ข้อ ๔ ในการผลิต ดังนี้ ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
4.1 ปฏิบัติเกี่ยวกับสถานที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และภาชนะบรรจุ ในการผลิต ดังนี้
(1) สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทําเลที่เหมาะสม อาคารมั่นคงแข็งแรง และมีการระบายอากาศที่เหมาะสมที่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายนั้น ๆ โดยคําถึงความปลอดภัยในการประกอบการเป็นหลัก
(2) ภายในอาคารผลิตวัตถุอันตรายควรแบ่งแยกบริเวณพื้นที่ในการผลิตแต่ละประเภท เป็นสัดส่วนโดยใช้เส้นหรือเครื่องหมายแสดงพื้นที่ให้เห็นได้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการปะปนของวัตถุ อันตราย และพื้นของส่วนการผลิตวัตถุอันตรายต้องเรียบไม่กักขังหรือดูดซับสารเคมีใด ๆ
(3) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอแก่สภาพการทํางานในบริเวณนั้น ๆ
(4) จัดทําแผ่นป้าย “ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มน้ํา รับประทานอาหารหรือเก็บอาหารในบริเวณที่ปฏิบัติงาน
(5) จัดให้มีสถานที่สําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานล้างมือ ล้างหน้า ก่อนรับประทานอาหาร ดื่มน้ํา หรือสูบบุหรี่ หรือสถานที่สําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดปฏิบัติงานตามความเหมาะสม
(6) จัดให้มีที่อาบน้ําฉุกเฉิน ที่ล้างตาฉุกเฉินตามความจําเป็นและเหมาะสมกับคุณสมบัติ ของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ เพื่อทําความสะอาดร่างกายขั้นต้นเมื่อสัมผัสกับ วัตถุอันตราย
(7) สถานที่รับประทานอาหาร ดื่มน้ํา หรือสูบบุหรี่ที่จัดให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ต้องแยก เป็นสัดส่วนต่างหากจากสถานที่ปฏิบัติงาน
(8) จัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และภาชนะบรรจุ ที่เหมาะสมกับปริมาณ และการผลิตแต่ละประเภท โดยเฉพาะภาชนะบรรจุหรือถังที่ใช้ในการผลิตจะต้องไม่เกิดปฏิกิริยาทางเคมี กับวัตถุอันตรายที่ผลิต
(9) จัดให้มีป้ายแสดงชื่อวัตถุอันตรายและสัญลักษณ์ความเป็นอันตรายต่าง ๆ ตามคุณสมบัติของวัตถุอันตรายนั้น ไว้ที่อุปกรณ์การผลิตในขณะปฏิบัติงาน
(10) ทําความสะอาดเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจากการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับวัตถุอันตรายแต่ละชนิดเสร็จสิ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่ เหมาะสมเมื่อจะผลิตวัตถุอันตรายอื่นต่อไป
(11) มีวิธีการป้องกันมิให้วัตถุอันตรายรั่วไหลจากอุปกรณ์ในการผลิตในลักษณะ ที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
(12) ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่รั่วไหล สะดวกต่อการขนย้าย ไม่ชํารุดเสียหาย แตกหัก หรือบุบสลายได้ง่าย และไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีกับวัตถุอันตรายที่บรรจุอยู่ภายใน
(13) จัดให้มีระบบที่ดีและเหมาะสมเพื่อป้องกันกําจัด กลิ่น ละออง ไอระเหย ฝุ่นผงของวัตถุอันตราย โดยระบบดังกล่าวจะต้องสามารถป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่บริเวณใกล้เคียง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล และทรัพย์สิน
(14) ในกรณีที่มีการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ จากสถานที่ผลิตวัตถุอันตราย ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) จัดให้มีถังหรือบ่อพักสําหรับกักเก็บน้ําทิ้งจากการประกอบกิจการเพื่อรอ การบําบัดหรือจัดสร้างระบบบําบัดน้ําทิ้งที่มีประสิทธิภาพโดยสามารถบําบัดน้ําทิ้งให้มีคุณลักษณะเป็นไป ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเกี่ยวกับการระบายน้ําทิ้ง ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้ วิธีทําให้เจือจาง
