ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 71/2551
เรื่อง การจัดทําและการประกาศงบการเงินของบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
งบการเงินเป็นแหล่งข้อมูลทางการเงินที่สําคัญเพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจของ ผู้ใช้งบการเงินที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน เจ้าหนี้ หน่วยงานกํากับดูแล และสาธารณชนทั่วไป ดังนั้น เพื่อมิให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีการปฏิบัติที่หลากหลายในการแสดง รายการในงบการเงิน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากงบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเห็นควรกําหนดแบบงบการเงินเพื่อให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกแห่ง ถือปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกันและสามารถเปรียบเทียบกันได้ อันจะเป็นประโยชน์ทั้งใน ด้านการกํากับดูแลและการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งบการเงิน
ในการออกประกาศฉบับนี้ เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และเป็นการรวบรวมประกาศและหนังสือเวียนของ ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทํางบการเงินมาประมวลให้อยู่ในฉบับเดียวกัน โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ในการกําหนดรูปแบบงบการเงินไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก หลักเกณฑ์เดิม มีเพียงการปรับปรุงรายการบางรายการเพื่อให้สอดคล้องกับการทําธุรกรรมใน ปัจจุบันของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีของไทย ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงการแสดงรายการเกี่ยวกับการขายตั๋วเงินเพื่อให้ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยข้อกําหนดเกี่ยวกับ การบันทึกบัญชีของสถาบันการเงิน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 67 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจ สถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้บริษัทเงินทุนและบริษัท เครดิตฟองซิเอร์ ถือปฏิบัติในเรื่องรูปแบบงบการเงินตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมาย ว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
1. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จัดทํางบดุล งบกําไรขาดทุน งบแสดง การเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด นโยบายการบัญชีและหมายเหตุประกอบ งบการเงิน รวมทั้งจัดทํางบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อนด้วย ทั้งนี้ ให้มีรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยตามรายการที่กําหนดตามแนบ
2. ในการจัดทํางบการเงินดังกล่าวตามข้อ 1 ให้เป็นไปโดยครบถ้วนถูกต้องตาม ความเป็นจริง และเป็นไปตามคําอธิบายความหมายของรายการตามแนบ โดยให้ปฏิบัติตามประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานการบัญชีที่กําหนดตามกฎหมายว่าด้วย การบัญชี ในกรณีที่การจัดทําบัญชีในเรื่องใดไม่มีมาตรฐานการบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี ครอบคลุมถึง ให้นํามาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ หรือมาตรฐานการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับ ทั่วไปมาถือปฏิบัติ โดยให้เปิดเผยถึงที่มาของหลักการบัญชีที่นํามาใช้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ในส่วนของนโยบายบัญชี ทั้งนี้ การนํามาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศมาใช้ ห้ามนํามาใช้เฉพาะ บางส่วน แต่จะต้องนํามาใช้ทั้งฉบับ เว้นแต่จะเป็นไปตามข้อกําหนดอื่น ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
3. ในกรณีที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีบริษัทย่อย ให้จัดทํางบการเงิน รวมเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ คํานิยามของบริษัทย่อยและการแสดงรายการเพิ่มเติมสําหรับการจัดทํา งบการเงินรวม ให้ถือปฏิบัติตามที่กําหนดในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและ งบการเงินเฉพาะกิจการ และมาตรฐานการบัญชีอื่นที่เกี่ยวข้อง และหากบริษัทเงินทุนและบริษัท เครดิตฟองซิเอร์ไม่ได้นําบริษัทย่อยใดมารวมในงบการเงินรวม ให้แจ้งเหตุผลถึงการไม่นํามารวม พร้อมทั้งเปิดเผยผลกระทบ และเปิดเผยงบการเงินของบริษัทย่อยดังกล่าวในหมายเหตุประกอบ งบการเงินด้วย
4. หมายเลขกํากับรายการที่ปรากฎในแบบงบการเงิน มีไว้เพื่อสะดวกในการอ้างอิง เท่านั้น ไม่ต้องแสดงในการจัดทํางบการเงิน
5. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์แสดงรายการในงบการเงินตามแบบ ที่กําหนดไว้ หากไม่มีรายการใดก็ไม่ต้องแสดงรายการนั้น และในกรณีที่มาตรฐานการบัญชี กําหนดให้มีการแสดงรายการใดนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในแบบงบการเงิน หรือในกรณีที่ มาตรฐานการบัญชีในเวลาต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขซึ่งเป็นผลให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการแสดง รายการจากที่กําหนดในแบบงบการเงิน ให้แสดงรายการนั้นให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี เพิ่มเติมด้วย และหากมีรายการที่ประสงค์จะแสดงนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ ให้แสดงรายการนั้น ๆ ตามความเหมาะสมและถูกต้องตามประเภทของรายการที่กําหนด
6. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จัดทํางบการเงินทุกรอบระยะเวลา 6 เดือน และรอบระยะเวลา 12 เดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์นั้น
7. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประกาศงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ ของผู้สอบบัญชีและรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอํานาจกระทําการแทนอย่างน้อย 2 ท่านของ บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่และสํานักงานสาขาของ บริษัทเงินทุนและบริษัท เครดิตฟองซิเอร์นั้น รวมทั้งให้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่ง ฉบับ เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ (Website) และให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย การกําหนดให้ เผยแพร่ในเวบไซต์ (Website) บังคับใช้เฉพาะกับบริษัทเงินทุนเท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีของงบการเงิน สําหรับงวดบัญชี 6 เดือนแรกของปีบัญชี การดําเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นงวดบัญชี และในกรณีของงบการเงินสําหรับงวดประจําปีบัญชี การดําเนินการดังกล่าวให้แล้ว เสร็จภายใน 21 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินแล้ว แต่ต้องไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น
ทั้งนี้ การประกาศงบการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่และสํานักงาน สาขา และการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ตามที่กําหนดในข้อ 7 ให้หมายถึง เฉพาะรายงานของผู้สอบบัญชี งบดุล และงบกําไรขาดทุน เท่านั้น แต่หากบริษัทเงินทุนและบริษัท เครดิตฟองซิเอร์ได้มีการอ้างอิงหมายเหตุประกอบงบการเงินใดไว้ในงบดุลและงบกําไรขาดทุน ที่นําไปประกาศ ให้แสดงหมายเหตุประกอบงบการเงินนั้นเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่รายงาน ของผู้สอบบัญชีมีการอ้างถึงหมายเหตุประกอบงบการเงินใดโดยไม่ระบุจํานวนเงินที่เกี่ยวข้อง ให้แสดงหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีอ้างถึงนั้นไว้ด้วย สําหรับการ ประกาศงบการเงิน ในเว็บไซต์ (Website) และการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กําหนดในข้อ 7 ให้หมายถึงรายงานของผู้สอบบัญชี งบดุล งบกําไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด นโยบายการบัญชีและหมายเหตุประกอบงบการเงินทั้งหมด
8. ในกรณีที่บริษัทเงินทุนและ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีการจัดทํางบการเงินรวม การดําเนินการตามข้อ 7 ให้หมายความรวมถึงงบการเงินรวมด้วย
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสําหรับงวดประจําปีบัญชี 2551 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย