ข้อ ๖
ในกรณีที่การวัดมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่กำหนดในข้อ ๓ วรรค ๒
มีผลทำให้อัตราส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่อเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนที่กำหนดให้ข้อ
๓ วรรคหนึ่ง หรืออัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพัน
หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน
หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพัน
หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนของบริษัทเงินทุน
เปลี่ยนแปลงไป ให้ถือปฏิบัติดังนี้
๖.๑
บริษัทเงินทุนใด
มีอัตราส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่อเงินกองทุนหรืออัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน
หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพัน
หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
เกินกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด บริษัทเงินทุนนั้นจะลงทุนในหลักทรัพย์
หรือจะให้กู้ยืมเงิน ลงทุน
หรือก่อภาระผูกพันแก่บุคคลดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุญาตนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจะอนุญาตโดยมีเงื่อนไขก็ได้
๖.๒
บริษัทเงินทุนใด
มีอัตราส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่อเงินกองทุนหรืออัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน
หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพัน หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
บริษัทเงินทุนนั้นสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสามารถให้กู้ยืมเงิน ลงทุน
หรือก่อภาระผูกพันแก่บุคคลดังกล่าวเพิ่มอีกได้
แต่ต้องเป็นจำนวนที่ไม่ทำให้อัตราส่วนที่กำหนดในข้อ ๓ วรรคหนึ่ง
หรืออัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน หรือลงทุน
หรือก่อภาระผูกพันหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
ตามประกาศ ธปท. เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน
หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพัน หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนเกินกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด