ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส๑. ๕/๒๕๖๓
เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ ๒)[๑]
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการชะลอการชำระหนี้ ระยะเวลาการชะลอการชำระหนี้ และวิธีการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ชะลอไว้
เพื่อให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสภาวะการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจและการผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจในวงกว้าง
โดยให้ผู้ประกอบวิสาหกิจไม่ต้องมีภาระในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินในช่วงเวลาหนึ่งและไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานของสถาบันการเงินด้วย
อย่างไรก็ดี
ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการชะลอการชำระหนี้เพิ่มเติม
โดยกำหนดให้การชะลอการชำระหนี้ตามมาตรการข้างต้นสอดคล้องกับประเพณีปฏิบัติในการให้สินเชื่อบางประเภทของสถาบันการเงินมากยิ่งขึ้น
และกำหนดเพิ่มเติมให้การชะลอการชำระหนี้ดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่ผู้ประกอบวิสาหกิจเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา
๑๕ แห่งพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.
เนื้อหา
๔.๑
ให้ยกเลิกความในข้อ ๔.๒.๑
ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส๑. ๓/๒๕๖๓ เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๔.๒.๑ ให้สถาบันการเงินชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ประกอบวิสาหกิจเป็นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันถัดจากวันที่ลงในประกาศนี้
โดยไม่ต้องมีข้อตกลงหรือทำสัญญาใด ๆ กับผู้ประกอบวิสาหกิจ ทั้งนี้
สถาบันการเงินยังคงคิดดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาที่ชะลอการชำระหนี้ก็ได้
การชะลอการชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง
ไม่กระทบสิทธิของสถาบันการเงินในการใช้สิทธิเรียกร้องในทางคดีกับผู้ประกอบวิสาหกิจรายที่เลิกกิจการ
หรือรายที่มีพฤติการณ์ทุจริตเพื่อให้ได้เงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
และไม่กระทบการใช้สิทธิของสถาบันการเงินในการนำเงินที่ผู้ซื้อสินค้าหรือลูกหนี้ทางการค้าชำระค่าสินค้าผ่านสถาบันการเงินไปหักชำระหนี้ที่มีอยู่ที่สถาบันการเงินตามข้อสัญญาของสินเชื่อหมุนเวียน
อันได้แก่ สินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) สินเชื่อแก่ผู้จัดจำหน่ายรถ (Floor Plan) สินเชื่อจากธุรกรรมแฟ็กตอริ่ง
หรือสินเชื่อที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีเงื่อนไขในสัญญาให้สิทธิแก่สถาบันการเงินในลักษณะเดียวกับสินเชื่อดังกล่าว
๔.๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔) ของข้อ ๔.๒.๒
ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่
สกส๑. ๓/๒๕๖๓ เรื่อง
การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓
(๔)
ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงในประกาศนี้เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
วิรไท สันติประภพ
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ชญานิศ/จัดทำ
๑๐ มิถุนายน
๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๑๐ มิถุนายน
๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง/หน้า ๓๗/๘ มิถุนายน ๒๕๖๓