
48
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ และข้อ ๙ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๘ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๔

(๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๕

(๓) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗

(๔) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๐

(๕) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

(๖) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๗) ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

(๗) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๘) ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

(๘) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๙) ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๔

(๙) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๐) ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕

(๑๐) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖

(๑๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

(๑๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๓) ลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“นิติบุคคลรับอนุญาต” หมายความว่า ตัวแทนรับอนุญาตตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

“ธุรกิจในเครือ” หมายความว่า บรรดานิติบุคคลที่มีบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงบรรดานิติบุคคลซึ่งนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลหลังด้วย ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

“ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ” หมายความถึง จัดตั้งกิจการในต่างประเทศหรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

“กิจการในเครือที่ต่างประเทศ” หมายความถึง สำนักงานสาขาหรือตัวแทนที่อยู่นอกประเทศของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้เป็นหุ้นส่วนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของห้างนั้น บริษัทจำกัดในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้ถือหุ้นรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น และให้หมายความรวมถึงกิจการในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้มีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น

การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศนอกจากกรณีที่ระบุในข้อ ๒ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ผู้ส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศต้องยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานโดยชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นพร้อมเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตได้รับคำขอและเอกสารประกอบ (ถ้ามี) จากผู้ขอและตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าข้อความในคำขอและเอกสารประกอบแท้จริงและถูกต้อง ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรองและประทับตราบนคำขอรวมทั้งเอกสารประกอบ และส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าพนักงานพิจารณา

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตคำขอแล้ว ให้ผู้ขอนำหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่เดินทางออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ธนาคารที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยขอส่งหรือนำเงินตราที่ถอนจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศของตนเกินกว่าจำนวนที่ระบุในข้อ ๒ (๒) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ กลับไปยังประเทศดังกล่าว เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ เมื่อปฏิบัติตามข้อ ๕ แล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศตามข้อ ๔ และกรณีธนาคารรับอนุญาต ส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศในจำนวนไม่เกินมูลค่าของเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารในต่างประเทศส่งหรือนำเข้ามาแลกเปลี่ยน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตหรือธนาคารรับอนุญาตแล้วแต่กรณีมีหนังสือถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดราคา และจำนวนเงินตราที่จะส่งหรือนำออกนอกประเทศ พร้อมทั้งรับรองว่าเงินตราที่ส่งหรือนำออกนอกประเทศดังกล่าวเป็นไปตามข้อ ๔ แห่งประกาศนี้ หรือตามข้อ ๒ (๑) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ แล้วแต่กรณี

การยกเว้นหรือผ่อนผันเกี่ยวกับค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกตามข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดังต่อไปนี้

(๑) รับชำระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) รับชำระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาท

(๓) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ สำหรับการส่งของออกไปนอกประเทศเพื่อซ่อมแซม ทดสอบ แสดงเผยแพร่ ชดเชยของที่ชำรุดสูญหายหรือแลกเปลี่ยนกับของที่นำเข้ามาในประเทศ

(๔) ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ สำหรับการส่งของออกที่ผู้ซื้อชำระเงินเกินกว่า ๑๒๐ วัน นับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ หรือเกินกว่ากำหนดเงื่อนเวลาการชำระค่าของ ทั้งนี้ ระยะเวลาการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศต้องไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ

(๕) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(๖) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียว โดยให้รวมถึงหนี้ของธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออก รับชำระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทตาม (๑) ได้

เจ้าพนักงานยกเว้นหรือผ่อนผันตาม (๒) ถึง (๖) เมื่อผู้ขอยื่นแบบคำขออนุญาตตามที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง และให้จัดทำสำเนาแบบคำขออนุญาตที่ได้อนุญาตแล้วมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีขอยกเว้นตามข้อ ๗ และข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาตและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตแต่ประสงค์จะดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

(๒) โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อชำระคืนหนี้เงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศ และไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๔ ข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานในแต่ละกรณีดังนี้

(๑) รับชำระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาทตามข้อ ๖ (๒) ให้เรียกใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

