法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

ผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

พ.ศ.

๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่

๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

ในการประชุมครั้งที่ ๓๓๘ - ๖/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

จึงได้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า บุคคลธรรมดาทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้ขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญตามที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนด

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคล หรือองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง

และได้ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญตามที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนด

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

และหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการที่ได้ขึ้นบัญชีตามที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนด

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ได้ขึ้นบัญชีตามที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนด

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำหน้าที่ประเมินเอกสารทางวิชาการ

เพื่อนำผลมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตในด้านต่าง ๆ ดังนี้

(๑)

คุณภาพ มาตรฐาน หรือความปลอดภัยของวัตถุออกฤทธิ์

(๒) การโฆษณาวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนที่

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีความรู้ ความสามารถและความชำนาญทางเทคนิค ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ในด้านที่ขอขึ้นบัญชี

โดยมีประสบการณ์การทำงานในด้านนั้นไม่น้อยกว่า ๒ ปีหรือมีประสบการณ์อื่นที่เลขาธิการกำหนด

หรือมีผลงานศึกษาวิจัย ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๓ เรื่อง

(๒)

เป็นผู้ที่ได้สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี สาขาเภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์

สัตวแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์แผนไทยการแพทย์แผนไทยประยุกต์

หรือเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ แผนไทย แผนไทยประยุกต์แผนจีน หรือคุณสมบัติอื่น

ๆ ตามที่เลขาธิการกำหนด

(๓)

ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามที่เลขาธิการกำหนด

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีมาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ

และเงื่อนไขการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

(๑)

การประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบตามหลักวิชาการ

และหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการประเมินที่เลขาธิการกำหนด

(๒)

จัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ และส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๓)

มีความเป็นกลาง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่มีความสัมพันธ์กับองค์กร

หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการในเรื่องที่พิจารณา

(๔)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ทุกครั้งก่อนที่จะทำการประเมิน

ทั้งนี้ หากผู้เชี่ยวชาญเคยทำหน้าที่หรือเป็นที่ปรึกษา

หรือให้บริการทางวิชาการแก่ผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญต้องไม่ประเมินเอกสารทางวิชาการของผู้ยื่นคำขอประเมินรายนั้น

และแจ้งให้สำนักงานทราบพร้อมทั้งส่งเอกสารทางวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดคืนให้สำนักงาน

(๕) รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับและลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ให้แก่บุคคลที่สาม

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

ส่วนที่

คุณสมบัติขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีการจัดตั้งหน่วยงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

(๒) มีการกำหนดนโยบาย ระบบบริหารจัดการคุณภาพ และดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล

(๓)

มีฝ่ายบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างผู้เชี่ยวชาญในสังกัดเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและจัดทำเป็นรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการ

รวมถึงการประสานงานกับสำนักงาน

(๔)

มีนักวิชาการในสังกัด หรือมีเครือข่ายนักวิชาการในสังกัด ที่มีความรู้

ความเชี่ยวชาญความชำนาญ และประสบการณ์ตามความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ

ที่ขอขึ้นบัญชีเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินเอกสารทางวิชาการ

(๕)

นักวิชาการในสังกัด ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีมาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ดังต่อไปนี้

(๑)

ประสานและกำหนดบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๔ เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

ตามหลักวิชาการ และหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขการประเมินที่เลขาธิการกำหนด

โดยรวบรวมข้อคิดเห็น จัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการ

ผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนดรวมทั้งประสานกับสำนักงานในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

(๒)

จัดทำบัญชีรายชื่อและคุณสมบัติของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

โดยปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและจัดเก็บไว้พร้อมให้สำนักงานตรวจสอบ

(๓)

ให้ถือว่าความเห็นในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ตามข้อ ๗ (๑)

เป็นความเห็นขององค์กรหรือหน่วยงานนั้น

และต้องรับผิดชอบต่อผลการประเมินเอกสารทางวิชาการดังกล่าว

(๔)

มีความเป็นกลาง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่มีความสัมพันธ์กับองค์กร

หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการในเรื่องที่พิจารณา

(๕)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ทุกครั้งก่อนที่ทำการประเมิน

ทั้งนี้ หากผู้เชี่ยวชาญเคยทำหน้าที่หรือเป็นที่ปรึกษา

หรือให้บริการแก่ผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องไม่ประเมินเอกสารทางวิชาการของผู้ยื่นคำขอประเมินรายนั้นและแจ้งให้สำนักงานทราบพร้อมทั้งส่งเอกสารทางวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดคืนให้สำนักงาน

(๖)

รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับและลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ให้แก่บุคคลที่สาม

(๗)

จัดให้มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีระบบคุณภาพในการกำกับดูแลการบริหารจัดการองค์กร

หมวด

การขึ้นบัญชี

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การยกเลิก หรือการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชีกับสำนักงานเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ต้องยื่นคำขอขึ้นบัญชีกับสำนักงานตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ

และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑ หรือหมวด ๒ แล้วแต่กรณี

บัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่งให้ใช้ได้ถึงวันที่

๓๑ ธันวาคมของปีที่ห้านับแต่วันที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้ หากประสงค์จะขึ้นบัญชีดังกล่าวใหม่ให้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบัญชีดังกล่าว

ยังใช้ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้ขึ้นบัญชีไว้

ให้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนตามวรรคหนึ่ง

เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ

และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑ หรือหมวด ๒ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขข้อมูลการขึ้นบัญชีให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงในกรณีตรวจพบว่าข้อมูลไม่ตรงตามที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

ทั้งนี้ ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีด้วย

ส่วนที่

การยกเลิก

หรือการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอยกเลิกการขึ้นบัญชี ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน

และให้การยกเลิกการขึ้นบัญชี

เป็นไปตามเงื่อนวันเวลาที่ได้ระบุไว้ในหนังสือที่ได้แจ้งแล้วนั้น

ในกรณีที่ไม่ได้ระบุเงื่อนวันเวลาที่ยกเลิกการขึ้นบัญชีไว้ในหนังสือดังกล่าว ให้ถือเอาวันที่สำนักงานได้รับหนังสือนั้นเป็นวันยกเลิกการขึ้นบัญชี

ทั้งนี้

ต้องจัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่มีผลเป็นการยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนการขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔ หรือข้อ ๖ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบและเงื่อนไขการดำเนินงานตามข้อ

๕ หรือข้อ ๗

(๒)

ยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเอกสารเท็จนั้นมีส่วนสำคัญในการที่สำนักงานใช้ในการพิจารณารับขึ้นบัญชี

(๓)

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่เลิก ถูกยกเลิก หรือถูกยุบหน่วยงานหรือองค์กร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้เลขาธิการประกาศการยกเลิกหรือเพิกถอนการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนด้วย ทั้งนี้ผลของการยกเลิกหรือเพิกถอนการขึ้นบัญชี

จะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนได้ดำเนินการไปแล้วและเป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๓ (๑) และข้อ ๑๓

(๓) จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้จนกว่าเวลาจะพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๓ (๒)

จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่สำนักงานไม่ขึ้นบัญชีตามข้อ ๙ หรือถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ

๑๓ มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อเลขาธิการได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

ให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวในการนี้ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างอุทธรณ์

เลขาธิการอาจให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนนั้น

ยังคงดำเนินการต่อไปได้จนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์จะแล้วเสร็จ

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง

ค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

หมวด

ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในกรณีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประเมินเอกสารทางวิชาการ ประกอบกับหากการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีตามประกาศนี้จะมีผลให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตไม่เป็นตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนด้วยแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจประกาศการขึ้นบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตามวรรคหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามประกาศนี้ โดยให้ยกเว้นการพิจารณาหรือดำเนินการตามประกาศนี้ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ทั้งนี้

ในการประกาศการขึ้นบัญชีตามวรรคสอง ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเร่งรัดหรือผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาต

รวมถึงหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน

หรือองค์กรที่ขึ้นบัญชีไว้ด้วย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่สำนักงานได้ประกาศหรือมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์

ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดำเนินการได้ต่อไปไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ประกาศนี้บังคับใช้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๕๑/๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4b3bda09639bf6b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com