法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับ กคพ

ข้อบังคับ กคพ.

ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา

และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. ๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ กคพ. จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

“ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา” หมายความว่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใดตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาการตามข้อบังคับนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีเป็นผู้เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการดำเนินคดีพิเศษ อาจมอบหมายดังนี้

(๑) ให้ผู้บัญชาการสำนักคดีหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ผู้บัญชาการสำนักคดีมอบหมาย เป็นผู้ตรวจสอบ เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาในระหว่างการดำเนินคดีและคดียังไม่ถึงที่สุด

(๒) ให้ผู้บัญชาการสำนักคดีส่งมอบให้สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา กรณีคดีที่ถึงที่สุดแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการสืบสวนหรือไม่ได้ใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีพิเศษ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษรายงานเสนออธิบดี หรือผู้บัญชาการสำนักคดีที่อธิบดีมอบหมายเพื่อมีคำสั่งให้ทำลายข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเสียทั้งสิ้นตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาตามข้อบังคับนี้จะต้องพึงกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยให้คำนึงถึงความจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนประกอบกันเป็นสำคัญ

การเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้ขอ นำคำสั่งดังกล่าวรวมทั้งบัญชีแสดงรายการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จะใช้ในการดำเนินการ เสนออธิบดีหรือผู้บัญชาการสำนักคดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาดำเนินการมีคำสั่งจัดเก็บและให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้รับมอบหมาย จัดให้มีการบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาในขณะที่ดำเนินการนั้น โดยมิให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยง่าย

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ได้มานั้นเป็นถ้อยคำหรือเสียงของบุคคล หรือการสนทนาระหว่างบุคคล ให้จัดทำบันทึกถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกเสียงหรือการสนทนาด้วยเครื่องมือทางเทคโนโลยีแล้วแต่กรณี ถ้าถ้อยคำ เสียง หรือการสนทนาดังกล่าวเป็นภาษาต่างประเทศ หรือรหัสที่จำเป็นต้องแปลความหมายให้เจ้าพนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการแปลความหมายนั้นไว้ด้วย ทั้งนี้ การบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และเวลาในการบันทึกพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้บันทึก ผู้แปล ล่าม และผู้ถอดรหัส ด้วย

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจัดทำรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ของบุคคลที่ประมวลได้จากสิ่งที่บันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาและบันทึกถ้อยคำดังกล่าวข้างต้น เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้รับมอบหมายส่งรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาและบันทึกตามวรรคสองต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาโดยเร็ว ทั้งนี้ ไม่เกินเจ็ดวันในทันทีที่ยุติการดำเนินการโดยให้ปิดผนึก ประทับตรา และลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

แบบรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มา วิธีการบันทึก บัญชีแสดงรายการให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการดำเนินการตามหมวดนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอาจขอให้บุคคลผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารในสิ่งสื่อสารตามคำสั่งอนุญาตของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา จัดหาให้ซึ่งข้อมูลข่าวสารทั้งหมด สิ่งอำนวยความสะดวกหรือความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคที่จำเป็นแก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษแสดงคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาที่ระบุว่าต้องให้ความร่วมมือ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ภายในบังคับข้อ ๑๓ ห้ามมิให้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ใช้ในกิจการอื่นที่มิใช่กิจการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารที่ได้มาภายในหน่วยงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวน กรณีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีความผิดทางอาญาตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีเพื่อขอเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้มาดังกล่าว

การอนุมัติคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายตามแต่กรณี

การทำลายข้อมูลข่าวสารที่ได้มา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การทำลายข้อมูลข่าวสารที่ได้มา หรือการทำลายข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๖ ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในตำแหน่งระดับ ๘ ขึ้นไป จำนวนสามคน เพื่อทำลายข้อมูลข่าวสาร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และเมื่อดำเนินการแล้วให้จัดทำบันทึกรายงานอธิบดีเพื่อทราบด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗

วิษณุ เครืองาม

รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคดีพิเศษ

พรรณิศา/ผู้จัดทำ

๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๘๐ ง/หน้า ๕๖/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4b747d7f33d5480f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com