法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษพ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง

ประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษ

พ.ศ. 2562

โดยที่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 กําหนดให้การประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.กําหนด

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 144 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และข้อ 43 ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษ พ.ศ. 2562”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้สํานักงาน ป.ป.ช. โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงานป.ป.ช. กําหนดร้ายละเอียดการพิจารณาและวิธีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช.เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษโดยคํานึงถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และความเหมาะสมกับการบริหารราชการของสํานักงาน ป.ป.ช. ในองค์ประกอบต่าง เ เหล่านี้ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล คุณลักษณะของบุคคล ผลงานที่เสนอเข้ารับการประเมิน รวมทั้งกําหนดรูปแบบการเสนอผลงาน เงื่อนไข และลักษณะของผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพของผลงานและประกาศหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ทราบโดยทั่วกัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํางตําแหน่งประเภทวิชาการระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษ ประกอบด้วย

(1) รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายเป็นประธาน

(2) ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายจํานวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(3) ผู้อํานวยการสํานักในสายงานที่ขอรับการประเมิน จํานวนสามคน เป็นกรรมการ

(4) ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคล หรือผู้แทน เป็นเลขานุการ

(5) ข้าราชการในสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมาย จํานวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งบุคคลตาม (3) ได้ครบตามจํานวนที่กําหนด ให้สํานักงานป.ป.ช.เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์เหมาะสมในสายงานนั้น เป็นกรรมการประเมินบุคคลและผลงานให้ครบตามจํานวนที่กําหนด

ทั้งนี้ ในกรณีมีผู้เข้ารับการประเมินเป็นจํานวนมาก อาจแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานได้มากกว่าหนึ่งคณะ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาคุณสมบัติ และประเมินผลงานของผู้เข้ารับการประเมิน ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3

(2) รายงานผลการประเมินให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแต่งตั้งและพิจารณาประเมินยุคคลและผลงานใหม่อีกครั้ง กรณีที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุผลหรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานควรพิจารณาอีก

(3) ดําเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการประเมินบุคคลและผลงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหน้าที่และอํานาจตามที่คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย

(4) ปฏิบัติการหรือดําเนินการอื่นใดตามที่คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมายหรือมีมติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเสื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ในแต่ละปี ดังนี้

รอบประเมินที่ 1 สําหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม ของปีนั้น

รอบประเมินที่ 2 สําหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 เมษายน ของปีถัดไปโดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในรอบประเมินใด สามารถยื่นคําขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานพร้อมชื่อเรื่องของผลงานได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ภายในรอบประเมินที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ ระดับชํานาญการพิเศษ ให้แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับการประเมินผลงาน

ขั้นตอนที่ 2 การประเมินผลงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บุคคลที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง ประกอบด้วย

(ก) คุณสมบัติทั่วไป

(1) เป็นข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งสาขาประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ

(2) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ํากว่าขั้นต่ําของระดับที่จะแต่งตั้ง ตามที่กําหนดไว้ในบัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ สําหรับตําแหน่งประเภทวิชาการ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่ ก.พ. มีการเปลี่ยนแปลงเงินเดือนขั้นต่ําเป็นอย่างอื่นก็ให้เป็นไปตามที่ ก.พ. กําหนด

(3) มีคุณสมบัติครบถ้วนสําหรับตําแหน่งที่จะเข้ารับการประเมินตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่งที่ กปปช. กําหนด

(ข) คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง

(1) การแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งสําหรับประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ ต้องเป็นบุคคลที่เคยดํารงตําแหน่งในสายงานที่ขอรับการประเมิน ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี สําหรับผู้บรรจุโดยใช้วุฒิปริญญาตรี ให้ลดลงเป็น 4 ปี สําหรับผู้บรรจุโดยใช้วุฒิปริญญาโท และให้ลดลงเป็น 6 ปี สําหรับผู้บรรจุโดยใช้วุฒิปริญญาเอก หรือดํารงตําแหน่งอื่นที่เทียบเท่าในระดับไม่ต่ํากว่าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กปปช. กําหนด โดยจะต้องปฏิบัติงานในตําแหน่งที่ขอรับการประเมินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หากเป็นผู้ได้รับวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้นภายหลังการบรรจุ ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาที่ตรงตามมาตรฐานกําหนดตําแหน่งนั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขตามความในประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ได้รับเงินเดือน ในกรณีที่ได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้นและให้นับระยะเวลาการดํารงตําแหน่งตามวุฒิการศึกษาที่ได้รับเพิ่มขึ้นนั้นได้

(2) การแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการพิเศษต้องเป็นบุคคลที่ดํารงตําแหน่งในสายงานที่ขอรับการประเมิน ประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี หรือดํารงตําแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับไม่ต่ํากว่าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กปปช.กําหนด โดยจะต้องปฏิบัติงานในตําแหน่งที่ขอรับการประเมินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด ในระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษ โดยให้คํานึงถึงความรู้ ความสามารถของบุคคลความประพฤติ พฤติกรรมการทํางาน ความเหมาะสม และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการรวมทั้งประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ โดยให้ระบุเหตุผลในการพิจารณาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยใน 3 ด้าน ดังนี้

(1) ด้านประวัติการรับราชการและความประพฤติ (100 คะแนน)

ให้นําผลการประเมินคุณลักษณะของบุคคลซึ่งประเมินโดยผู้บังคับบัญชามาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินคุณลักษณะของบุคคลของผู้ขอเข้ารับการประเมิน เมื่อผู้ขอเข้ารับการประเมินมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

ผู้ขอเข้ารับการประเมินต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล โดยต้องได้คะแนนไม่ต่ํากว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินด้านความรู้

(2) ด้านความรู้ (100 คะแนน)

วัดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่งโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปในกฎหมายและระเบียบบริหารงานในอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ความรู้กฎหมายอื่น ๆ และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือตามที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานกําหนดตามความเหมาะสม โดยการสอบข้อเขียน ให้เวลาในการทําข้อสอบ 3 ชั่วโมง แยกเป็น

(ก) ภาคความรู้ทั่วไป (50 คะแนน) ขอบเขตเนื้อหาที่จะใช้ในการสอบประกอบด้วย

(1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(2) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(3) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(4) ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(5) วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้าง หน้าที่และอํานาจของสํานักงาน ป.ป.ช.และคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561

(7) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(8) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(9) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเปิดเผยและการเผยแพร่เอกสารและข้อมูล พ.ศ. 2561

(10) ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสํานักงาน ป.ป.ช. ตามที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานกําหนด

(ข) ภาคความรู้เฉพาะตําแหน่ง (50 คะแนน)

ความรู้เกี่ยวกับงานตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่งของแต่ละตําแหน่ง หรือความรู้ตามที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานกําหนดตามความเหมาะสม

ผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกบุคคลต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนรวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินผลงาน

(3) ด้านผลงาน (100 คะแนน)

ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานเป็นผู้ประเมินผลงาน โดยผลงานที่ส่งประเมินจะต้องเป็นผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง หรือตามที่ได้รับมอบหมายที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างยิ่งตามอํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ป.ป.ช. หรือที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมอบหมาย และเป็นผลงานสําคัญที่แสดงถึงความเหมาะสมกับตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง ซึ่งจัดทําขึ้นในระหว่างที่ดํารงตําแหน่งในระดับที่ต่ํากว่าระดับที่จะประเมิน 1 ระดับจํานวนไม่เกิน 3 เรื่อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินผลงานตามกรอบและแนวทาง ดังต่อไปนี้

(ก) ผลงาน (100 คะแนน) พิจารณาคุณภาพของผลงานตามเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของผลงานที่กําหนดไว้ ดังนี้

| | |

| --- | --- |

| คุณภาพของผลงาน | คะแนนที่ได้รับ |

| ดีเด่น | 91 – 100 |

| ดีมาก | 76 – 90 |

| ดี | 60 – 75 |

| ปรับปรุง | ต่ํากว่า 60 |

โดยพิจารณาระดับคุณภาพของผลงานก่อน หลังจากนั้น จึงระบุเป็นค่าคะแนนที่ได้ตามที่กําหนดไว้

(ข) เกณฑ์การตัดสินการประเมินผลงาน

ผู้ผ่านการประเมินผลงานต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

(ค) การแก้ไขผลงาน

กรณีที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานเห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลในผลงานในส่วนที่เป็นสาระสําคัญ ให้ส่งผลงานที่แก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขผลงาน หากพ้นกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือใช้อ้างอิงและการตรวจสอบผลงานของผู้เข้ารับการประเมินว่า เป็นผลงานที่ซ้ําซ้อนหรือลอกเลียนจากบุคคลอื่นหรือไม่ หรือเป็นการจัดทําผลงานเท็จโดยนําผลงานของบุคคลอื่นมาใช้เป็นผลงานของตน หรือกําหนดสัดส่วนการร่วมปฏิบัติงานเป็นเท็จหรือไม่ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการประเมินและชื่อผลงานที่ได้นําเสนอเข้ารับการประเมินอย่างเปิดเผย เช่น ประกาศใน Intranet หรือ Website [www.nacc.go.th](http://www.nacc.go.th) หรือปิดประกาศ ณ สํานักบริหารทรัพยากรบุคคล สํานักงาน ป.ป.ช. และให้มีการทักท้วงได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ และหากมีผู้ทักท้วงตามกรณีข้างต้นให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นโดยเร็ว หากพบว่า ข้อทักท้วงมีมูลเข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหนังสือสํานักงาน ก.พ. ที่ นร 0707.3/ว 5 ลงวันที่ 12 เมษายน 2542 หรือถ้าตรวจสอบแล้วมีหลักฐานว่า ข้อทักท้วงนั้นเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช เพื่อดําเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการแต่ตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ให้เป็นไปตามแนวทางและหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีผ่านการประเมินบุคคลและผลงานให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด และไม่ก่อนวันที่สํานักบริหารทรัพยากรบุคคลได้รับผลงานที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ ในกรณีของข้าราชการที่ปฏิบัติงานในกลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่หากส่งผลงานเพื่อขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานทางไปรษณีย์ ให้ถือวันที่ไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับเป็นสําคัญ และในกรณีของผู้ที่มีวันที่คุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตรงกับวันหยุดราชการให้ส่งผลงานเพื่อขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานได้ในวันที่เปิดทําการวันแรกและเมื่อผ่านการประเมินบุคคลและผลงาน ให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

(2) กรณีที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานพิจารณาให้ผลงานที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นสาระสําคัญของผลงานผ่านการประเมินแล้ว ให้ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ขอรับการประเมินหลังจากวันที่ยื่นคําขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานไปอีก 30 วัน

กรณีนอกเหนือจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อนี้ ให้เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.. พิจารณาและมีมติเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้เจ้าหน้าที่กลุ่มประเมินและข้อมูลบุคคล สํานักบริหารทรัพยากรบุคคลตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ก่อนนําเสนอคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในวาระเริ่มแรก ให้ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2563 ยื่นผลงานเพื่อขอรับการประเมินได้นับแต่วันที่สํานักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งให้ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ทราบหลักเกณฑ์และรายละเอียดในการยื่นผลงานเพื่อเข้ารับการประเมินจนถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2563 และเมื่อผ่านการประเมินบุคคลและผลงาน ให้แต่งตั้งบุคคลที่ผ่านการป ระเมินได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติและผลงานครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การใดที่อยู่ระหว่างดําเนินการหรือที่ได้ดําเนินการตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เป็นนใช้ได้ และให้ดําเนินการตามระเบียบฉบับดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จและให้มีผลใช้บังคับได้ เว้นแต่ กปปช. จะมีมติให้ดําเนินการต่อไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่เกิดปัญหาการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้น นับตั้งแต่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ ให้เสนอ กปปช.พิจารณาและมีมติเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษพ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4b808e30b8930609

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com