ข้อ ๔ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินารายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรได้ ดังนี้
(1) การให้สัมปทาน คือ การให้สิทธิแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ได้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินในการประกอบอาชีพ เช่น การให้ใช้ประโยชน์จากอาคาร สถานที่หรือทรัพย์สินของสถานประกอบการ การให้สิทธิในลิขสิทธิ์ในการจําหน่ายสินค้า การจัดสรรเวลาออกอากาศสถานีโทรทัศน์ วิทยุ
การดําเนินการในลักษณะดังกล่าว เป็นกรณีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ ให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์จากสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ของตน ไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินํามูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น มาถือเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่าง
บริษัท ก. มีที่ดินเป็นของตนเอง ได้ทําสัญญาให้สัมปทานใช้พื้นที่ในการทําการเกษตรปลูกผักแก่ผู้ดูแลคนพิการเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยไม่มีค่าตอบแทน คิดเป็นมูลค่า 109,500 บาท โดยผู้ดูแลคนพิการจะเป็นผู้หาประโยชน์และเป็นผู้ได้รับรายได้จากการขายผักตลอดระยะเวลาการให้สัมปทาน บริษัท ก. ให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินของตน ไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ บริษัท ก. ไม่มีสิทธินํามูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น มาถือเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
(2) การจัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ คือ การให้สถานที่เพื่อให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ
การดําเนินการในลักษณะดังกล่าว เป็นกรณีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ ให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ของตน ไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินํามูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น มาถือเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่าง
บริษัท ก. มีอาคารสถานประกอบการ ได้ทําสัญญาให้คนพิการใช้พื้นที่อาคารบริเวณโรงอาหารของบริษัทเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้คนพิการขายอาหารจํานวน 1 ร้าน โดยไม่มีค่าตอบแทน คิดเป็นมูลค่า 109,500 บาท ผลประโยชน์เงินรายได้ที่เกิดจากการจําหน่ายอาหารให้ตกเป็นของคนพิการ
บริษัท ก. ให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์จากอาคารของตน ไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินํามูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
(3) การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือการจ้างเหมาบริการโดยวิธีการพิเศษ คือ การจ้างคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการโดยตรง ในงานที่มุ่งผลสาเร็จของงาน หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการได้จ่ายค่าใช้จ่ายไปเพื่อการจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการที่เป็นไปเพื่อกิจการของตน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น มีสิทธินาค่าใช้จ่ายตามจํานวนที่ได้จ่ายไปนั้นมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคค
หากการจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น ไม่มีสิทธินาค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากาไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎาก
ตัวอย่างที่
บริษัท ก. ได้ทําสัญญาจ้างเหมาคนพิการเพื่อให้จัดทําของที่ระลึกของบริษัทเพื่อแจกเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ให้คนพิการ โดยบริษัทจะจ่ายเงินค่าจ้างทําของที่ระลึกในราคา 109,500 บาทต่อคนพิการ 1 คน บริษัท ก. มีสิทธินาเงินค่าจ้างเหมาคนพิการดังกล่าว มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
ตัวอย่างที่ 2
บริษัท ก. ได้ทําสัญญาจ้างเหมาคนพิการเพื่อให้ไปทํางานในบริษัท ข. หรือส่วนราชการใด ๆ เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยมีมูลค่าสัญญาจ้างจํานวน 109,500 บาทต่อคนพิการ 1 คน บริษัท ก. ไม่มีสิทธินาเงินค่าจ้างเหมาคนพิการดังกล่าว มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
(4) การฝึกงาน คือ การฝึกงานให้แก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการในหลักสูตรที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ การถ่ายทอดวิทยาการ เทคโนโลยี องค์ความรู้ เพื่อให้นาไปใช้ประกอบอาชีพ
หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการได้มีการจ่ายเงินเพื่อการฝึกงานให้แก่ คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น มีสิทธินาค่าใช้จ่ายตามจํานวน ที่ได้จ่ายไปนั้นมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่าง
บริษัท ก. จัดให้มีการอบรมอาชีพพนักงาน Call center สําหรับคนพิการ โดยจ้างทีมงานฝึกอบรมจากบริษัท ข. โดยบริษัท ก. จ่ายเงินค่าจ้างทีมงานฝึกอบรมให้แก่บริษัท ข. จํานวน 109,500 บาท ต่อคนพิการ 1 คน บริษัท ก. มีสิทธินาค่าใช้จ่ายการจ้างทีมงานฝึกอบรมที่ได้จ่ายไปจริง จํานวน 109,500 บาท มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
(5) การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอํานวยความสะดวก คือ การจัดให้มีอุปกรณ์หรือ สิ่งอํานวยความสะดวกให้แก่คนพิการที่ทํางานในสถานประกอบการ ให้มีสิทธิทํางานได้ตามความเหมาะสม นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินารายจ่ายตามจํานวนที่ได้จ่ายไปเพื่อการจัดให้มีอุปกรณ์หรือ สิ่งอํานวยความสะดวก มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่าง
บริษัท ก. มีพนักงานลูกจ้างทั้งสิ้นจํานวน 2,100 คน ได้จ้างคนพิการทํางาน ในสถานประกอบการจํานวน 20 คน และได้จัดให้มีทางลาดสําหรับคนพิการ โดยบริษัท ก. จ่ายเงินค่าจัดทํา ทางลาดคนพิการเป็นจํานวน 109,500 บาท ดังนั้น บริษัท ก. มีสิทธินํามูลค่าต้นทุนของทางลาดที่ได้จัดทํานั้นมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้และเนื่องจากกรณีดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการจัดอุปกรณ์ สิ่งอํานวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ให้แก่คนพิการในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ บริษัท ก. จึงได้รับสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 499) พ.ศ. 2553
(6) การจัดให้มีบริการล่ามภาษามือ คือ การจัดหาบุคคลซึ่งจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือ ต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่ออํานวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างคนพิการทางการได้ยินกับบุคคลอื่นในสถานประกอบการของตน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น มีสิทธินาค่าใช้จ่ายตามจํานวนที่ได้จ่ายไปเพื่อการจัดให้มีล่ามภาษามือมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่างที่ 1
บริษัท ก. มีพนักงานลูกจ้างทั้งสิ้นจํานวน 2,100 คน ได้จ้างคนพิการทางการได้ยินเข้าทํางานในสถานประกอบการจํานวน 20 คน และได้จ่ายเงินค่าจ้างล่ามภาษามือ 1 คน เป็นจํานวน 109,500 บาทต่อ 1 ปี เพื่ออํานวยความสะดวกในการสื่อสารในสถานประกอบการ บริษัท ก. มีสิทธินาค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีบริการล่ามภาษามือดังกล่าว มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
ตัวอย่างที่ 2
บริษัท ก. จ่ายเงินค่าจัดให้มีบริการล่ามภาษามือเป็นจํานวน 109,500 บาท เพื่อจ้างล่ามภาษามือไปให้บริการในงานปีใหม่ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หรือสถานที่ของหน่วยงานของรัฐอื่นใด บริษัท ก. ไม่มีสิทธินาค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีบริการล่ามภาษามือดังกล่าว มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
(7) การช่วยเหลืออื่นใด คือ การสนับสนุนด้านการเงิน วัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือหรือทรัพย์สินอื่น รวมทั้งการซื้อสินค้าจากคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการโดยตรงเพื่อให้มีอาชีพ ฝึกอาชีพ เตรียมความพร้อมในการทํางาน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่สนับสนุนด้านการเงิน วัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือหรือทรัพย์สินอื่นแก่คนพิการและผู้ดูแลคนพิการนั้น มีสิทธินาค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่างที่ 1
บริษัท ก. สนับสนุนให้เครื่องดนตรีแก่คนพิการเพื่อประกอบอาชีพนักดนตรี โดยจ่ายเงินเพื่อซื้อกีตาร์ 1 ตัว ราคา 109,500 บาท บริษัท ก. มีสิทธินาค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องดนตรีดังกล่าว มาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
ตัวอย่างที่ 2
บริษัท ก. สนับสนุนเงินให้แก่คนพิการเป็นจํานวน 109,500 บาท ในลักษณะเป็นเงินสงเคราะห์ให้เปล่า ให้คนพิการนาเงินดังกล่าวไปใช้โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนพิการ บริษัท ก. ไม่มีสิทธินาค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาลงเป็นรายจ่ายในการคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เนื่องจากเป็นการจ่ายในลักษณะของการสงเคราะห์คนพิการ มิใช่การสนับสนุนเพื่อให้มีอาชีพ ฝึกอาชีพ หรือเตรียมความพร้อมในการทํางานในด้านรายได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการให้บริการแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการโดยไม่มีค่าตอบแทน อันเป็นการดําเนินการตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกาหนด กรณีถือเป็นเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอํานาจประเมินตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร