法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง

และบริการเพื่อสังคม

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ดังนั้น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่จัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

และมีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องจัดให้มีบริการโทรคมนาคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๕๑ (๑๔) และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๕ มาตรา

๕๐ และมาตรา ๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายประกอบกับมาตรา

๑๗ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

จึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“โทรคมนาคม”

หมายถึง การส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมายสัญญาณตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง รหัส

หรือการอื่นใดซึ่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยระบบสาย ระบบคลื่นความถี่ ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า

หรือระบบอื่น

“บริการโทรคมนาคมพื้นฐาน”

หมายถึง การให้บริการโทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์ประจำที่และอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำกัดเทคโนโลยี

“โทรศัพท์สาธารณะ”

หมายถึง โทรศัพท์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบมีสายหรือไร้สาย ติดตั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้โดยสะดวก

สามารถชำระค่าบริการได้ทั้งแบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตรโทรศัพท์

“โทรศัพท์ประจำที่”

หมายถึง โทรศัพท์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบมีสายหรือไร้สายติดตั้งประจำที่โดยสามารถรองรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วอย่างน้อย

56 Kbps

“ทั่วถึง” หมายถึง ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทย

“สถานศึกษา”

หมายถึง สถานที่ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็นสถานศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ เช่น

โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย

“ศาสนสถาน” หมายถึง สถานที่ซึ่งได้รับรองว่าเป็นศาสนสถานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

หรือกรมการศาสนา เช่น วัดพุทธ โบสถ์คริสต์ โบสถ์พราหมณ์ มัสยิดอิสลาม

“สถานพยาบาล”

หมายถึง สถานที่ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็นสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข เช่น สถานีอนามัย

โรงพยาบาล

“หน่วยงานอื่นที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคม”

หมายถึง มูลนิธิหรือหน่วยงานซึ่งมีผลงานการช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากไม่น้อยกว่า

๑๐๐ คน เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๒ ปี

โดยได้รับการอนุญาตและมีหนังสือรับรองว่าเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคมจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

“ผู้มีรายได้น้อย”

หมายถึง ผู้มีรายได้น้อยต่อเดือนโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ที่หน่วยงานราชการประกาศกำหนด

และต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการที่คณะกรรมการเห็นชอบหรือได้รับการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานราชการว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย

“คนพิการ” หมายถึง บุคคลที่มีความผิดปกติหรือมีความบกพร่องทางร่างกาย

การมองเห็น การได้ยิน หรือสื่อความหมาย โดยไม่สามารถรับการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานเหมือนคนปกติ

และมีบัตรหรือหนังสือรับรองจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบ

“เด็ก” หมายถึง บุคคลที่มีอายุไม่เกิน

๑๕ ปีบริบูรณ์

“คนชรา” หมายถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่

๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

“ผู้ด้อยโอกาสในสังคม”

หมายถึง ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบ ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา

สาธารณสุข การเมือง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติและภัยสงคราม รวมถึงผู้ที่ขาดโอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ

ตลอดจนผู้ประสบปัญหาที่ยังไม่มีองค์กรหลักรับผิดชอบ อันจะส่งผลให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น

และมีหนังสือรับรอง

หรือได้รับการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมหรือหน่วยงานราชการอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบ

“ผู้รับใบอนุญาต”

หมายถึง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาต

“ผู้ใช้บริการ”

หมายถึง ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาต

“คณะกรรมการ”

หมายถึง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.

“สำนักงาน” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“เลขาธิการ”

หมายถึง เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“กองทุน” หมายถึง กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ส่วนที่

แผนการดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เพื่อให้การดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการได้กำหนดระยะเวลาและภารกิจที่ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

๒.๑ จัดให้มีโทรศัพท์สาธารณะอย่างน้อย ๒ เลขหมายต่อ

๑ หมู่บ้าน จำนวนไม่เกิน ๖,๐๐๐ หมู่บ้าน ทั้งนี้ต้องติดตั้งภายใน

๓๐ เดือน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยจะต้องดำเนินการไม่น้อยกว่าพื้นที่เป้าหมายและในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

๒.๒ จัดให้มีโทรศัพท์ประจำที่และโทรศัพท์สาธารณะ

อย่างน้อยอย่างละ ๑ เลขหมายรวมอย่างน้อย ๒ เลขหมายต่อแห่ง ในสถานศึกษา ศาสนสถาน สถานพยาบาล

และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคมจำนวนไม่เกิน ๔,๐๐๐ แห่ง

ภายใน ๒๔ เดือน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตโดยจะต้องดำเนินการไม่น้อยกว่าพื้นที่เป้าหมายและในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

๒.๓ จัดให้มีบัตรโทรศัพท์สำหรับกลุ่มคนพิการ กลุ่มคนชราที่มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเงินจำนวน

๑๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน จำนวนเดือนละไม่เกิน ๑ ล้านคน เป็นระยะเวลา ๓๐ เดือน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต

ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

๒.๔ จัดให้มีโทรศัพท์สาธารณะอย่างน้อย ๑ เลขหมาย

ภายในรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ เมตร ของชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ครัวเรือน

ที่ได้ยื่นความต้องการและอยู่ในเขตพื้นที่โครงข่ายของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

โดยต้องสำรองเลขหมายไว้ไม่เกิน ๒,๖๐๐ เลขหมาย ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ำกว่าที่คณะกรรมการกำหนด

๒.๕ จัดให้มีโทรศัพท์สาธารณะและบริการอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ

ตามระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการว่าด้วยมาตรฐานอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ

พ.ศ. ๒๕๔๔

๒.๖ จัดให้มีการช่วยเหลือในการใช้บริการโทรคมนาคมบางประเภทหรือบางลักษณะแก่บุคคลและหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคมไม่เกิน

๕,๐๐๐ เลขหมาย ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนด จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขและมาตรฐานการให้บริการในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามเอกสารแนบท้ายประกาศ

ส่วนที่

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๓.๑ กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามข้อ

๒.๑ และ ๒.๒

๓.๒ กำหนดระยะเวลาที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องส่งแผนการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

๓.๓ พิจารณาและอนุมัติแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมของผู้ขอรับใบอนุญาต

๓.๔ พิจารณาและอนุมัติผลการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตตามภารกิจในข้อ

๓.๕ วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของผู้รับใบอนุญาตตามข้อ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การพิจารณาแผนการดำเนินงานในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง

และบริการเพื่อสังคมของคณะกรรมการจะพิจารณาโดยคำนึงถึงความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น

ความเหมาะสมทางกายภาพ ความเหมาะสมทางเทคนิค ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมทางการเงินและเศรษฐกิจ

การสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสทางการแข่งขัน เป็นต้น

คณะกรรมการมีอำนาจให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

และมีอำนาจในการปรับปรุง แก้ไขแผนการจัดให้มีบริการของผู้ขอรับใบอนุญาตก่อนการพิจารณาอนุมัติ

โดยคณะกรรมการจะมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับมอบหมายในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมากกว่า

๑ ราย เข้าดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมภายในพื้นที่เป้าหมายเดียวกันได้

ส่วนที่

หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตแบบที่ ๒ ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง

และแบบที่ ๓ มีหน้าที่ต้องจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามที่คณะกรรมการกำหนด

โดยจะต้องจัดส่งหนังสือแจ้งความจำนงที่จะจัดบริการต่อคณะกรรมการ พร้อมกับแผนการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ระยะ ๓ ปี เสนอต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้

๕.๑ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

๕.๒ แผนการจัดหา ติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์

๕.๓ ข้อกำหนดทางเทคนิคของโครงข่ายและรายละเอียดการเชื่อมต่อโครงข่าย

๕.๔ ตำแหน่งของจุดติดตั้ง

๕.๕ ประมาณการรายได้- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

พร้อมข้อสมมุติฐานที่ใช้สำหรับการประมาณการ

๕.๖ รายละเอียดการกำหนดอัตราค่าบริการในพื้นที่เป้าหมาย

๕.๗ รายละเอียดของเทคโนโลยีการให้บริการในพื้นที่เป้าหมาย

๕.๘ รายละเอียดแผนการสนับสนุนแก่ผู้มีรายได้น้อย

คนพิการ เด็ก คนชรา และผู้ด้อยโอกาสในสังคม

๕.๙ แผนการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินและเศรษฐกิจและการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงาน

๕.๑๐ แผนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่อปี

๕.๑๑ ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่คณะกรรมการร้องขอเพิ่มเติม

ทั้งนี้ให้ดำเนินการจัดส่งรายละเอียดแผนการให้บริการโทรคมนาคมโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

พร้อมสำเนาจำนวน ๔ ชุด มาพร้อมกับการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีความประสงค์จะเป็นผู้รับใบอนุญาตตามข้อ

๕ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามเป้าหมายที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในข้อ

๒ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตรายดังกล่าวจัดทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

เพื่อให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่คณะกรรมการมอบหมายให้ดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ตามเป้าหมายในข้อ ๒ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

โดยไม่สามารถขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้รับใบอนุญาตที่จัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมมีหน้าที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานตามข้อ

๒ ให้คณะกรรมการทราบทุกๆ ๖ เดือน ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย

หรือในกรณีที่เกิดความขัดข้องในการใช้งาน ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติภายใน

๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากมีเหตุสุดวิสัยให้ทำหนังสือขอผ่อนผันเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นกรณีกรณีไปและเลขาธิการจะมีคำสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลา

๓๐ วัน ทั้งนี้ หากผู้รับใบอนุญาตไม่พอใจคำสั่งของเลขาธิการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายใน

๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการแจ้งหรือถือว่าได้รับแจ้งคำสั่ง โดยการอุทธรณ์ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและคณะกรรมการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน

๓๐ วัน โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ

และพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือคณะกรรมการวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของเลขาธิการ เมื่อเลขาธิการมีหนังสือเตือนแล้วยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

เลขาธิการจะมีคำสั่งปรับผู้รับใบอนุญาตในอัตราวันละ ๓,๐๐๐ บาท

ต่อจุด ทั้งนี้ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ บาทต่อวัน หากผู้รับใบอนุญาตยังเพิกเฉยไม่ปฏิบัติการให้ถูกต้อง

คณะกรรมการอาจมีคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตแบบที่ ๒ ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง

และแบบที่ ๓ ทุกราย ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามที่คณะกรรมการกำหนด

ต้องจัดสรรเงินรายได้ประจำปีก่อนหักค่าใช้จ่าย จากการประกอบกิจการโทรคมนาคม เพื่ออุดหนุนให้แก่กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

สำหรับนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

๙.๑ จัดให้มีการดำเนินกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ในส่วนที่คณะกรรมการมิได้มอบหมายหรือไม่มีผู้รับใบอนุญาตรายใดสามารถจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

ตามเป้าหมายที่คณะกรรมการกำหนดได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการจะใช้วิธีการประมูลแข่งขัน เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อทำหน้าที่จัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมต่อไป

๙.๒ เพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านโทรคมนาคม และเพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการโทรคมนาคม

ตลอดจนดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา วัฒนธรรม

ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๙ จะต้องจัดสรรเงินรายได้จากการประกอบกิจการโทรคมนาคมตามอัตราและวิธีการชำระ

ดังต่อไปนี้

๑๐.๑ ให้นำส่งรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายของผู้ได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาต

ในอัตราร้อยละ ๔ ต่อปี หรือตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมตามหน้าที่ที่ต้องจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใดที่คณะกรรมการเห็นสมควรเข้ากองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

๑๐.๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องนำส่งรายได้เข้ากองทุนเป็นรายปี

ในวันครบกำหนดชำระเงิน โดยแบ่งชำระเป็น ๒ ครั้ง คือ ชำระครั้งที่หนึ่งในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม

ของทุกปี โดยคำนวณจากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการของช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนของปีเดียวกัน

และชำระอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๓๑ มกราคม ของทุกปีโดยคำนวณจากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการของช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมของปีก่อนหน้า

๑๐.๓ การคำนวณรายได้ที่ต้องจัดส่งสำหรับครั้งแรกหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตแบ่งเป็น

๒ กรณี คือ

กรณีที่หนึ่ง คือ กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตได้ประกอบกิจการนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตจนถึงวันที่

๓๐ มิถุนายนของการประกอบกิจการในปีแรกแล้วยังไม่ครบ ๖ เดือน

ให้คำนวณรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนของปีเดียวกัน

กรณีที่สอง คือ กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตได้ประกอบกิจการนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตจนถึงวันที่

๓๑ ธันวาคมของการประกอบกิจการปีแรกแล้วยังไม่ครบ ๖ เดือน ให้คำนวณรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน

๑๐.๔ ให้ผู้รับใบอนุญาตชำระเป็นเงินสดหรือเช็คธนาคารสั่งจ่ายกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะภายในวันครบกำหนดชำระ

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บรายได้ตามความเหมาะสม

๑๐.๕ หากผู้รับใบอนุญาตไม่จัดสรรเงินรายได้ภายในกำหนดดังกล่าว

คณะกรรมการอาจเรียกเก็บเงินเพิ่ม เป็นจำนวนเงินเท่ากับผลคูณของจำนวนเงินที่ค้างชำระกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

MLR + 2 (ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย

ณ วันครบกำหนดชำระเงิน) คูณกับสัดส่วนของจำนวนวันที่ค้างชำระต่อจำนวนวันใน ๑ ปี (๓๖๐

วัน)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท.

โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

ยื่นแผนการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ตามมาตรา ๑๗ (๑),

(๒), (๓) และ (๔) ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

พลเอก

ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์

ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

เอกสารแนบท้ายประกาศ เงื่อนไข และมาตรฐานการให้บริการ ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง

และบริการเพื่อสังคม

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ฐิติพงษ์/ผู้จัดทำ

๑๘

สิงหาคม ๒๕๔๘

[๑]

รก.๒๕๔๘/พ๕๘ง/๖๗/๓ สิงหาคม ๒๕๔๘

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4a1614192e834050

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com