法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 14/01/2548)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

หมวด

สภาพ เครื่องอุปกรณ์

และส่วนควบของรถที่ใช้ในการ

ขนส่งผู้โดยสาร

และรถขนาดเล็ก

เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

มาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๒

มาตรฐาน ๓ มาตรฐาน ๔ มาตรฐาน ๖

มาตรฐาน ๗

และรถขนาดเล็ก

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑

มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๗

และรถขนาดเล็กจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบดังต่อไปนี้

(๑) คัสซี

ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีรถโดยสาร แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวถังรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้วสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

(ข) กันชน

ทั้งกันชนหน้าและกันชนท้ายที่ติดตั้งเสมอกับหน้ารถและท้ายรถหรือยื่นจากหน้ารถและท้ายรถระยะห่างพอสมควร

(ค) ระบบบังคับเลี้ยวที่ทำงานได้คล่องตัว

พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับรถสามารถบังคับรถได้สะดวกและปลอดภัย

กลไกบังคับต้องไม่สัมผัสกับส่วนอื่นใดของรถ

อัตราส่วนระหว่างมุมหมุนของพวงมาลัยกับมุมเลี้ยวของล้อทั้งซ้ายและขวาต้องใกล้เคียงกันแรงที่ใช้หมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวซ้ายหรือขวาจะต้องใกล้เคียงกัน

และไม่มากเกินสมควร

(ง) กงล้อและยาง

กงล้อทำด้วยโลหะ และยางเป็นชนิดกลวงสูบลมที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(จ) เพลาล้อ

ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือน

สปริงมีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่ล้อทุกล้อ เพลาละไม่น้อยกว่า๒ ชุด

ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตามสมควร

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๓ (จ) มาตรา ๓

(ฉ) และรถขนาดเล็ก จะมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนเฉพาะเพลาหน้าก็ได้

(ช) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อ

มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้างของยางล้อทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่นใด ทั้งนี้

อาจใช้พื้นรถที่เป็นโลหะแทนแผ่นบังโคลนได้ แต่ด้านหลังล้อทุกล้อต้องมีแผ่นยางแขวนไว้เต็มความกว้างของยางล้อ

ระยะห่างพอสมควร และสูงจากพื้นไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ซ) ห้ามล้อมือ

ที่มีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ฌ) ห้ามล้อเท้า ที่บังคับที่ล้อทุกล้อ

ซึ่งจะเป็นระบบไฮดรอลิค หรือระบบลมก็ได้

ถ้าเป็นระบบลมให้มีเครื่องวัดความดันของลมหรือสัญญาณเตือนติดไว้ในที่ซึ่งผู้ขับรถมองเห็นได้ง่าย

ทั้งนี้ โดยมีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๖

จะต้องมีระบบห้ามล้อฉุกเฉินที่สามารถทำให้รถตอนท้ายหยุดได้โดยอัตโนมัติ

ในกรณีที่รถพ่วงหลุดจากรถตอนหน้า

(ญ) เครื่องกำเนิดพลังงาน

ที่สามารถขับเคลื่อนรถในขณะที่มีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ด้วยความเร็วเหมาะสมและในสภาพใช้งานตามปกติ

ซึ่งต้องไม่เกินเกณฑ์กำลังที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

และเครื่องกำเนิดพลังงานจะต้องไม่ทำให้เกิดก๊าซฝุ่น ควัน ละอองเคมี

และเสียงเกินเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้มีฝาครอบเครื่องกำเนิดพลังงานขนาดปิดเครื่องได้สนิท

และสามารถเก็บเสียงได้ตามความเหมาะสม

(ฎ) ระบบไอเสีย

ที่มีเครื่องระงับเสียงและมีการบังหรือกันท่อไอเสียมิให้สัมผัสกับวัสดุติดไฟง่าย

อันเป็นส่วนประกอบของรถ ส่วนปลายของท่อไอเสียต้องขนานกับผิวทาและตรงออกท้ายรถ

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีทางขึ้นลงด้านท้ายรถส่วนปลายท่อไอเสียต้องขนานกับผิวทางและเบนออกตรงมุมท้ายรถด้านขวา

(ฏ) ระบบส่งกำลังงาน ประกอบด้วยคลัทช์ เฟืองส่งกำลัง

เพลาส่งกำลังข้อต่อ

และเฟืองท้ายสามารถส่งกำลังขับเคลื่อนรถในขณะที่มีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัยและให้มีห่วงหรือโซ่รองรับเพลาส่งกำลังที่ทำด้วยโลหะที่มีขนาดสามารถรองรับเพลาส่งกำลังในกรณีที่หลุดหรือขาดไม่ให้กระแทกผิวทางได้

(ฐ) ระบบสตาร์ทเครื่องกำเนิดพลังงาน

พร้อมสวิทช์ที่ผู้ขับสามารถสตาร์ทเครื่องได้จากที่นั่งผู้ขับรถ

(ฑ) ระบบไฟฟ้า

ให้ใช้สายไฟฟ้าที่มีฉนวนหุ้มสาย และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านสายนั้นการเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจรหรือเกิดอันตรายได้ง่ายส่วนตัวถังที่ทำด้วยวัสดุสื่อไฟฟ้าต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ของรถ

และแบตเตอรี่ต้องยึดแน่นกับตัวรถ ในกรณีที่แบตเตอรี่อยู่ในช่องแคบของตัวถัง

จะต้องมีไม้หรือฉนวนกั้นตามความเหมาะสมด้วย

(ฒ) แตรสัญญาณ ชนิดไฟฟ้าเสียงเดียว ดังพอสมควร

ความดังของเสียงแตรจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

แตรสัญญาณอย่างอื่นนอกจากแตรไฟฟ้าหากจะนำมาใช้

ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกห้ามนำแตรสัญญาณที่มีเสียงทำให้เกิดความรำคาญหรือรบกวนสาธารณชนมาใช้

(ณ) ถังเชื้อเพลิง

ที่ใช้กับเครื่องกำเนิดพลังงานซึ่งมีสภาพไม่รั่วซึม มีฝาปิดอย่างดีและมีขนาดพอสมควร

ติดตั้งไว้ในที่ที่ปลอดภัย ซึ่งป้องกันการเกิดเพลิงไหม้

รวมทั้งท่อส่งเชื้อเพลิงต้องมีสภาพดี ไม่รั่วซึมหรือเกิดอันตรายได้ง่าย

(ด) เครื่องวัดความเร็ว

สามารถอ่านความเร็วของรถเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง คลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละสิบ

และจะต้องมีแสงสว่างให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

(ต) เครื่องบันทึกความเร็ว

ชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถบันทึกระยะทาง เวลา

และความเร็วของรถตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง บนกระดาษกร๊าฟโดยอัตโนมัติ

ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กที่จะบังคับให้มีเครื่องบันทึกความเร็วตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๒) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง

สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่นที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแบบตัวถังของรถ

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบแล้ว

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก)[๒]

กระจกกันลม และส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก

ต้องเป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

กระจกกันลมหน้า

ต้องมีขนาดที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นสภาพการจราจรได้ดี

และห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนใดส่วนหนึ่งของกระจก

เว้นแต่เป็นการติดเครื่องหมายหรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด

หรือเป็นการติดวัสดุเพื่อบังหรือกรองแสงแดดไว้ที่ด้านบนของกระจกตามขนาดที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

กระจกกันลมหลังของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๒ (จ)

ที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง และมาตรฐาน ๓ (ฉ)

ห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนหนึ่งส่วนใดของกระจก เว้นแต่เป็นการติดฟิล์มกรองแสงซึ่งเมื่อวัดผ่านของแสงแล้ว