(๒) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๖ (๓) ให้เรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(๓) ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๖ (๔) ให้เรียกหนังสือชี้แจงความจำเป็นของผู้ขอ พร้อมทั้งเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารของผู้ซื้อในต่างประเทศที่แจ้งถึงความจำเป็นในการชำระหนี้เกินกว่า ๑๒๐ วัน หรือขอเลื่อนกำหนดการชำระเงิน

(๔) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้ตามข้อ ๖ (๕) ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการรับจ้างผลิต ซึ่งแสดงมูลค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(๕) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียวตามข้อ ๖ (๖) ให้เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องอันแสดงการหักกลบลบหนี้ และเอกสารหลักฐานประกอบตามแต่กรณีตามที่กำหนดในข้อ ๑๕

(๖) ยกเว้นไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต และมีวัตถุประสงค์เพื่อโอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๗ (๑) ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่กำหนดในข้อ ๑๕ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อโอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๗ (๒) ให้เรียกสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(๗) การขอยกเว้นตามข้อ ๖ (๖) กรณีหักกลบลบหนี้ของธุรกิจในเครือและตามข้อ ๗ กรณีชำระเงินแทนธุรกิจในเครือ ให้เรียกหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ นอกเหนือจากที่กล่าวในข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาต โดยเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) การขอยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าหลายราย ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยละเอียด รายละเอียดเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายที่จะนำมาหักกลบลบหนี้ ชื่อศูนย์หักกลบลบหนี้ ขั้นตอนในการหักกลบลบหนี้สกุลเงินที่จะใช้ในการชำระผลของการหักกลบลบหนี้ และรายชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตที่จะใช้บริการโอนเงินที่เกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้

(ข) เอกสารหลักฐานการจัดตั้งนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรอง ทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒) การขอยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีอื่นๆ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

การยกเว้นการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บุคคลที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ยกเว้นบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๓ เดือน

(๒) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(๓) ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีขอยกเว้นตามข้อ ๗ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาต และไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต แต่ประสงค์จะดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

(๒) โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อชำระคืนหนี้เงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๕ หรือสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อตามแต่ละกรณี และหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือกรณีชำระเงินแทนธุรกิจในเครือและนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการโอนเงินตราต่างประเทศตามความประสงค์ของผู้นั้นได้ และปฏิบัติตามข้อ ๔๔ ข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗ ด้วย

การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลทั่วไป ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ โอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ เมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ แล้ว

(๑) เพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นจำนวนเกินกว่าปีละ ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด แต่ไม่เกินปีละ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๒) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศในรูปอื่นนอกจากธนบัตร ธนาคารบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ เป็นจำนวนเกินกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๓) เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี

(๔) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นที่พักอาศัยในวงเงินรวมไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๕) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน ดังนี้

(๑) ชำระค่าของที่นำเข้าหรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยไม่นำของเข้ามาในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(ก) สัญญาซื้อขาย

(ข) บัญชีราคาสินค้า

(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินจากผู้ขาย

(๒) ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และ

(ข) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์

(๓) ซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับ

(ข) เอกสารโครงการซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกัน และ

(ค) เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์การเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน

(๔) ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลการลงทุน

(ข) รายละเอียดของการลงทุน

(ค) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผู้ลงทุน อันได้แก่ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง และ

(ง) หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น

เอกสารตาม (ง) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นภายหลังจากที่ได้มีการลงทุนแล้วได้

(๕) ให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของหรือการถือหุ้น และ

(ข) หลักฐานการกู้ยืมที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืม

(๖) ส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของผู้รับ เช่น หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร

(๗) ส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้รับมรดก เช่น สำเนาพินัยกรรมหรือหนังสือของผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ที่แสดงการจัดสรรเงินมรดกให้แก่ผู้รับ

(๘) ส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เช่น บัญชีเครือญาติ

(๙) เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หนังสือเดินทาง

(ข) ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วยานพาหนะเดินทาง

(๑๐) ชำระคืนต้นเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ และ

(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ หรือแบบ ธ.ต. ๔๐

(๑๑) ชำระดอกเบี้ยเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ ทั้งนี้ เฉพาะในการส่งเงินค่าดอกเบี้ยครั้งแรก

