法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ เพื่อสนับสนุนกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่

๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเครื่องมือแพทย์

ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ จึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในประกาศนี้

“ผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า บุคคลธรรมดา ที่ได้ขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคล หรือองค์กร หรือสภาวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่จัดตั้งโดยสภาวิชาชีพด้วย

ที่มีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สาธารณสุข และเครื่องมือแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง

โดยได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และหน่วยงานอื่นของรัฐ

รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“การตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ” หมายความว่า กระบวนการที่เป็นระบบ เป็นอิสระและจัดทำเป็นเอกสาร

เพื่อให้ได้หลักฐานการตรวจประเมิน และเพื่อประเมินว่าเป็นไปตามระบบคุณภาพการผลิต นำเข้า

หรือขาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี และให้หมายความรวมถึงการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการพิจารณาออกใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์

ตลอดจนกระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้อง

“ผู้ยื่นคำขอ”

หมายความว่า ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขึ้นบัญชีกับสำนักงานเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“หน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ” หมายความว่า องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำนักงานขึ้นบัญชีให้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“ผู้ตรวจประเมิน”

หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“ขอบข่ายการขึ้นบัญชี”

หมายความว่า ความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในขอบข่ายที่ได้รับการขึ้นบัญชีกับสำนักงาน

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ เงื่อนไขการดำเนินงาน

ของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ

ส่วนที่

คุณสมบัติของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะขอขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการต้องยื่นคำขอขึ้นบัญชีพร้อมหลักฐานตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑)

เป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองระบบงานหรือมีการดาเนินการที่เป็นไปตาม ISO/IEC

17021 - 1 : 2015 หรือฉบับล่าสุด Conformity

assessment

Requirements

for

bodies

providing

audit

and

certification

of

management

systems

Part

1: Requirements

เว้นแต่

กรณีหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการที่เป็นหน่วยงานของรัฐสภาหรือสมาคมวิชาชีพ

หรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

(๒)

เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างด้าวจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์และมีสำนักงานซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย

(๓)

มีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มีการแยกกิจกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนออกจากกันอย่างชัดเจนและมีโครงสร้างองค์กรที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการตรวจ

(๔)

ไม่เป็นนิติบุคคลที่ล้มละลาย

(๕)

ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการรับรองระบบงาน เว้นแต่พ้นระยะหกเดือนมาแล้ว

(๖)

ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดี หรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นบัญชีหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการเว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น

และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนสามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดสองปี

นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว

(๗) ไม่เป็นผู้ได้รับโทษจาคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘)

ต้องมีบุคลากรจำนวนเพียงพอในการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการ

ส่วนที่

คุณสมบัติของผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้

(๑)

คุณสมบัติด้านความรู้

(ก) สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี

สาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์

หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ข) สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมจากสำนักงาน

หรือหน่วยงานอื่นที่สำนักงานให้การยอมรับหรือให้ทำหน้าที่ในการฝึกอบรม ดังต่อไปนี้

๑)

หลักสูตรกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์

๒)

หลักสูตรหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องมือแพทย์

๓)

หลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Lead

auditor)

ดังนี้

๓.๑)

หลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Lead

auditor)

ISO

13485 : 2003 หรือฉบับล่าสุด อย่างน้อยสี่สิบชั่วโมง หรือ

๓.๒)

หลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Lead

auditor)

ISO

9001 : 2015 หรือฉบับล่าสุด อย่างน้อยสี่สิบชั่วโมง ซึ่งต้องผ่านหลักสูตรข้อกำหนด ISO

13485 : 2003 หรือฉบับล่าสุดด้วย

ในกรณีที่เป็นผู้ตรวจประเมินระบบ

ISO

9001 ซึ่งได้รับการอบรมหลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (lead

auditor)

ISO

9001 ฉบับก่อนปี 2015 มาแล้ว จะต้องผ่านการอบรมในหัวข้อที่จำเป็นสำหรับการปรับเปลี่ยนเข้าสู่มาตรฐานที่เป็นปัจจุบัน

(transition)

ได้แก่ ข้อกำหนดมาตรฐาน ISO

9001 : 2015 เป็นอย่างน้อย

(๒)

