ข้อบังคับ กคพ
ข้อบังคับ กคพ.
ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา
และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ กคพ. จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อบังคับ กคพ
ข้อบังคับ กคพ.
ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา
และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ กคพ. จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา หมายความว่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใดตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาการตามข้อบังคับนี้
บททั่วไป
ข้อ ๕ ให้อธิบดีเป็นผู้เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการดำเนินคดีพิเศษ อาจมอบหมายดังนี้
(๑) ให้ผู้บัญชาการสำนักคดีหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ผู้บัญชาการสำนักคดีมอบหมาย เป็นผู้ตรวจสอบ เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาในระหว่างการดำเนินคดีและคดียังไม่ถึงที่สุด
(๒) ให้ผู้บัญชาการสำนักคดีส่งมอบให้สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา กรณีคดีที่ถึงที่สุดแล้ว
ข้อ ๖ ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการสืบสวนหรือไม่ได้ใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีพิเศษ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษรายงานเสนออธิบดี หรือผู้บัญชาการสำนักคดีที่อธิบดีมอบหมายเพื่อมีคำสั่งให้ทำลายข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเสียทั้งสิ้นตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาตามข้อบังคับนี้จะต้องพึงกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยให้คำนึงถึงความจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนประกอบกันเป็นสำคัญ
การเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา
ข้อ ๘ เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้ขอ นำคำสั่งดังกล่าวรวมทั้งบัญชีแสดงรายการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จะใช้ในการดำเนินการ เสนออธิบดีหรือผู้บัญชาการสำนักคดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาดำเนินการมีคำสั่งจัดเก็บและให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้รับมอบหมาย จัดให้มีการบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาในขณะที่ดำเนินการนั้น โดยมิให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยง่าย
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ได้มานั้นเป็นถ้อยคำหรือเสียงของบุคคล หรือการสนทนาระหว่างบุคคล ให้จัดทำบันทึกถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกเสียงหรือการสนทนาด้วยเครื่องมือทางเทคโนโลยีแล้วแต่กรณี ถ้าถ้อยคำ เสียง หรือการสนทนาดังกล่าวเป็นภาษาต่างประเทศ หรือรหัสที่จำเป็นต้องแปลความหมายให้เจ้าพนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการแปลความหมายนั้นไว้ด้วย ทั้งนี้ การบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และเวลาในการบันทึกพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้บันทึก ผู้แปล ล่าม และผู้ถอดรหัส ด้วย
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจัดทำรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ของบุคคลที่ประมวลได้จากสิ่งที่บันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาและบันทึกถ้อยคำดังกล่าวข้างต้น เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้รับมอบหมายส่งรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มาและบันทึกตามวรรคสองต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาโดยเร็ว ทั้งนี้ ไม่เกินเจ็ดวันในทันทีที่ยุติการดำเนินการโดยให้ปิดผนึก ประทับตรา และลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย
แบบรายงานบันทึกข้อมูลข่าวสารที่ได้มา วิธีการบันทึก บัญชีแสดงรายการให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
ข้อ ๙ ในการดำเนินการตามหมวดนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอาจขอให้บุคคลผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารในสิ่งสื่อสารตามคำสั่งอนุญาตของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา จัดหาให้ซึ่งข้อมูลข่าวสารทั้งหมด สิ่งอำนวยความสะดวกหรือความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคที่จำเป็นแก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษแสดงคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาที่ระบุว่าต้องให้ความร่วมมือ
ข้อ ๑๐ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา
ข้อ ๑๑ ภายในบังคับข้อ ๑๓ ห้ามมิให้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ใช้ในกิจการอื่นที่มิใช่กิจการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๑๒ การขอใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารที่ได้มาภายในหน่วยงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวน กรณีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีความผิดทางอาญาตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีเพื่อขอเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้มาดังกล่าว
การอนุมัติคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายตามแต่กรณี
การทำลายข้อมูลข่าวสารที่ได้มา
ข้อ ๑๔ การทำลายข้อมูลข่าวสารที่ได้มา หรือการทำลายข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๖ ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในตำแหน่งระดับ ๘ ขึ้นไป จำนวนสามคน เพื่อทำลายข้อมูลข่าวสาร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และเมื่อดำเนินการแล้วให้จัดทำบันทึกรายงานอธิบดีเพื่อทราบด้วย
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการคดีพิเศษ
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๘๐ ง/หน้า ๕๖/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารที่ได้มา และการทำลายข้อมูลข่าวสารอื่น พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4b747d7f33d5480f
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com