แสงต้องผ่านทั้งกระจกและฟิล์มกรองแสงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐[๓]

(ข)[๔]

กระจกเงาสำหรับมองหลังอย่างน้อย ๓ บาน ซึ่งทำให้ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านข้าง

ด้านหลัง และประตูทางขึ้นลงของผู้โดยสารได้ทุกขณะ

(ค) เครื่องปัดน้ำฝน มีใบปัดน้ำที่กระจกหน้ารถ

และมีขนาดที่สามารถปัดน้ำได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้ารถได้อย่างชัดเจน

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔ ต้องมีใบปัดน้ำที่กระจกหน้ารถชั้นบนด้วย

(ง) สีภายนอกและภายในซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

(จ) ตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง

ด้านหน้า และด้านท้ายของตัวถังให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ฉ) หลังคา ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง

สามารถกันแดดกันฝนได้

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๓ (จ) และมาตรา ๓

(ฉ) ในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล

หลังคาจะทำด้วยผ้าใบหรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกันก็ได้

(ช) พื้นรถ พื้นที่มั่นคงแข็งแรง

สำหรับพื้นชั้นบนของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔ ต้องมั่นคงแข็งแรง

มีพื้นยางหรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน ปูเต็มความกว้างและความยาวของพื้นรถ

ใต้พื้นชั้นบนต้องมีฝ้ากรุโดยทั่วไป

(ซ)[๕]

หน้าต่างที่ด้านข้างรถซึ่งมีขนาดและจำนวนตามสมควร

บานหน้าต่างเป็นชนิดปิดเปิดได้ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง สามารถกันแดดกันฝนได้

มีกลอนหรือสลักสำหรับยึด

ถ้าบานหน้าต่างทำด้วยวัสดุโปร่งแสงต้องมีวัสดุสำหรับบังหรือกรองแสงแดดขนาดเต็มพื้นที่ของวัสดุโปร่งแสงนั้น

บานหน้าต่างของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑

มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ๔ (ก) (ข) (ค) (ง) และมาตรฐาน ๖ (ก)

จะเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้ก็ได้ ถ้าเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้

ตัวถังจะต้องมีระบบการถ่ายเทอากาศได้ดี ในกรณีที่เครื่องปรับอากาศขัดข้อง

บานหน้าต่างของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๓ (จ)

(ฉ) และรถขนาดเล็กจะใช้ผ้าใบหรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกันแทนบานหน้าต่างก็ได้

แต่ต้องมีที่สำหรับยึดติดกับตัวถัง

บานหน้าต่างของรถ ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๒ (จ)

ที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง และมาตรฐาน ๓ (ฉ) ถ้าทำด้วยวัสดุโปร่งแสง

ห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนหนึ่งส่วนใดของวัสดุโปร่งแสงนั้น เว้นแต่เป็นการติดฟิล์มกรองแสงซึ่งเมื่อวัดผ่านของแสงแล้ว

แสงต้องผ่านทั้งกระจกและฟิล์มกรองแสงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐[๖]

(ฌ) ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

บานประตูทางขึ้นลง อยู่ที่ด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ

ในกรณีที่ประตูทางขึ้นลงอยู่ที่ด้านข้าง บันไดทางขึ้นลงจะต้องไม่ยื่นออกนอกรถ

ในกรณีที่ประตูทางขึ้นลงอยู่ที่ด้านท้ายของรถ บันไดทางขึ้นลงให้ยื่นออกนอกรถได้

ประตูฉุกเฉิน

อยู่ที่ด้านข้างข้างขวาหรือที่ด้านท้ายของรถมีบานประตูเต็มส่วนกว้างและส่วนสูง

มีเครื่องหมายแสดงว่าเป็นประตูฉุกเฉินพร้อมด้วยคำอธิบายวิธีเปิดเป็นภาษาไทย

ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กที่จะบังคับให้มีประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

จำนวนขนาดและตำแหน่งประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉินให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ญ) ที่นั่งผู้ขับรถซึ่งแยกต่างหากจากที่นั่งผู้โดยสาร

สามารถปรับเลื่อนได้ตามความเหมาะสมตรึงแน่นกับพื้นรถอยู่ในตำแหน่งที่สามารถบังคับรถได้ดีและมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้า

ด้านข้าง และด้านหลัง เมื่อใช้กระจกสำหรับมองหลังได้อย่างชัดเจน

(ฎ) ที่นั่งผู้โดยสาร ตรึงแน่นกับพื้นรถ

แบบและการจัดวางที่นั่งของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารแต่ละมาตรฐาน

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ฏ)

ห้องผู้ขับรถหรือราวกั้นผู้ขับรถที่มั่นคงแข็งแรงสำหรับแยกผู้ขับรถให้อยู่คนละส่วนกับผู้โดยสาร

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๒ (จ) มาตรฐาน ๓

(จ) มาตรฐาน ๓ (ฉ) และรถขนาดเล็ก จะมีราวกั้นผู้ขับรถหรือไม่ก็ได้

(ฐ) ราวยึดเหนี่ยว

ที่มั่นคงแข็งแรงและสะอาดเรียบร้อยตรงแน่นกับเพดานภายในโดยมีความยาวและระยะห่างตามความเหมาะสม

หรือมีที่ยึดเหนี่ยวอื่นใดที่ใช้การได้ทัดเทียมกันและที่ประตูทางขึ้นลงต้องมีราวสำหรับยึดเหนี่ยวติดไว้ตามความเหมาะสมอย่างน้อยประตูละ

๑ ราว

(ฑ) กริ่งสัญญาณหยุดรถ ที่มีเสียงดังพอสมควร

พร้อมด้วยที่กดกริ่งสัญญาณติดไว้ภายในรถ

ประเภทและลักษณะของรถ

ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กที่จะบังคับให้มีกริ่งสัญญาณหยุดรถ

จำนวนและตำแหน่งที่ติดตั้งกริ่งสัญญาณหยุดรถ ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ฒ)[๗]

แผ่นสะท้อนแสงสีแดง จำนวน ๒ แผ่น หรือ ๔ แผ่น มีลักษณะเป็นวงกลม สามเหลี่ยมด้านเท่า

สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง

ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน ๒.๑๐ เมตร

แผ่นสะท้อนแสงที่มีลักษณะเป็นวงกลมต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวไม่น้อยกว่า ๕

เซนติเมตร หรือหากมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมจัตุรัส

หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ต้องมีความยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร แล้วแต่กรณี

ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๔๐ เมตร

แผ่นริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

(ณ)[๘]

เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถและตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๓)[๙]

โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวน ๒ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง

โคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

๑.๓๕ เมตร

โคมไฟแสงพุ่งไกลจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

เว้นแต่เป็นการให้แสงสัญญาณชั่วขณะ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ แสงขาวหรือเหลืองอ่อน

ที่ให้แสงสีเดียวกับโคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน ๒ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร

ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

โคมไฟแสงพุ่งต่ำจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

(ค) โคมไฟแสดงความกว้างของรถ แสงขาวหรือเหลือง จำนวน ๒ ดวง

หรือ ๔ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง

โคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

๒.๑๐ เมตร โคมไฟดวงริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

โคมไฟแสดงความกว้างของรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

(ง) โคมไฟเลี้ยว ชนิดใช้ไฟกระพริบ แสงเหลือง ติดที่ด้านหน้า

จำนวน ๒ ดวง และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ด้านท้ายจำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง

ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน ๒.๑๐ เมตร โคมไฟเลี้ยวด้านท้ายจะมีจำนวน ๖ ดวงก็ได้

โดยให้ติดไว้ที่ข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง

โคมไฟทุกดวงที่ติดที่ด้านท้ายต้องให้แสงสีเดียวกัน โคมไฟดวงริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถหรือท้ายรถไม่เกิน

๔๐ เซนติเมตร และดวงล่างสุดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

๒.๑๐ เมตร

โคมไฟเลี้ยวทุกดวงที่อยู่ข้างเดียวกันต้องกระพริบพร้อมกันในขณะที่รถให้สัญญาณเลี้ยว

(จ) โคมไฟท้าย แสงแดง จำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง

ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน ๒.๑๐ เมตรจะมีจำนวน ๖ ดวงก็ได้

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายข้างซ้ายและข้างขวา มีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร

โคมไฟดวงริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

(ฉ) โคมไฟหยุดแสงแดง จำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและขวา

มีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้างสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐

เมตร โคมไฟดวงริมสุดอยู่ห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท่านั้นและแสงต้องสม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบ

โคมไฟหยุดถ้ารวมอยู่ในโคมไฟท้ายจะต้องมีความสว่างมากว่าความสว่างของโคมไฟท้ายนั้น

(ช) โคมไฟถอยหลัง แสงขาว จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดอยู่ท้ายรถ

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร ในกรณีที่มี ๒ ดวง

ต้องติดอยู่ในระดับเดียวกันและห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

โคมไฟถอยหลังจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่เข้าเกียร์ถอยหลังเท่านั้น

(ซ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน แสงขาว อย่างน้อย ๑ ดวง

แต่ไม่เกิน ๒ ดวง ติดอยู่ด้านบนด้านล่าง

หรือด้านข้างของแผ่นป้ายทะเบียนท้ายรถมีความสว่างสามารถอ่านป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า

๒๐ เมตร จากท้ายรถ และต้องมีที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ

โคมไฟส่องป้ายทะเบียนต้องให้แสงสว่างพร้อมกับโคมไฟท้าย

(ฌ) โคมไฟแสดงส่วนสูงและประเภทของรถสำหรับรถที่มีความสูงเกิน

๒.๕๐ เมตร จำนวน ๔ ดวง ติดไว้ที่ด้านหน้าตอนบนของหลังคารถ

ดวงริมสุดอยู่ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

ดวงในห่างจากดวงริมเป็นระยะประมาณ ๔๐ เซนติเมตร

และให้มีโคมไฟแสงแดงด้านท้ายตอนบนของหลังคารถ จำนวน ๒ ดวง ติดไว้ริมสุดของท้ายรถข้างละ

๑ ดวง

โคมไฟแสดงส่วนสูงและประเภทของรถที่ติดไว้ที่ด้านหน้าตอนบนของหลังคารถให้ใช้

ดังนี้

(๑)

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่งประจำทางใช้แสงน้ำเงิน

(๒)

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่งไม่ประจำทางใช้แสงเหลือง

(๓) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่งส่วนบุคคลใช้แสงขาว

(๔)

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่งโดยรถขนาดเล็กใช้แสงม่วง

(ญ) โคมไฟภายในรถ แสงขาว ติดไว้ภายในรถ ให้แสงสว่างพอสมควร

และจะมีโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือประจำทุกที่นั่งด้วยก็ได้

ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กที่จะต้องมีโคมไฟภายในรถ

รวมทั้งจำนวนและตำแหน่งของโคมไฟภายในรถ

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ฎ) โคมไฟส่องป้ายแสดงเส้นทาง แสงขาว

ติดที่ด้านหน้ารถให้แสงสว่างพอสมควรที่ป้ายแสดงเส้นทาง

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ทวิ[๑๐] รถตามข้อ ๑

อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้

ถ้าจะนำมาใช้ต้องมีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน ๒ ดวง

มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ก)

(ข) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง

แต่ถ้าแสงสว่างส่องออกไปทางท้ายรถหรือเป็นโคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้

ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร

ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถตอนหน้าแห่งละ ๑ ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ ๑ ดวง

ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๗.๕๐ เมตร จะมีโคมไฟข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ

๑ ดวงก็ได้

โคมไฟข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับและตำแหน่งเดียวกันและให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

(ค) โคมไฟเลี้ยวข้างรถ ชนิดใช้ไฟกระพริบ แสงเหลือง

ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร

ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถตอนหน้าแห่งละ ๑ ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ ๑ ดวง

ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๗.๕๐ เมตร

จะมีโคมไฟเลี้ยวข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟเลี้ยวข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ

๑ ดวงก็ได้ โคมไฟข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับและตำแหน่งเดียวกัน

โคมไฟเลี้ยวข้างรถทุกดวงต้องกระพริบพร้อมกับโคมไฟเลี้ยวที่ด้านหน้าและด้านท้ายที่อยู่ข้างเดียวกัน

(ง) โคมไฟตัดหมอก แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง

ติดที่หน้ารถสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร

แต่อยู่สูงไม่เกินโคมไฟแสงพุ่งต่ำถ้ามี ๑ ดวงให้ติดที่กึ่งกลางหน้ารถ แต่ถ้ามี ๒

ดวง ให้ติดในระดับเดียวกัน

และห่างจากกึ่งกลางหน้ารถเท่ากันทั้งสองข้างโคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟตัดหมอกจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟแสดงความกว้างของรถและโคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า ๒ องศา หรือ ๐.๒๐ เมตร

ในระยะ ๗.๕๐ เมตร และไม่เฉไปทางขวา

(จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง

ติดอยู่ในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕

เซนติเมตร ถ้ามี ๑ ดวง ต้องอยู่ในแนวกึ่งกลางท้ายรถ แต่ถ้ามี ๒ ดวง

ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน และห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท่านั้นและแสงต้องสม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบ

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๑ (๓)

ถ้าจะนำมาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ แล้ว

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๖

จะต้องมีอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สามารถให้รถตอนท้ายเคลื่อนตัวขึ้นลง และเลี้ยวตามรถตอนหน้าได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องบังคับที่ทำให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๖

ถอยหลังได้เสมือนเป็นรถตอนเดียวกันด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

รถตามข้อ ๑

ที่กำหนดให้มีที่สำหรับผู้โดยสารยืนได้ให้บริเวณพื้นที่สำหรับผู้โดยสารยืนต้องเป็นพื้นที่ราบซึ่งมีความกว้างและความยาวพอเหมาะที่จะให้ผู้โดยสารยืนได้โดยถือเกณฑ์พื้นที่ไม่น้อยกว่า

๑,๒๐๐ ตารางเซนติเมตร ต่อผู้โดยสารยืน ๑ คน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๑๑]

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ๓ และมาตรฐาน ๖ ซึ่งมีที่เก็บสัมภาระได้

ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถหรือชั้นภายในรถ

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๓ (ข) (ง) (จ) (ฉ)

ซึ่งมีที่เก็บสัมภาระได้

ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถนั้นภายในรถหรือบนหลังคาก็ได้

รถขนาดเล็ก ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้บนหลังคาหรือภายในรถ

โดยจะมีไว้ที่ด้านล่างด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๑๒] รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน

๑ มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ๔ (ก) (ข) (ค) และ (ง) มาตรฐาน ๕ (ก) และมาตรฐาน ๖ (ก)

ต้องมีเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ

สามารถปรับอากาศภายในรถให้มีอุณหภูมิสม่ำเสมอพอเหมาะ

และมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอ

เครื่องปรับอากาศและระบบระบายอากาศตามวรรคหนึ่ง

ต้องมีระบบการทำงาน คุณลักษณะเฉพาะ หรือขนาด

ตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑๓]

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๔ (ก) (ข)

และรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐานอื่นซึ่งมีห้องสุขภัณฑ์ได้ ให้มีห้องสุขภัณฑ์ภายในรถ

ซึ่งมีขนาดความกว้าง ความยาว และความสูงพอสมควร

สำหรับใช้ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้และมีอ่างสำหรับล้างมือด้วย

ห้องสุขภัณฑ์จะต้องมีที่สำหรับเก็บอุจจาระและปัสสาวะอย่างดี ไม่รั่วซึม

และป้องกันกลิ่นเหม็นได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑๔]

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๔ (ก) (ข)

และรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐานอื่นซึ่งมีที่เตรียมอาหารและเครื่องดื่มได้

ให้มีที่เตรียมอาหารและเครื่องดื่มขนาดพอสมควรอยู่ตอนท้ายภายในรถ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑๕]

นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ แล้ว

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ และมาตรฐาน ๔ (ก) (ข)

อย่างน้อยจะต้องมีอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ ดังนี้

(๑) เครื่องรับวิทยุ ๑ เครื่อง

(๒) เครื่องเล่นเทปบันทึกเสียง ๑ เครื่อง

(๓) เครื่องขยายเสียง ขนาดพอสมควร ๑ เครื่อง

อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ตาม (๑) (๒) และ (๓)

อาจรวมอยู่ในเครื่องเดียวกันได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑๖]

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๒ และมาตรฐาน ๖

ต้องมีเครื่องดับเพลิงอย่างน้อย ๒ เครื่อง

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔ (ก) (ข) (ค) (ง)

ต้องมีเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยชั้นละ ๒ เครื่อง

เครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามชนิด

ประเภทและขนาดตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

โดยให้ติดตั้งไว้ภายในรถในที่เหมาะสมซึ่งพร้อมที่จะใช้การได้ทุกขณะ

เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่ง

ผู้โดยสารมาตรฐาน ๕

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕ จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

(๑) คัสซี

ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีรถโดยสาร แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้วสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

(ข) กันชน

ให้มีกันชนท้ายที่ติดตั้งเสมอกับท้ายรถหรือยื่นจากท้ายรถในระยะห่างพอสมควร

และจะมีกันชนหน้าหรือไม่ก็ได้

(ค) อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งได้แก่แขนพ่วงทำด้วยโลหะขนาดพอสมควร

สามารถลากจูงได้ในขณะบรรทุกเต็มอัตรา และสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงได้

พร้อมทั้งมีจานหมุน

ทำด้วยโลหะหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

ติดบนเพลาล้อหน้าทำให้ล้อคู่หน้าเลี้ยวตามรถลากจูงได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องบังคับให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕ ขณะต่อกับรถลากจูงสามารถถอยหลังได้

ความยาวของแขนพ่วง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ง) กงล้อและยาง

กงล้อทำด้วยโลหะและยางเป็นชนิดกลวงสูบลม

ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(จ) เพลาล้อ

ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือน

สปริงมีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่ล้อทุกล้อเพลาละไม่น้อยกว่า ๒ ชุด

ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตามสมควร

(ช) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้างของยางล้อทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่น

ทั้งนี้

อาจใช้พื้นรถที่เป็นโลหะแทนแผ่นบังโคลนได้ แต่ด้านหลังล้อทุกล้อต้องมีแผ่นยางแขวนไว้เต็มความกว้างของยางล้อ

ระยะห่างพอสมควร และสูงจากพื้นไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ซ) ระบบห้ามล้อ จะต้องเป็นระบบที่สามารถห้ามล้อได้

โดยใช้เครื่องห้ามล้อจากรถลากจูง และต้องมีระบบห้ามล้อฉุกเฉินที่สามารถทำให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน

๕ หยุดได้โดยอัตโนมัติในกรณีที่หลุดจากรถลากจูง

(ฌ) ระบบไฟฟ้า

ให้ใช้สายไฟที่มีฉนวนหุ้มสาย

และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านในสายนั้น การเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจรหรือเกิดอันตรายได้ง่าย ส่วนตัวถังที่ทำด้วยวัสดุสื่อไฟฟ้า

ต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ของรถขั้วสายไฟ สวิทช์ที่อาจเกิดประกายไฟได้ ต้องใช้ฉนวนหุ้มปิด

(๒) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง

สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่นที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย

แบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

แต่ทั้งนี้จะต้องประกอบด้วย

(ก) กระจกกันลมหน้า กระจกกันลมหลัง

และส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจกจะต้องเป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ข) สีภายนอกและภายในซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

(ค) เครื่องหมาย เป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมมุมฉาก

ความยาวไม่น้อยกว่าด้านละ ๓๐ เซนติเมตร พื้นสีขาวหรือสีเหลือง

ขอบสีแดงความกว้างของขอบสีแดงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตรโดยรอบ

สามารถสะท้อนแสงมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน ที่ระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

ตรงกลางมีรูปรถพ่วงหรืออักษรไทยว่า “รถพ่วง”

สีดำติดอยู่ที่ด้านท้ายในระดับสูงไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร และไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร

ตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง ด้านหน้า

และด้านหลังของตัวถังให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ง) หลังคา ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง

สามารถกันแดดกันฝนได้

(จ) พื้นรถ พื้นที่มั่นคงแข็งแรง

(ฉ) หน้าต่าง ที่ด้านข้างรถ ซึ่งมีขนาดและจำนวนตามสมควร

บานหน้าต่างเป็นชนิดปิดเปิดได้ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรงสามารถกันแดดกันฝนได้

มีกลอนหรือสลักสำหรับยึด ถ้าบานหน้าต่างทำด้วยวัสดุโปร่งแสงต้องมีวัสดุสำหรับบังหรือกรองแสงแดด

ขนาดเต็มพื้นที่ของวัสดุโปร่งแสงนั้น

บานหน้าต่างของรถปรับอากาศจะเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้ก็ได้

ถ้าเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้

ตัวถังจะต้องให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดีในกรณีที่เครื่องปรับอากาศขัดข้อง

(ช) ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

ประตูทางขึ้นลง อยู่ที่ด้านข้างของรถ

บันไดทางขึ้นลงจะต้องไม่ยื่นออกนอกรถ

ประตูฉุกเฉิน อยู่ที่ด้านข้างข้างขวาหรือที่ด้านท้ายของรถ

มีบานประตูเต็มส่วนกว้างและส่วนสูง

มีเครื่องหมายแสดงว่าเป็นประตูฉุกเฉินพร้อมด้วยคำอธิบายวิธีเปิดเป็นภาษาไทย

ประเภทของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕

ที่จะบังคับให้มีประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน จำนวน

ขนาดและตำแหน่งของประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ซ) ที่นั่งผู้โดยสาร

ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒) (ฎ)

(ฌ) ราวยึดเหนี่ยว ที่มั่นคงแข็งแรงและสะอาดเรียบร้อยตรึงแน่นกับเพดานภายใน

โดยมีความยาวและระยะห่างตามความเหมาะสม

หรือมีที่ยึดเหนี่ยวอื่นใดที่ใช้การได้ทัดเทียมกันและที่ประตูทางขึ้นลงต้องมีราวสำหรับยึดเหนี่ยวติดไว้ตามความเหมาะสมอย่างน้อยประตูละ

๑ ราว

(ญ) กริ่งสัญญาณหยุดรถ ที่มีเสียงดังพอสมควรพร้อมด้วยที่กดกริ่งสัญญาณติดไว้ภายในรถ

ประเภทของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕

ที่จะบังคับให้มีกริ่งสัญญาณหยุดรถตามวรรคหนึ่ง

จำนวนและตำแหน่งที่ติดตั้งกริ่งสัญญาหยุดรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ฎ)[๑๗]

แผ่นสะท้อนแสง ดังต่อไปนี้

(๑) สีแดง มีจำนวน ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒)

(ฒ)

(๒) สีเหลือง มีขนาดและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒) (ฒ)

ติดที่หน้ารถข้างซ้าย และข้างขวาแห่งละ ๑ แผ่น

ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕

เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร

สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

(ฏ)[๑๘]

เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถและตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๓)[๑๙]

โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่ทำงานได้ร่วมกับรถที่ใช้ลากจูง และมีกำลังไฟ และความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟเลี้ยว ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวา

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ง)

(ข) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(จ)

(ค) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ฉ)

(ง) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

(๓) (ช)

(จ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ซ)

(ฉ) โคมไฟแสดงส่วนสูงท้ายรถแสงแดง

ติดบนหลังคาท้ายรถห่างจากด้านข้างริมสุดไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ข้างละ ๑ ดวง

(ช) โคมไฟภายในรถ มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ญ)

(ซ) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง

แต่ถ้าแสงสว่างส่องออกไปทางท้ายรถหรือเป็นโคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้

ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร

ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถในระดับเดียวกันตอนหน้าห่างจากหน้าสุดรถไม่เกิน ๘๐

เซนติเมตร (ไม่รวมแขนพ่วง) แห่งละ ๑ ดวง ตอนท้ายห่างจากท้ายสุดรถไม่เกิน ๓๐

เซนติเมตร แห่งละ ๑ ดวง ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๖ เมตร

ให้มีโคมไฟข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ ๑ ดวง

ถ้ามีมากกว่า ๑ ดวง ระยะห่างระหว่างโคมไฟแต่ละดวงในข้างเดียวกันต้องเท่ากัน

และห่างกันไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายรถให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ทวิ[๒๐] รถตามข้อ ๑๐

อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ทวิ

(๑) (จ) มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๑๐ (๓)

ถ้าจะนำมาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕ ที่มีที่เก็บสัมภาระ

ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำข้อ ๓ ข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗

มาใช้บังคับแก่รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕ โดยอนุโลม

ขนาดของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

ให้มีขนาดตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้

(๑) ความกว้าง เมื่อวัดจากส่วนที่กว้างที่สุดของตัวถัง

รวมส่วนประกอบที่ยื่นออกจากตัวถัง แต่ไม่รวมกระจกเงาสำหรับมองหลัง จะต้องไม่เกิน

๒.๕๐ เมตร แต่ทั้งนี้ ตัวถังด้านข้างจะยื่นเกินขอบยางด้านนอกของเพลาท้ายได้ไม่เกิน

๑๕ เซนติเมตร

(๒)[๒๑]

ความสูง

ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๒ (ค)

(ง) (จ) มาตรฐาน ๓ (ค) (ง) (จ) (ฉ) และรถขนาดเล็ก

เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถจะต้องไม่เกิน ๓.๒๐ เมตร

ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑

มาตรฐาน ๒ (ก) (ข) มาตรฐาน ๓ (ก) (ข) มาตรฐาน ๕ และมาตรฐาน ๖

เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถจะต้องไม่เกิน ๓.๘๐ เมตร

ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔

และมาตรฐาน ๗ เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถจะต้องไม่เกิน ๔.๕๐ เมตร

ความสูงภายในของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กให้เป็นไปตามที่

กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

ความสูงของรถต้องไม่ทำให้รถมีการทรงตัวได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

(๓)[๒๒]

ความยาว

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๒

(ก) มาตรฐาน ๒ (ข) มาตรฐาน ๓ (ก) มาตรฐาน ๓ (ข) มาตรฐาน ๔ และมาตรฐาน ๗

เมื่อวัดจากกันชนหน้าถึงส่วนท้ายสุดของรถจะต้องไม่เกิน ๑๒ เมตร

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๒ (ค)

มาตรฐาน ๒ (ง) มาตรฐาน ๒ (จ) มาตรฐาน ๓ (ค) มาตรฐาน ๓ (ง) มาตรฐาน ๓ (จ) มาตรฐาน ๓

(ฉ) มาตรฐาน ๕ และรถขนาดเล็ก

เมื่อวัดจากกันชนหน้าหรือส่วนหน้าสุดไม่รวมแขนพ่วงถึงส่วนท้ายสุดของรถ

จะต้องไม่เกิน ๑๐ เมตร

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๖

เมื่อวัดจากกันชนหน้าถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม่เกิน ๑๘ เมตร

(๔) ส่วนยื่นหน้า เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดของตัวถัง

ไม่รวมกันชนหรือแขนพ่วงถึงศูนย์กลางเพลาล้อหน้า

จะต้องมีความยาวไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ หรือไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อตอนหน้าในกรณีที่รถนั้นเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน

ช่วงล้อ หมายความว่า

ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อหน้าสุดถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย หรือศูนย์กลางเพลาล้อคู่ท้ายในกรณีเพลาล้อคู่ท้ายเป็นเพลาคู่

ช่วงล้อของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๖

หมายความว่า ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อคู่หน้าสุดถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้ายหรือศูนย์กลางเพลาล้อคู่ท้ายของรถตอนหน้าและระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อท้าย

หรือเพลาล้อคู่ท้ายของรถตอนหน้าถึงศูนย์กลางเพลาล้อหรือศูนย์กลางระหว่างเพลาล้อคู่ของรถตอนท้าย

(๕) ส่วนยื่นท้าย

เมื่อวัดจากส่วนท้ายสุดของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย

หรือถึงศูนย์กลางเพลาล้อคู่ท้าย

ในกรณีเพลาล้อคู่ท้ายเป็นเพลาคู่จะต้องมีความยาวไม่เกินสองในสามของช่วงล้อ

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีประตูทางขึ้นลงด้านท้าย

และรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร มาตรฐาน ๖ นั้น

ส่วนยื่นท้ายจะต้องมีความยาวไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อหรือไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อตอนท้าย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๕

มาตรฐาน ๖ และมาตรฐาน ๗ ซึ่งเป็นรถเฉพาะกิจ จะมีความกว้าง ความสูง ความยาว

ส่วนยื่นหน้า และส่วนยื่นท้ายเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓

ก็ได้หากมีความจำเป็นตามลักษณะของการใช้งานเฉพาะกิจ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

หมวด

สภาพ เครื่องอุปกรณ์

และส่วนควบของรถที่ใช้ในการ

ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ

๑ ลักษณะ ๒

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ

๑ ลักษณะ ๒ ลักษณะ ๓ ลักษณะ ๔ ลักษณะ ๕ และลักษณะ ๙

จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

(๑) คัสซี

ตามแบบที่ผู้ผลิตออกแบบและกรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีรถบรรทุก

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้ว สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

(ข) กันชน

ให้มีกันชนหน้ายื่นจากหน้ารถระยะห่างพอสมควร

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๔

จะต้องมีกันชนท้ายยื่นจากท้ายรถระยะห่างพอสมควร

(ค) ระบบบังคับเลี้ยวที่ทำงานได้คล่องตัว

พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับรถสามารถบังคับรถได้สะดวกและปลอดภัย

กลไกบังคับต้องไม่สัมผัสกับส่วนอื่นใดของรถ อัตราส่วนระหว่างมุมหมุนของพวงมาลัยกับมุมเลี้ยวของล้อทั้งซ้ายและขวาต้องใกล้เคียงกัน

แรงที่ใช้หมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวซ้ายหรือขวาจะต้องใกล้เคียงกันและไม่มากเกินสมควร

(ง) กงล้อและยาง

กงล้อทำด้วยโลหะและยางเป็นชนิดกลวงสูบลมที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(จ)

เพลาล้อที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือน

สปริงมีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะบรรทุกเต็มอัตราได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่เพลาล้อหน้าไม่น้อยกว่า ๒ ชุด ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตามสมควร

(ช) แผ่นบังโคลนที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้างของยางล้อ

ทำด้วยโลหะหรือยาง หรือวัสดุอื่นใด สำหรับล้อหลังสุดของรถ

ส่วนล่างสุดของแผ่นบังโคลน ต้องสูงจากพื้นราบไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ซ)

ห้ามล้อมือที่มีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ฌ) ห้ามล้อเท้าที่บังคับที่ล้อทุกล้อ ซึ่งจะเป็นระบบไฮดรอลิคหรือระบบลมก็ได้

ถ้าเป็นระบบลมให้มีเครื่องวัดความดันของลมหรือสัญญาณเตือนไว้ในที่ซึ่งผู้ขับรถมองเห็นได้ง่าย

ทั้งนี้

โดยมีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ญ) เครื่องกำเนิดพลังงาน

ที่สามารถขับเคลื่อนรถด้วยความเร็วที่เหมาะสมและในสภาพใช้งานตามปกติซึ่งต้องไม่เกินเกณฑ์กำลังที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

และเครื่องกำเนิดพลังงานจะต้องไม่ทำให้เกิดก๊าซ ฝุ่น ควัน ละอองเคมี

และเสียงเกินเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ทั้งนี้

ให้มีฝาครอบเครื่องกำเนิดพลังงานขนาดปิดเครื่องได้สนิทและสามารถเก็บเสียงได้ตามความเหมาะสม

(ฎ)

ระบบไอเสียที่มีเครื่องระงับเสียงมีการบังหรือกันท่อไปเสียมิให้สัมผัสกับวัสดุติดไฟง่ายอันเป็นส่วนประกอบของรถ

ส่วนปลายของท่อไปเสียต้องขนานกับผิวทางและตรงไปตามความยาวของรถ

สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๔ นั้น

ส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อไอเสียจะต้องไม่อยู่ใต้ถังสำหรับบรรทุก

สำหรับรถที่ใช้ในการขนสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๙

ที่ใช้ลากจูงรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗ หรือลักษณะ ๘

ท่อไอเสียจะตั้งขึ้นในแนวดิ่ง และไม่ต่ำกว่าส่วนสูงของรถนั้นก็ได้

(ฏ) ระบบส่งกำลังงานประกอบด้วยคลัทช์ เฟืองส่งกำลัง

เพลาส่งกำลังข้อต่อต่าง ๆ และเฟืองท้าย

สามารถส่งกำลังขับเคลื่อนรถในขณะที่มีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัยและให้มีห่วงหรือโซ่รองรับเพลาส่งกำลังที่ทำด้วยโลหะที่มีขนาดสามารถรองรับเพลาส่งกำลังในกรณีที่หลุดหรือขาดไม่ให้กระแทกผิวทางได้

(ฐ)

ระบบสตาร์ทเครื่องกำเนิดพลังงานพร้อมสวิทช์ใช้การได้ดีที่ผู้ขับรถสามารถสตาร์ทเครื่องได้จากที่นั่งผู้ขับรถ

(ฑ) ระบบไฟฟ้า

ให้ใช้สายไฟที่มีฉนวนหุ้มสาย

และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านในสายนั้น การเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจรหรือเกิดอันตรายได้ง่าย ส่วนตัวถังที่ทำด้วยวัสดุสื่อไฟฟ้า

ต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ต้องยึดแน่นกับตัวรถ

ในกรณีที่แบตเตอรี่อยู่ในช่องแคบของตัวถัง

จะต้องมีไม้หรือฉนวนกั้นตามความเหมาะสมด้วย

(ฒ) แตรสัญญาณชนิดไฟฟ้าเสียงเดียวดังพอสมควร ความดังของเสียงแตรจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

แตรสัญญาณอย่างอื่นนอกจากแตรไฟฟ้าหากจะนำมาใช้

ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

ห้ามนำแตรสัญญาณที่มีเสียงทำให้เกิดความรำคาญหรือรบกวนสาธารณชนมาใช้

(ณ) ถังเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องกำเนิดพลังงานซึ่งมีสภาพไม่รั่วซึมมีฝาปิดอย่างดีและมีขนาดพอสมควร

ติดตั้งไว้ในที่ปลอดภัยซึ่งป้องกันการเกิดเพลิงไหม้

รวมทั้งท่อส่งเชื้อเพลิงต้องมีสภาพดี ไม่รั่วซึม หรือเกิดอันตรายได้ง่าย

(ด)

เครื่องวัดความเร็วสามารถอ่านความเร็วของรถเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง คลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละสิบ และจะต้องมีแสงสว่างให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

(ต)

เครื่องบันทึกความเร็วชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกซึ่งสามารถบันทึกระยะทาง

เวลา และความเร็วของรถตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง บนกระดาษกร๊าฟโดยอัตโนมัติ

ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่จะบังคับให้มีเครื่องบันทึกความเร็วตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๒) ตัวถังยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง

สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่นที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย

แบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) ห้องผู้ขับรถทำด้วยโลหะแข็งแรง

มีประตูทั้งสองข้างมีที่นั่งผู้ขับรถตั้งอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมที่สามารถบังคับรถได้ดี

และสามารถมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เมื่อใช้กระจกเงาสำหรับมองหลังได้อย่างชัดเจน

ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่จะบังคับให้มีห้องผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ข)[๒๓] กระจกกันลมและส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก

ต้องเป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

กระจกกันลมหน้า

ต้องมีขนาดที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นสภาพการจราจรได้ดี

และห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนใดส่วนหนึ่งของกระจก

เว้นแต่เป็นการติดเครื่องหมายหรือเอกสารที่กฎหมายกำหนด

หรือเป็นการติดวัสดุเพื่อบังหรือกรองแสงแดดไว้ที่ด้านบนของกระจกตามขนาดที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

(ค) กระจกเงาสำหรับมองหลังอย่างน้อย ๑ บาน

ซึ่งทำให้ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านข้าง ด้านหลัง และภายในรถได้ทุกขณะ

(ง) เครื่องปัดน้ำฝน มีใบปัดน้ำที่กระจกหน้ารถ

และมีขนาดที่สามารถปัดน้ำได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้ารถได้อย่างชัดเจน

(จ) ตัวถังส่วนที่บรรทุก

ให้มีลักษณะและมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

แต่ความสูงของตัวถังส่วนที่บรรทุกที่มีลักษณะเป็นกระบะทึบสำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกิน

๘,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม เมื่อวัดจากพื้นกระบะจะต้องไม่เกิน ๖๐

เซนติเมตร และสำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม

เมื่อวัดจากพื้นกระบะจะต้องไม่เกิน ๘๐ เซนติเมตร

(ฉ) ตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง

ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวถัง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(ช) สีภายนอกซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

(ซ)[๒๔]

แผ่นสะท้อนแสงสีแดง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒) (ฒ)

ในกรณีที่เป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่ส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบให้ติดแผ่นสะท้อนแสงสีเหลืองที่มุมบนของตัวถังด้านท้ายแห่งละ

๑ แผ่นด้วย

(ฌ)[๒๕]

เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถและตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๓)[๒๖]

โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

(๓) (ก)

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

(๓) (ข)

(ค) โคมไฟแสดงความกว้างของรถ

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ค)

(ง) โคมไฟเลี้ยว มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(ง)

(จ) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(จ)

(ฉ) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(ฉ)

(ช) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

(๓) (ช)

(ซ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ซ)

(ฌ) โคมไฟแสดงส่วนสูงและประเภทของรถ แสงเขียว

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ฌ)

สำหรับรถที่มีตัวถังส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวรให้มีโคมไฟแสดงส่วนสูงแสงแดง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถตอนบนหลังคา จำนวน ๒ ดวง

แต่ละดวงห่างจากด้านข้างริมสุดของรถไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(ญ) โคมไฟภายในรถ แสงขาว

ติดไว้ภายในห้องผู้ขับรถให้แสงสว่างพอสมควร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ แล้ว

(๑) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ ๙

ที่ใช้ลากจูงรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๖

จะต้องมีเครื่องต่อพ่วงทำด้วยโลหะแข็งแรงสำหรับยึดแขนพ่วงของรถพ่วง

(๒) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ ๙

ที่ใช้ลากจูงรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗ หรือลักษณะ ๘

จะต้องมีจานพ่วงหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

ทำด้วยโลหะพร้อมเครื่องสำหรับล็อคสลักพ่วงของรถกึ่งพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว

เพื่อมิให้หลุดจากกันในขณะใช้งาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ แล้ว

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ๔

จะต้องมีเครื่องดับเพลิงติดตั้งในที่เหมาะสมพร้อมที่จะใช้การได้ทุกขณะขนาด

จำนวนและคุณภาพของเครื่องดับเพลิงให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ทวิ[๒๗] รถตามข้อ ๑๕ อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้

ถ้าจะนำมาใช้ต้องมีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน ๒ ดวง

มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ก)

(ข) โคมไฟข้างรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ทวิ

(๑) (ข)

(ค) โคมไฟเลี้ยวข้างรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑ ทวิ (๑) (ค)

(ง) โคมไฟตัดหมอก มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

ทวิ (๑) (ง)

(จ) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ทวิ

(๑)(จ)

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๑๕ (๓)

ถ้าจะนำมาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

(๓)[๒๘]

เครื่องปรับอากาศ

ต้องมีประสิทธิภาพสามารถปรับอากาศภายในรถให้มีอุณหภูมิสม่ำเสมอพอเหมาะ

และมีระบบการทำงาน คุณลักษณะเฉพาะ หรือขนาด

ตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

และลักษณะ ๘

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๖ ลักษณะ ๗ และลักษณะ ๘

จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

(๑) คัสซี ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีรถบรรทุก

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้ว สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

สำหรับโครงคัสซีของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ

๘ ต้องสามารถปรับขนาดความยาวได้

โครงคัสซีส่วนหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ๗

และลักษณะ ๘ ให้มีสลักพ่วงทำด้วยโลหะขนาดพอสมควร

สำหรับต่อกับจานพ่วงของรถลากจูงได้โดยเฉพาะ

(ข) กงล้อและยาง

กงล้อทำด้วยโลหะ และยางเป็นชนิดกลวงสูบลม ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(ค) เพลาล้อ

ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

(ง) สปริง

ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะบรรทุกเต็มอัตราได้โดยปลอดภัย

(จ) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้างของยางล้อ

ทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่นใด สำหรับล้อหลังสุดของรถ

ส่วนล่างสุดของแผ่นบังโคลน ต้องสูงจากพื้นราบไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ฉ) ระบบห้ามล้อ จะต้องเป็นระบบที่สามารถห้ามล้อได้

โดยใช้เครื่องห้ามล้อจากรถลากจูงและต้องมีระบบห้ามล้อฉุกเฉิน ที่สามารถทำให้รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ

๖ ลักษณะ ๗ และลักษณะ ๘ หยุดได้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่รถดังกล่าวหลุดจากรถลูกจูง

(ช) ระบบไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

(๑) (ฌ)

(๒) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง

สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่นที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย

แบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบแต่ทั่งนี้ จะต้องประกอบด้วย

(ก) ส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก

ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ (๒) (ข)

(ข) ตัวถังส่วนที่บรรทุก

ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ (๒) (จ)

(ค) สีภายนอกซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

(ง)[๒๙]

แผ่นสะท้อนแสง ให้มีแผ่นสะท้อนแสงดังนี้

(๑) สีแดง มีจำนวน ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒)

(ฒ)

(๒) สีเหลือง มีขนาดและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๒) (ฒ)

ติดที่หน้ารถข้างซ้ายและข้างขวาแห่งละ ๑ แผ่น

ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕

เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า

๑๕๐ เมตร ในกรณีของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๖ หรือลักษณะ ๗

ที่ตัวถังส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวรให้ติดที่มุมส่วนบนของตัวถังด้านท้ายมุมละ

๑ แผ่นด้วย

(๓)[๓๐]

โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่ทำงานได้ร่วมกับรถที่ใช้ลากจูง

และมีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟเลี้ยว ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวา

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ง)

(ข) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(จ)

(ค) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓)

(ฉ)

(ง) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

(๓) (ช)

(จ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ (๓) (ซ)

(ฉ) โคมไฟแสดงส่วนสูงท้ายรถ แสงแดง

สำหรับรถที่มีตัวถังส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวร

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถตอนบนหลังคา จำนวน ๒ ดวง

แต่ละดวงห่างจากด้านข้างริมสุดไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(ช) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง

มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๓) (ซ)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ทวิ[๓๑] รถตามข้อ ๑๘

อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ทวิ

(๑) (จ) ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๑๘ (๓)

ถ้าจะนำมาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘ แล้ว

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๖

จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งได้แก่แขนพ่วง

ทำด้วยโลหะขนาดพอสมควร สามารถลากจูงได้ในขณะบรรทุกเต็มอัตรา

และสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงได้ พร้อมทั้งมีจานหมุน ทำด้วยโลหะหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

ติดบนเพลาล้อหน้าทำให้ล้อคู่หน้าเลี้ยวตามรถลากจูงได้โดยปลอดภัย

และให้มีเครื่องบังคับให้รถพ่วงขณะต่อกับรถลากจูงสามารถถอยหลังได้

ความยาวของแขนพ่วงให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(๒) แผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวไม่น้อยกว่าด้านละ

๓๐ เซนติเมตร พื้นสีขาวหรือสีเหลือง ขอบสีแดง

ความกว้างของขอบสีแดงกว้างไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตรโดยรอบสามารถสะท้อนแสงมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืนระยะไม่น้อยกว่า

๑๕๐ เมตร ตรงกลางมีรูปรถพ่วงหรืออักษรไทยว่า “รถพ่วง”

สีดำติดอยู่ที่ด้านท้ายในระดับสูงไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร และไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร

ขนาดของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

ให้มีขนาดตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

(๑) ความกว้าง

เมื่อวัดจากส่วนที่กว้างที่สุดของตัวถังรวมส่วนประกอบข้างตัวถังที่ยื่นออกจากตัวถัง

แต่ไม่รวมกระจกเงาสำหรับมองหลังด้านข้าง จะต้องไม่เกิน ๒.๕๐ เมตร และตัวถังหรือส่วนประกอบของตัวถังจะยื่นเกินขอบยางด้านนอกของเพลาท้ายได้ไม่เกิน