ประสบการณ์การทำงาน

ผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

ต้องมีประสบการณ์ทำงานเต็มเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปีในด้านเครื่องมือแพทย์หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

เช่น อุตสาหกรรมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและฟื้นฟู สุขภาพ การตรวจประเมิน

หรือการวิจัยในด้านเครื่องมือแพทย์หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีประสบการณ์อื่นที่เพียงพอตามที่สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่ง

ไม่ใช้กับผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินของหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการที่เป็นหน่วยงานของรัฐ

สภาหรือสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ

(๓)

ประสบการณ์การตรวจประเมิน

(ก)

ผู้ตรวจประเมิน

กรณีผู้ตรวจประเมินอื่นที่มิได้สังกัดหน่วยงานของรัฐ

สภาหรือสมาคมวิชาชีพ หรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ ผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์การตรวจประเมินว่าเป็นไปตามระบบคุณภาพการผลิต

นำเข้า หรือขาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี หรือมาตรฐาน ISO

13485 แล้วแต่กรณีตามขอบข่ายที่ขอขึ้นบัญชี ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าผู้ตรวจประเมินอย่างน้อยสี่ครั้ง

รวมแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน

กรณีผู้ตรวจประเมินสังกัดหน่วยงานของรัฐ

สภาหรือสมาคมวิชาชีพ หรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ

ผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์การตรวจประเมินระบบบริหารงานคุณภาพ ISO

9001 ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบบริหารงานคุณภาพ ISO

9001 อย่างน้อยสี่ครั้ง รวมแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ทั้งนี้ หน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการดังกล่าวต้องดำเนินการให้ผู้ตรวจประเมินมีประสบการณ์การตรวจประเมินเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดระยะเวลาสามปีนับตั้งแต่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

(ข)

หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

มีคุณสมบัติประสบการณ์ตามข้อ

๔ (๑) (๒) (๓) รวมทั้งมีประสบการณ์ อย่างน้อยสามครั้งในการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของบุคคลอื่นที่มีฐานะเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินอยู่แล้ว

(Lead

auditor

under

supervision

of

lead

auditor

in

the

institution)

โดยตรวจประเมินว่า เป็นไปตามระบบคุณภาพการผลิต นำเข้า หรือขาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีหรือมาตรฐาน

ISO

13485 แล้วแต่กรณี ตามขอบข่ายที่ขอขึ้นบัญชี

กรณีหัวหน้าผู้ตรวจประเมินของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการที่เป็นหน่วยงานของรัฐ สภาหรือสมาคมวิชาชีพ หรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการต้องมีประสบการณ์การตรวจประเมินในฐานะหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบบริหารงานคุณภาพ

ISO 9001 ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบบริหารงานคุณภาพ

ISO

9001อย่างน้อยสามครั้ง ทั้งนี้

หน่วยตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการดังกล่าวต้องดำเนินการให้หัวหน้าผู้ตรวจประเมินมีประสบการณ์การตรวจประเมินเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง

ภายในกำหนดระยะเวลาสามปีนับตั้งแต่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักงานจะทำการประเมินระบบของผู้ยื่นคำขอโดยประเมินจากเอกสาร

หรือตรวจประเมิน ณ สำนักงานของผู้ยื่นคำขอ

และจะประเมินสมรรถนะของผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน ณ

สถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ตามขอบข่ายที่ยื่นคำขอ ก่อนการขึ้นบัญชี

การตรวจประเมินสมรรถนะตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

สำหรับกรณีผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินที่มีประสบการณ์การตรวจประเมิน

ณ สถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานมาแล้วอย่างน้อยสองครั้ง

หรือเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองวัน

ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผ่านการประเมินสมรรถนะดังกล่าว

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการ

ต้องมีมาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินงานดังนี้

(๑)

ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นใด อันจะมีผลต่อการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางและความซื่อตรงในการดำเนินกิจกรรมของหน่วยตรวจ

เช่น

(ก) ไม่เสนอหรือให้บริการคำปรึกษาระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์

(ข) ไม่ใช้บุคลากรที่ให้บริการคำปรึกษาระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์

(ค)

ไม่ตรวจประเมินในกรณีที่ตนเองมีความเกี่ยวข้องอันจะนำไปสู่การขัดแย้งหรือการไม่เป็นกลางซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

(ง)

ไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับการตรวจประเมิน ลูกจ้างหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หรือเป็นใจให้เพื่อนร่วมงานทำเช่นนั้น

(จ)

ไม่จงใจสื่อสารผิด ๆ หรือให้ข้อมูลไปในทางที่อาจมีผลต่อความเป็นกลางของการตรวจประเมิน

(๒)

ไม่จ้างองค์กรหรือหน่วยงานอื่นเพื่อดาเนินการตรวจประเมินใด ๆ ตามที่ขึ้นบัญชีไว้กับสานักงาน

(๓)

ต้องลงนามในสัญญาว่าด้วยการรักษาความลับ และหนังสือแสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งกำหนดโดยสำนักงาน

(๔)

ไม่เปิดเผยผลการตรวจแก่บุคคลอื่น

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับการตรวจประเมินและสำนักงาน

(๕)

ไม่ปฏิบัติตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับสำนักงาน และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เมื่อมีการสอบสวนข้อกล่าวหา

(๖)

รักษาไว้ซึ่งระบบคุณภาพตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองและหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดตลอดระยะเวลาที่ได้รับการขึ้นบัญชี

(๗)

จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการ บันทึกผลการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการ

แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูล หลักฐานตามที่สำนักงานกำหนดรวมทั้งให้ความร่วมมือกับสำนักงานในการดำเนินการตรวจติดตามผลการดำเนินงานตลอดจนส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ให้แก่สำนักงานและดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรณีพบความบกพร่องหรือผิดพลาดในผลการตรวจประเมิน

ต้องแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานที่บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์ตามที่สำนักงานแจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้า

กรณีที่ต้องตรวจสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติม

อันเนื่องมาจากความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในการดำเนินงาน

จะไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการหรือจากสำนักงาน

(๘)

จัดทำและเก็บรักษาบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียนทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

และมอบบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการให้แก่สำนักงานเมื่อได้รับการร้องขอ

(๙)

ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบทันที พร้อมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าสถานประกอบการมีการเปลี่ยนแปลงไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตในใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์

หรือไม่ตรงตามการพิจารณาอื่นใดของกระบวนการพิจารณาอนุญาตเครื่องมือแพทย์

(๑๐)

หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีผลต่อการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการทั้งด้านความสามารถหรือศักยภาพในการตรวจประเมิน

สำนักงานอาจมีการทบทวนการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีเป็นหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ จะต้องจัดให้มีการประเมินสมรรถนะของผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินตามที่หน่วยตรวจกำหนด

อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในระยะเวลาสามปี

หมวด

การขึ้นบัญชี การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การลดขอบข่าย

การยกเลิก การพักใช้ และการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชี เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการเครื่องมือแพทย์ให้ยื่นคำขอตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบ ตรวจติดตาม การตรวจสมรรถนะของผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

หรือระบบคุณภาพของผู้ยื่นคำขอให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการเครื่องมือแพทย์เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด

บัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่งให้มีอายุสามปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

หากประสงค์จะขึ้นบัญชีดังกล่าวใหม่ ให้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบัญชีดังกล่าวยังใช้ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้ขึ้นบัญชีไว้

เช่น การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายหรือทางการค้าองค์กรหรือเจ้าของฝ่ายบริหาร

ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน

หรือการเปลี่ยนแปลงผู้ตรวจประเมิน เป็นต้น ให้ยื่นคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงใด

ๆ ตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่า

ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้สำนักงานมีอำนาจแก้ไขรายละเอียดการขึ้นบัญชีถูกต้องตรงตามความเป็นจริงในกรณีที่ตรวจพบว่าข้อมูลไม่ตรงตามที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

ทั้งนี้

ให้สำนักงานประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งด้วย

ส่วนที่

การลดขอบข่าย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้

(๑)

ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงสำคัญใด ๆ เกี่ยวกับขอบข่ายภายในหน่วยตรวจที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินการตรวจประเมินในขอบข่ายนั้น

หรือพบว่าการรับรองระบบงานของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการลดขอบข่ายลง

(๒)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่ประกาศนี้กำหนด หรือตรวจพบข้อบกพร่องและไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนดังกล่าว

ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

หรือกระทบต่อความน่าเชื่อถือในผลการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการเมื่อสำนักงานมีคำสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนต้อง

(๑)

ไม่แสดงการได้รับการขึ้นบัญชีในขอบข่ายนั้น

(๒)

ยุติการให้บริการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการเครื่องมือแพทย์ในขอบข่ายนั้น

(๓)

ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาใด ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงขอบข่ายนั้น

ทั้งนี้

นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่งแจ้งลดขอบข่ายจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ที่ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การยกเลิก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่มีความประสงค์จะยกเลิกการขึ้นบัญชี ให้แจ้งสำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการ พร้อมหลักฐานตามข้อ ๖ (๗) ให้แล้วเสร็จ และส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่ยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

การยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนต้องยุติการดำเนินการ

หรือกล่าวอ้างเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการเครื่องมือแพทย์

และต้องยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานทั้งหมดทันที

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้สำนักงานเผยแพร่การยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนด้วย ทั้งนี้ ผลของการยกเลิกการขึ้นบัญชีจะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด

ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของเลขาธิการ

ส่วนที่

การพักใช้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศนี้หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้

หรือไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนจากสำนักงาน

(๒) ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงาน

หรือสำนักงาน พบข้อบกพร่องและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการรับรองความสามารถของผู้ตรวจประเมินและไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในผลการตรวจได้

หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้อง

สำนักงานมีอำนาจสั่งพักใช้การขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับตั้งแต่วันที่ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน รับทราบคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี

ในระหว่างถูกพักใช้การขึ้นบัญชี

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนต้องไม่แสดงการได้รับการขึ้นบัญชี

ยุติการให้บริการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการ เครื่องมือแพทย์

และยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาใด ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ที่ถูกพักใช้การขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้พักใช้การขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ขาดคุณสมบัติหรือฝ่าฝืนคำสั่งพักการขึ้นบัญชีตามประกาศนี้

(๒)

เคยถูกพักใช้การขึ้นบัญชีมาแล้ว ๒ ครั้งขึ้นไป

(๓)

ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงานที่แสดงว่าผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนได้กระทำผิดตามประกาศนี้หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้

ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจหรือต่อประโยชน์สาธารณะหรือชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภคหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ

๑๖

(๔)

จัดทำผลการตรวจของผู้รับบริการอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งควรแจ้งโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

หรือเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการออกผลการตรวจและรับรองโดยมิชอบ

เมื่อสำนักงานมีคำสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชีและมีคำสั่งเรียกคืนหนังสือการขึ้นบัญชี

ผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนต้องยุติการดำเนินการ

หรือกล่าวอ้างเพื่อดำเนินการตรวจสอบ หรือตรวจสถานประกอบการเครื่องมือแพทย์

การแสดงการขึ้นบัญชีและการใช้สิ่งพิมพ์

สื่อโฆษณาใด ๆ ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานทั้งหมดทันที

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้เพิกถอนการขึ้นบัญชี

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย

ค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.

๒๕๖๑

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนซึ่งถูกสั่งไม่ขึ้นบัญชี ลดขอบข่าย หรือพักใช้

หรือเพิกถอน มีสิทธิอุทธรณ์ต่อเลขาธิการได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเห

ตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างการอุทธรณ์

เลขาธิการอาจพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนนั้น

ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์จะแล้วเสร็จ

หมวด

ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการ

ประกอบกับหากการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีตามประกาศนี้ จะมีผลให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตไม่เป็นตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนด้วยแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจประกาศการขึ้นบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนตามประกาศนี้ โดยให้ยกเว้นการพิจารณาหรือดำเนินการตามประกาศนี้

ได้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

ทั้งนี้

ในการประกาศการขึ้นบัญชีตามวรรคสอง ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเร่งรัดหรือผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาต

รวมถึงหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน หรือองค์กรที่ขึ้นบัญชีไว้ด้วย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ประกาศนี้บังคับใช้

ระกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๑๐๖/๒๑ พฤศจิกายน

๒๕๖๑

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_49177baca5d1841a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com