(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ หรือแบบ ธ.ต. ๔๐ และ

(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินค่าดอกเบี้ย หรือเอกสารแสดงการคำนวณดอกเบี้ย กรณีไม่มีเอกสารเรียกเก็บเงิน

(๑๒) ส่งคืนเงินลงทุนในหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหน่วยลงทุน ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงการขาย การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการถือกรรมสิทธิ์

(๑๓) ส่งคืนเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงการถือกรรมสิทธิ์ สำหรับการถือตราสารทางการเงินจนครบกำหนดหรือไถ่ถอนก่อนกำหนด

(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ สำหรับการขายตราสารทางการเงินต่อให้บุคคลอื่น

(๑๔) ส่งคืนเงินทุนของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการจัดตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น ใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์

(ข) หลักฐานการนำเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาทให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ หรือแบบ ธ.ต. ๔๐ และ

(ค) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น สำเนาบัญชีเงินฝาก

(๑๕) ส่งคืนเงินประกันหรือเงินกำไร จากการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองจากนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า

(๑๖) ส่งคืนเงินลงทุนของกองทุนรวมเนื่องจากการลดทุนของกองทุนรวม ทั้งนี้ การลดทุนดังกล่าวต้องมิได้เกิดจากการระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ หรือรายได้ทางอ้อมที่เกิดจากการระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) หลักฐานการนำเงินเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ หรือแบบ ธ.ต. ๔๐

(ข) มติที่ประชุมของกองทุนรวมในการลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

(ค) งบการเงินที่กองทุนรวมรับรองความถูกต้อง

(ง) รายละเอียดแสดงทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในขณะที่ลดทุนและ

(จ) หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินในการลดทุน

เอกสารตาม (ง) และ (จ) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งให้เจ้าพนักงานภายใน ๕ วันทำการ นับจากวันที่ส่งคืนเงินลงทุน

(๑๗) ส่งคืนเงินลงทุนกรณีเลิกกิจการ ลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หนังสือรับรองเสร็จสิ้นการชำระบัญชีของผู้ชำระบัญชี ในกรณีที่เลิกกิจการ

(ข) หนังสือรับรองทุนจดทะเบียนที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น

(๑๘) ส่งเงินคืนค่าขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) สัญญาซื้อขาย และ

(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

(๑๙) ส่งเงินค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) สัญญาเช่า และ

(ข) หลักฐานการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลต่างประเทศ

(๒๐) ส่งคืนเงินที่บุคคลต่างประเทศเคยนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการนำเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ หรือแบบ ธ.ต. ๔๐ และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งออกเป็นเงินของบุคคลต่างประเทศนั้น เช่น สำเนาบัญชีเงินฝาก

(๒๑) ส่งเงินปันผล ต้องเรียกหลักฐานการจ่ายเงินปันผล เช่น ใบแจ้งการจ่ายเงินปันผลของบริษัทผู้จ่าย

(๒๒) ส่งเงินกำไรออกไปให้สำนักงานใหญ่ ต้องเรียกงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองแล้ว หรืองบการเงินระหว่างกาลที่บริษัทได้รับรองความถูกต้องแล้ว หากเป็นการส่งกำไรระหว่างกาล

(๒๓) เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา ต้องเรียกหลักฐานการศึกษา เช่น หนังสือรับรองของสถานศึกษาหรือหนังสือรับรองของ ก.พ.

(๒๔) ส่งเงินออมของชาวต่างประเทศที่ทำงานในประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง

(๒๕) วัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลในต่างประเทศ เช่น สัญญา เอกสารเรียกเก็บเงิน

การซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่มีจำนวนเงินต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด นอกจากกรณีตามข้อ ๑๘ (๓) ถึง (๔) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องกระทำโดยบุคคลที่มีภาระการชำระเงินตามที่ปรากฏในเอกสารหลักฐาน หรือที่สอดคล้องกับหลักฐานเท่านั้น การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีภาระโดยกระทำในนามของผู้มีภาระนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกเอกสารการมอบอำนาจให้กระทำการแทนด้วย

ในกรณีการชำระเงินให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีสิทธิรับเงินตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือที่สอดคล้องกับหลักฐาน นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกคำสั่งของบุคคลในต่างประเทศซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าวที่ให้บุคคลอื่นรับเงินแทน หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็นและเมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารหลักฐานที่แท้จริงและถูกต้องแล้ว ให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลใดขอซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศให้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อมาประกอบการขอซื้อ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทยขอซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้างมาประกอบการขอซื้อ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศเป็นจำนวนเกินกว่าปีละ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้ แหล่งที่มาของเงินทุน และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้

(ข) งบการเงินล่าสุดของผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว

(ค) หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น (เฉพาะกรณีการส่งเงินไปลงทุน)

(ง) หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างผู้ลงทุนหรือให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้ และ

(จ) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๒ (๒) ถึง (๔) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๑๔ (๓) ถึง (๕) แห่งประกาศนี้ แต่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

(ข) หลักฐานสำหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๓) การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๔) การโอนเงินกรณีการทำสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงกับสถาบันการเงินในต่างประเทศให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของสัญญา

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของสัญญาและธุรกรรมที่รองรับการทำสัญญา และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๕) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีตามข้อ ๑๕ (๑) ถึง (๒๕) แต่เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ถึง ข้อ ๔๗

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ ฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไว้กับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณีโดยไม่จำกัดจำนวน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(๒) ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาตภายใน ๓ เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศนั้น ทั้งนี้ เจ้าพนักงานยกเว้นให้ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศ หรือนิติบุคคลรับอนุญาตเกิน ๓ เดือน แต่ไม่เกิน ๖ เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศนั้น และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยภาระผูกพันที่กล่าวให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ และยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ

(๓) เงินฝากเงินตราต่างประเทศรวมทุกสกุลและทุกบัญชี ต้องมียอดคงเหลือไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด สำหรับบุคคลธรรมดา หรือ ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด สำหรับนิติบุคคล ทั้งนี้ เจ้าพนักงานยกเว้นให้นิติบุคคลมียอดคงเหลือในบัญชีรวมทุกสกุลและทุกบัญชีเกิน ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดได้

(๔) ให้ผู้ฝากแต่ละรายฝากเงินสดได้ไม่เกินวันละ ๕,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน (๒) ถึง (๔)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การฝากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของที่ส่งออกของบุคคลต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๓ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๓ เดือน

(๒) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(๓) ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศรวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

(๔) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของสถานทูตต่างประเทศซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๕) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๖) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นอกจากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๑) แล้ว เจ้าพนักงานอนุญาตให้ฝากเงินตราต่างประเทศและยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลในประเทศกู้ยืมจากกิจการวิเทศธนกิจและขอนำเข้าฝากในบัญชีของตน

(๒) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตามต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๓) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศอื่น

(๔) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศชำระให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ โดยมีเอกสารประกอบตามข้อ ๑๕

(๕) เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๖) เงินตราต่างประเทศที่นำเงินบาทจากบัญชีของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไปซื้อเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้น

(๗) เงินตราต่างประเทศซึ่งชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยขอซื้อจากนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อฝากตามข้อ ๑๗

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การฝากเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดในข้อ ๒๓ และข้อ ๒๕ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(๒) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(๓) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาต ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต หากผู้ฝากประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝาก ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ฝากดำเนินการแลกเปลี่ยนได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้นิติบุคคลรับอนุญาตจ่ายเป็นเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศสกุลที่ฝาก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ โดยผู้ถอนต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๐ ด้วย

(๑) ชำระให้แก่บุคคลในต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวในข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๒) ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๓) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีของตนฝากเข้าบัญชีเงินฝากของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

(๔) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

(๕) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือเพื่อชำระตาม (๑) หรือ (๒) ซึ่งธุรกิจในเครือมีภาระต้องชำระให้แก่บุคคลดังกล่าวภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่ฝากเข้าบัญชี

(๖) กรณีที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อ

ก. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

ข. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาลของประเทศไทยที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

(๗) ขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม (๕) หรือ (๖) ได้โดยนิติบุคคลรับอนุญาต ต้องจัดให้ผู้ฝากยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ถอนเงินตราต่างประเทศยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการถอนดังนี้

(๑) การถอนเงินตามข้อ ๒๙ (๑) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และหากเป็นการถอนเงินเพื่อชำระแทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(๒) การถอนเงินตามข้อ ๒๙ (๒) ให้ยื่นสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อและหากเป็นการถอนเงินเพื่อชำระหนี้แทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(๓) การถอนเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๙ (๓) หรือข้อ ๒๙ (๔) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๒๓ (๒)

(๔) การถอนเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือตามข้อ ๒๙ (๕) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุใน ข้อ ๑๕ หรือสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ พร้อมหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การขอผ่อนผันเกี่ยวกับการถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ ๒๙ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(๒) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(๓) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๒๙ (๑) ถึง (๖) หากผู้ถอนประสงค์จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ถอนแลกเปลี่ยนได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ถอนจะใช้เงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นในทันที

(๒) เมื่อปรากฏว่าผู้ถอนขอแลกเปลี่ยนและฝากเงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต โดยผู้ถอนมีภาระต้องใช้เงินตราต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ข้างต้นภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่ขอแลกเปลี่ยน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีบุคคลตามที่กล่าวในข้อ ๒๔ ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากให้บุคคลดังกล่าวได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ และเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการถอนได้ทุกกรณี

ในกรณีที่ผู้ขอฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้รับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการรับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ถึง ข้อ ๔๗

บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพิ่มเติมจากกรณีที่ระบุไว้ในข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) เงินบาทที่กู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๓) เงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๔ แห่งประกาศนี้

(๔) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับจากการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๕) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณะรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีส่งหรือนำเข้าจากประเทศดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ฝากยื่นเอกสารหลักฐานในแต่ละกรณีที่ระบุในข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๓๕ แห่งประกาศนี้ดังนี้

(๑) กรณีเงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศให้เรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงการขายเงินตราต่างประเทศ

(๒) กรณีเงินบาทที่กู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาตให้เรียกสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(๓) กรณีเงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ หรือข้อ ๑๔ แห่งประกาศนี้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕

(๔) กรณีเงินบาทตามข้อ ๓๕ (๔) ให้เรียกเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๕) กรณีเงินบาทตามข้อ ๓๕ (๕) ให้เรียกเอกสารใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับเงินบาทของบุคคลที่ระบุต่อไปนี้เข้าบัญชีเงินฝากได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ และข้อ ๔๗

(๑) สถานทูตต่างประเทศ ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติองค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(๒) คนสัญชาติไทยที่ไม่อยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า ๑ ปี

(๓) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย และมิได้ประกอบธุรกิจการธนาคาร

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การรับเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในกรณีอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๓๕ แห่งประกาศนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ฝากยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาตก่อน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เปิดไว้ระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขาในต่างประเทศในลักษณะบัญชีหักกลบลบหนี้ จะต้องกระทำเฉพาะการโอนเงินที่เป็นการชำระระหว่างสาขาธนาคารในต่างประเทศกับสำนักงานใหญ่เท่านั้น ส่วนการโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เป็นการชำระเงินของลูกค้าในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศจะต้องกระทำผ่านบัญชีที่เปิดไว้ในรูปบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเท่านั้น และการรับเงินเข้าและการถอนเงินจากบัญชีจะต้องเป็นไปตามข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และ ข้อ ๓๕ ถึง ข้อ ๓๘ แห่งประกาศนี้

การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ บุคคลใดนอกจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศขอกู้ยืมเงินขอรับสินเชื่อรูปแบบอื่นเป็นเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้กระทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ โดยยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๕ แห่งประกาศนี้

(๒) เพื่อขายให้นิติบุคคลรับอนุญาตนั้น

(๓) เพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตโดยยื่นสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

เมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเอกสารหลักฐานวรรคหนึ่งแท้จริงและถูกต้องและเป็นการกู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่แจ้งไว้ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้ โดยต้องเรียกให้บุคคลดังกล่าวทำสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ในกรณีที่ผู้ขอกู้เงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในขณะใดขณะหนึ่งรวมทั้งสิ้นเกินกว่า ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดได้