๑๕ เซนติเมตร

(๒) ความสูง เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถ

จะต้องไม่เกิน ๓.๘๐ เมตร

เว้นแต่รถกระบะบรรทุกหรือรถตู้บรรทุกที่มีความกว้างไม่เกิน ๒.๓๐ เมตร

ให้มีความสูงได้ไม่เกิน ๓ เมตร

(๓) ความยาว

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๑

เมื่อวัดจากกันชนหน้าถึงส่วนท้ายสุดของรถจะต้องไม่เกิน ๑๐ เมตร

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๖

เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดไม่รวมแขนพ่วงถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม่เกิน ๘ เมตร

ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗

และลักษณะ ๘ เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุด ถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม่เกิน ๑๒.๕๐ เมตร

(๔) ส่วนยื่นหน้า

ส่วนยื่นหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๑

เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดของรถไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อหน้าจะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ

ส่วนยื่นหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗

และลักษณะ ๘ เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดของรถไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางสลักพ่วง

จะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ

ช่วงล้อ หมายความว่า

ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อหน้าสุดของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๑

หรือศูนย์กลางสลักพ่วงของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗ และลักษณะ ๘

ถึงศูนย์กลางเพลาท้าย หรือถึงศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีเป็นเพลาคู่

(๕) ส่วนยื่นท้าย

ส่วนยื่นท้ายของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๑

เมื่อวัดจากส่วนท้ายของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย

หรือศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีที่เพลาท้ายเป็นเพลาคู่จะต้องมีความยาวไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ

เว้นแต่รถที่มีส่วนบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของเป็นตู้ทึบและรถที่มีทางขึ้นลงหรือติดตั้งอุปกรณ์ในการขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของที่ด้านท้ายส่วนบรรทุก

ให้มีความยาวได้ไม่เกินสองในสามของช่วงล้อ

ส่วนยื่นท้ายของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ ๗

หรือลักษณะ ๘

เมื่อวัดจากส่วนท้ายสุดของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีที่เพลาท้ายเป็นเพลาคู่

จะต้องมีความยาวไม่เกินสองในห้าของช่วงล้อ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษะ

๕ ลักษณะ ๖ ลักษณะ ๗ และ

ส่วนยื่นหน้าและส่วนยื่นท้ายเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๐ ก็ได้

หากมีความจำเป็นตามลักษณะของการใช้งานเฉพาะกิจ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔

ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๗๑

วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า

รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง

มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒[๓๒]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

ได้กำหนดเกี่ยวกับความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔ (รถสองชั้น)

ไว้ไม่เกิน ๑๐ เมตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบของรถที่มีการผลิตโดยทั่วไปในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับความยาวของรถดังกล่าวให้มีความยาวได้ไม่เกิน ๑๒

เมตร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒[๓๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

คือ

โดยที่ในปัจจุบันการติดกระจกกันลมหลังกับตัวรถไม่มีผลเกี่ยวกับความปลอดภัยของรถ

สมควรเปิดโอกาสให้เจ้าของรถเลือกที่จะจัดให้มีกระจกกันลมหลังหรือไม่ก็ได้ และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน

๔ ให้มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ดังนั้น

เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว

สมควรกำหนดให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔

มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

นอกจากนั้น

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมขนาดความสูงของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กให้รับกับมาตรฐานสากลและกำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการทรงตัวของรถดังกล่าวเพื่อให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒[๓๔]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่ในปัจจุบันวิวัฒนาการและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ได้เจริญก้าวหน้าไปเป็นอันมาก

ดังนั้น

เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมวิวัฒนาการและความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว

และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดอันตรายแก่ผู้ใช้รถ

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งในส่วนเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

เสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

รวมทั้งสมควรเพิ่มเติมการกำหนดเครื่องมือเครื่องใช้ประจำรถที่ใช้ในการขนส่ง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่

๕๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๓๕]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันปรากฏว่า

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง (รถตู้)

ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดฟิล์มกรองแสงที่มีกระจกกันลมด้านข้างและด้านหลังของรถแตกต่างไปจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน

แต่ไม่เกินสิบสองคน (รถตู้) ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

จึงก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติและการกำกับดูแลทั้ง ๆ ที่เป็นรถยนต์ที่มีลักษณะและขนาดเดียวกัน

ดังนั้น

เพื่อให้การปฏิบัติที่เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงของกระจกกันลมด้านข้างและด้านหลังของรถยนต์ดังกล่าวตามกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

สมควรปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดฟิล์มกรองแสงสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน

๒ (จ) ที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง (รถตู้) และมาตรฐาน ๓ (ฉ) (รถตู้)

เสียใหม่ให้สอดคล้องกันกับที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่

๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๓๖]

ข้อ

รถที่จดทะเบียนไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนหรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศใหม่หรือระบบระบายอากาศใหม่ให้เครื่องปรับอากาศและระบบระบายอากาศดังกล่าวเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

โดยที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามเป็นสมาชิกพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

(Montreal Protocol on Substances that Deplete the Ozone Layer) เมื่อวันที่ ๑๕

กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๑ และให้สัตยาบันการเข้าเป็นภาคีพิธีสารฯ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงมีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒

แต่เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการนำเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งเป็นเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งจำนวนมากโดยไม่มีมาตรการในการควบคุมการใช้

จึงมีการใช้สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbons (CFCs)) เป็นสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศภายในรถที่ใช้ในการขนส่ง

ซึ่งสารดังกล่าวจะทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น

เพื่อควบคุมดูแลการใช้เครื่องปรับอากาศภายในรถที่ใช้ในการขนส่งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปลอดภัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อให้สามารถกำหนดให้มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอ

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

พัสสน/ผู้จัดทำ

๒๓ กันยายน ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๘ ตุลาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕

[๒] ข้อ ๑ (๒) (ก)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๓] ข้อ ๑ (๒) (ก)

วรรคสาม เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๔] ข้อ ๑ (๒) (ข)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๕] ข้อ ๑ (๒) (ซ)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๖] ข้อ ๑ (๒) (ซ)

วรรคสี่ เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๗] ข้อ ๑ (๒) (ฒ)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๘] ข้อ ๑ (๒) (ณ)

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๙] ข้อ ๑ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๐] ข้อ ๑ ทวิ

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๑] ข้อ ๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๒] ข้อ ๕

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๓] ข้อ ๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๔] ข้อ ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๕] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐

(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๖] ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๗] ข้อ ๑๐ (๒) (ฎ)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๘] ข้อ ๑๐ (๒) (ฏ)

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๑๙] ข้อ ๑๐ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๐] ข้อ ๑๐ ทวิ

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๑] ข้อ ๑๓ (๒)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๒] ข้อ ๑๓ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๓] ข้อ ๑๕ (๒) (ข)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๔] ข้อ ๑๕ (๒) (ซ)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๕] ข้อ ๑๕ (๒) (ฌ)

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๖] ข้อ ๑๕ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๗] ข้อ ๑๗ ทวิ

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๘] ข้อ ๑๗ ทวิ (๓)

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๒๙] ข้อ ๑๘ (๒) (ง)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๓๐] ข้อ ๑๘ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

[๓๑] ข้อ ๑๘ ทวิ

เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

[๓๒] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๓๒

[๓๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๙/๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๕

[๓๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๑๒/๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๗

[๓๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้า ๒๕/๗ เมษายน ๒๕๔๓

[๓๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๓/๑๔ มกราคม ๒๕๔๘

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 14/01/2548) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4a0005946dc1bca8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com