ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น
อันเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงาน เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบริการด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ออกประกาศ เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ลงวันที่ ๒๐
มกราคม ๒๕๔๗ ไปแล้ว
บัดนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการออกหลักเกณฑ์การกำ กับแบบรวมกลุ่มขึ้น โดยหนังสือเวียนที่
ธปท.ฝนส.(๒๑) ว.๙๓๖/๒๕๔๙ เรื่อง นำส่งหลักเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่ม ลงวันที่ ๑๒
กรกฎาคม ๒๕๔๙ ประการหนึ่ง และได้มีการออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ลงวันที่ ๒๑
กันยายน ๒๕๔๙ อีกประการหนึ่ง
จึงสมควรปรับหลักเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุน (Insourcing)
แก่บุคคลอื่นได้มากขึ้น
โดยให้ครอบคลุมถึงหน่วยธุรกิจทุกหน่วยในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน
และครอบคลุมถึงนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และบริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน
ที่ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลอื่นอาจจัดตั้งขึ้น ได้ตามแต่กรณี
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙
ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
ออกหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ
๔.
เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ ประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ โดยถือปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้แทน
๔.๒ ในประกาศนี้
บุคคลอื่น หมายถึง
(๑) สถาบันการเงินอื่น
(๒)
บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์นั้น
หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินอื่น
ตามที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามหลักเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่ม
(๓) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(๔) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(๕)
นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
หรือ บริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน
สถาบันการเงินอื่น หมายถึง
(๑)
ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
(๒) บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
บริษัท หมายถึง บริษัทจำกัด
บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
งานสนับสนุน หมายถึง
งานปฏิบัติการด้านธนาคารพาณิชย์ที่เป็นการเอื้ออำนวยต่อการดำเนินงานปกติ
รวมถึงงานบัญชีและการเงิน งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน
งานด้านกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) งานบริหารจัดการในธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
หรืองานสนับสนุนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว
งานเทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง
งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน เช่น
งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์
การพัฒนาและจำหน่ายระบบงานและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล
และการบำรุงรักษาและการรักษาความปลอดภัยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เช่น
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ระบบงานและโปรแกรม ระบบเครือข่ายสื่อสาร และข้อมูล
เป็นต้น
๔.๓
ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ต้องปฏิบัติดังนี้
(๑)
กำหนดนโยบายการให้บริการด้านงานสนับสนุนอย่างชัดเจน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ โดยคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์อาจมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ให้ความเห็นชอบได้
(๒)
ประเมินศักยภาพและความเพียงพอของทรัพยากรของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังไม่ให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานและการให้บริการตามปกติของธนาคาร
และไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการดังกล่าวมีมากเกินบทบาทของงานด้านการธนาคารพาณิชย์
หรือเกินกว่าความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการได้ด้วยตนเอง โดยการให้บริการดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องว่าจ้างผู้อื่นมารับช่วงให้บริการแทน
(๓)
ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการให้บริการด้านงานสนับสนุน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน ภาพลักษณ์ของธนาคารพาณิชย์
และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้ง
กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน
(๔)
จัดทำสัญญาที่กำหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดำเนินการ
ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการระหว่างกัน
ระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์และผู้รับบริการ
(๕)
จัดให้มีการบันทึกบัญชีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวให้ถูกต้อง ทั้งนี้
การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากการให้บริการดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม
(๖)
จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอ มีการจัดทำแผนฉุกเฉินทดสอบ
และปรับปรุงแผนฉุกเฉินดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ
(๗) เก็บรักษาเอกสารตาม (๑) ถึง (๖)
ไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
เมื่อธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กล่าวใน
(๑) ถึง (๗) ครบถ้วนแล้ว
ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นได้
๔.๔ ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ ๔.๓
ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อ ๔.๓ โดยเคร่งครัด
รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกำหนดไว้ด้วย
๔.๕
หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบหรือทราบว่าการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาต
ไม่เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ ๔.๓ หรือข้อ ๔.๔
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ธนาคารพาณิชย์ชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงของการปฏิบัติดังกล่าว
หากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้ว เห็นสมควร อาจกำหนดเงื่อนไขใดๆ
ให้ธนาคารพาณิชย์นั้นปฏิบัติเพิ่มเติม หรือยกเลิกการให้อนุญาตก็ได้
๕[๑].
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ธาริษา
วัฒนเกส
รองผู้ว่าการ
ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
รักษาการแทน
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
โสรศ/ผู้จัดทำ
๔
ธันวาคม ๒๕๔๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๒๒ ง/หน้า ๘/๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