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงาน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออกต้องแจ้งรายการของที่นำเข้าหรือส่งออกและราคาของต่อเจ้าพนักงานผ่านพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด

ผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออกไม่ต้องแจ้งรายการต่อเจ้าพนักงานสำหรับของตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(๑) ตัวอย่างสินค้า

(๒) ของใช้ส่วนตัวของผู้เดินทางเข้ามาในประเทศหรือไปต่างประเทศ แล้วแต่กรณี

(๓) ภาชนะหรือสิ่งอื่นใดสำหรับใช้บรรจุของทุกชนิดที่ว่างเปล่านำเข้ามาเพื่อบรรจุสิ่งของส่งออก หรือที่ได้ใช้บรรจุของส่งออกไปแล้วนำกลับเข้ามา หรือที่ได้ใช้บรรจุของเข้ามาแล้วจะส่งกลับออกไปภายหลัง รวมตลอดทั้งแกนเปล่าด้วย หรือภาชนะหรือสิ่งอื่นใดสำหรับใช้บรรจุของทุกชนิดที่ว่างเปล่าส่งออกไปเพื่อบรรจุสิ่งของนำกลับเข้ามา หรือที่ได้ใช้บรรจุของเข้ามาแล้วส่งกลับคืนออกไป หรือที่ได้ใช้บรรจุของส่งออกแล้ว จะนำกลับเข้ามาภายหลัง รวมตลอดทั้งแกนเปล่าด้วย แล้วแต่กรณี

(๔) ฟิล์มที่ถ่ายบันทึกภาพแล้ว เพื่อทำการล้างแล้วจะนำกลับเข้ามาในภายหลัง หรือฟิล์มภาพยนตร์ตลอดจนภาพโฆษณาที่นำเข้ามาฉายตามโรงมหรสพหรือสถานีโทรทัศน์ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วส่งกลับคืนออกไป

(๕) ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เครื่องบินซึ่งทางการกรมตำรวจนำเข้า หรือที่ไม่มีการซื้อเงินตราต่างประเทศส่งออกไปชำระ ซึ่งสำนักงานสาขาของบริษัทการบินต่างประเทศจัดส่งออกไปยังสำนักงานใหญ่ แล้วแต่กรณี

(๖) ของที่นำเข้ามาโดยไม่มีการชำระเงิน แล้วส่งกลับออกไปภายในระยะเวลาที่ได้ทำสัญญาไว้กับกรมศุลกากร

(๗) ของที่ส่งกลับคืนออกไปในกรณีที่ของนั้นถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศแล้วนำกลับเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโดยไม่มีค่าตอบแทนการซ่อมแซม

(๘) เครื่องอุปโภคบริโภคที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจส่งหรือนำออกไปใช้ในราชการหรือกิจการระหว่างปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานนอกประเทศ แล้วแต่กรณี

(๙) ของที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจส่งหรือนำออกไปแสดงหรือซ่อมแซมและจะนำกลับเข้ามาภายหลัง

(๑๐) ของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคหรือช่วยเหลือในรูปให้เปล่าแก่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถาบันการศาสนาหรือมูลนิธิ หรือของที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือสภากาชาดไทย บริจาคเพื่อการกุศลแก่ผู้รับในต่างประเทศ

(๑๑) ของที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรพอใจว่านำเข้ามาเป็นการชั่วคราวเพื่อแสดงในงานสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนดูได้ทั่วไป หรือนำเข้ามาเพื่อใช้ในการประชุมระหว่างประเทศ

(๑๒) ของที่ใช้ในการเจาะสำรวจทรัพยากรธรณีที่บริษัทต่างประเทศ ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลไทยนำเข้ามาใช้ในประเทศ

(๑๓) น้ำมันที่เติมอากาศยานบินไปต่างประเทศ

(๑๔) ของที่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกนำเข้าหรือส่งออก แล้วแต่กรณี

(๑๕) ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เรือขนส่งระหว่างประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรพอใจว่าเป็นของที่ผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศหรือสาขาหรือตัวแทนของผู้ประกอบการดังกล่าว ส่งหรือนำออกเพื่อใช้ซ่อมแซมเรือที่ใช้ในกิจการขนส่งระหว่างประเทศของตน

(๑๖) ฟิล์มภาพยนตร์ ข่าวและเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือแถบบันทึกภาพและเสียงที่ได้บันทึกแล้วซึ่งนำเข้าหรือส่งออกทางอากาศยาน แล้วแต่กรณี

(๑๗) ของที่จำหน่ายในร้านค้าปลอดอากร ซึ่งผู้เดินทางไปต่างประเทศ ผู้เดินทางผ่าน หรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กำหนดในตั๋วเดินทางไปกลับหรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นำติดตัวออกไป

(๑๘) ของ รวมตลอดถึง เพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคำและเครื่องรูปพรรณทองคำขาวซึ่งผู้เดินทางผ่าน หรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กำหนดในตั๋วเดินทางไปกลับหรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นำติดตัวออกไป

(๑๙) ยุทธภัณฑ์ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมนำเข้า

(๒๐) ของที่นำเข้ามาเพื่อบริการคนโดยสารบนเครื่องบิน ซึ่งบริษัทการบินเป็นผู้นำเข้าทางอากาศยาน

(๒๑) หนังสือพิมพ์รายวัน รายคาบ รายปักษ์ และหนังสือพิมพ์ภาพข่าวซึ่งนำเข้าทางอากาศยาน

(๒๒) อุปกรณ์เหมืองแร่ ซึ่งผู้ประกอบการเหมืองแร่นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ของตน

(๒๓) ถุงสำหรับบรรจุแร่เพื่อส่งออก ป้ายติดถุงแร่หรือเชือกสำหรับเย็บถุงแร่ ซึ่งผู้ประกอบการเหมืองแร่นำเข้า

(๒๔) ของนอกจากที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้เดินทางผ่านหรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กำหนดในตั๋วเดินทางไปกลับ หรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นำติดตัวเข้ามา

(๒๕) ของนอกจากที่กำหนดใน (๑) ถึง (๒๔) ซึ่งนำเข้าหรือส่งออกแต่ละครั้งมีมูลค่าต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๒๖) ของที่ไม่ต้องยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

เมื่อผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออกได้ยื่นใบขนสินค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้วให้ถือว่าแบบใบขนสินค้าที่แจ้งดังกล่าวเป็นแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ บุคคลใดประสงค์จะขอซื้อ ขาย ฝาก ถอน เงินตราต่างประเทศ หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดให้บุคคลนั้นยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตามที่เจ้าพนักงานกำหนดและให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดทำสำเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน และในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตรับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตสำแดงจำนวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปีที่รับทำธุรกรรมในแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศด้วย

ในกรณีไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด นิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องจัดให้ผู้ขอทำแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเป็น ๒ ฉบับเพื่อแยกรายละเอียดของการรับและการจ่ายเงินตราต่างประเทศให้ชัดเจน

ในกรณีที่บุคคลใดขอซื้อ ขาย ฝาก ถอนเงินตราต่างประเทศ หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้นิติบุคคลรับอนุญาตออกหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยต้องสำแดง จำนวนเงินอัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปีที่รับทำธุรกรรมและวัตถุประสงค์ และให้จัดทำสำเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นเป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ส่งคำสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT ที่มีข้อมูลครบถ้วนเช่นเดียวกับแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่กำหนดในข้อ ๔๔ แทนการกรอกข้อมูลในแบบดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงนามรับรองและประทับตรา และสำแดงจำนวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และวันเดือนปีที่รับทำธุรกรรมในเอกสารดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเก็บรักษาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เอกสารคำสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT แบบคำขออนุญาต และเอกสารที่นิติบุคคลรับอนุญาตออกให้ รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ไม่น้อยกว่า ๓ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ นิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องรายงานการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน โอน ฝาก ถอน ให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ การฝากถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ รวมทั้งการรายงานด้านอื่น ๆ ภายใต้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศต่อเจ้าพนักงานผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและดูแลให้การรายงานข้อมูลดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ทัศนา รัชตโพธิ์

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พรพิมล/จัดทำ

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗

พัชรินทร์/อรดา/ตรวจ

๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๗

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๔๕ ง/หน้า ๕๕/๒๖ เมษายน ๒๕๔๗

48 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_487e2bf4714307c4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com