(ข) จัดให้มีระบบกําจัดอากาศเสียจากการประกอบกิจการที่มีประสิทธิภาพโดยสามารถทําให้อากาศที่ระบายออกมานั้นมีปริมาณของสารเจือปนไม่เกินกว่าค่าที่กําหนดตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเกี่ยวกับปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกมา ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้วิธีทําให้เจือจาง
(ค) การทําลายภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายรวมทั้งเศษเหลือของวัตถุอันตราย ต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมกับวัตถุอันตรายและห้ามมิให้มีการทําลายสิ่งเหล่านั้นในบริเวณที่อาจก่อให้เกิด อันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม
4.2 จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสําหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ผลิต ดังนี้
(1) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามคุณสมบัติของวัตถุอันตราย เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้
(ก) เสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน
(ข) หมวก ถุงมือ รองเท้า
(ค) หน้ากาก และ แว่นตา ป้องกันสารเคมี
(ง) สิ่งกันเปื้อนที่ป้องกันการสัมผัสวัตถุอันตราย
(2) จัดให้มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ของวัตถุอันตราย หรือสถานที่ปฏิบัติงานนั้น
(3) จัดให้มีการอบรมชี้แจงแนะนําผู้ปฏิบัติงาน ให้เข้าใจถึงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้ ในขณะปฏิบัติงาน วิธีระมัดระวังป้องกันอันตราย การแก้ไข และการฝึกอบรม เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานทุกคนอย่างน้อยปีละครั้ง และสารเคมีอื่นที่เป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่อยู่ในสถานที่เก็บ
(4) จัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกันอันตราย จากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย และถ้าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบ ออร์กาโนฟอสเฟตหรือสารคาร์บาเมต ต้องตรวจวิเคราะห์หาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสด้วยพร้อมทั้ง จัดทําทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย และหากตรวจพบความผิดปกติอันเนื่องจากการ ปฏิบัติงานกับวัตถุอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม
(5) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน หรือเมื่อมีวัตถุอันตรายรั่วไหลหรือฟุ้งกระจาย ผู้ผลิตหรือผู้ซึ่งควบคุมการปฏิบัติงานต้องให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทํางานในบริเวณนั้นหรือบริเวณใกล้เคียงหยุดทํางานและออกไปให้พ้นรัศมีที่อาจได้รับอันตรายและดําเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและแก้ไขโดยมิชักช้า
(6) จัดให้มีเครื่องปฐมพยาบาลพร้อมทั้งคําแนะนําวิธีปฐมพยาบาลที่เหมาะสมกับ ประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ
4.3 จัดให้มีบันทึกการผลิตวัตถุอันตรายแต่ละครั้งของการผลิต โดยแบบบันทึกการผลิต อย่างน้อยต้องแสดง วัน เดือน ปีที่ผลิต ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขที่ครั้งที่ผลิต ปริมาณการผลิต ปริมาณ วัตถุดิบที่ใช้พร้อมรุ่นที่ผลิต (ถ้ามี) และลายมือชื่อของผู้ควบคุมในการผลิต และให้เก็บบันทึกการผลิตไว้ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
4.4 ให้แจ้งปริมาณการผลิตวัตถุอันตรายในรอบหนึ่งปีปฏิทินให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป ตามแบบ วอ./สธ 13 ท้ายประกาศนี้ โดยวิธีการแจ้ง อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) แจ้ง ณ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ และให้ถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราลงทะเบียนเป็นวันแจ้ง
(2) แจ้งผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
4.5 จัดให้มีฉลากขนาดใหญ่พอสมควรไว้ที่หีบห่อสําหรับการขนส่งโดยให้เป็นไปตามประกาศ มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย เรื่อง การขนส่งวัตถุอันตรายทางบก พ.ศ. 2545