法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 345) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 345)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 670) พ.ศ. 2561 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“รายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน ภาษีอากรที่ผู้จ่ายออกแทนให้ หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงานซึ่งเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แต่ไม่รวมถึงรายจ่ายที่ต้องจ่ายตามที่กฎหมายกําหนดขึ้นโดยเฉพาะ เช่น เงินที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม กองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ รายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะนําไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 670) พ.ศ. 2561 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) จํานวนรายจ่ายที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จะต้องเกิดจากการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าทํางานเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยจํานวนรายจ่าย และจํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(ก) ต้องเป็นการจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละไม่เกิน หนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อเดือน และลูกจ้างนั้นจะต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยไม่รวมถึงเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร

(ข) จํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่นํามาเป็นฐานในการคํานวณหารายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนํามาใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้น ได้แก่ จํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตาม (ก) ที่ทํางานเต็มเดือนในแต่ละเดือน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนลูกจ้างทั้งหมดที่ทํางานเต็มเดือนในประเทศไทยในแต่ละเดือนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น โดยให้คํานวณหาจํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นรายเดือน

การคํานวณหาจํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏว่า ได้ผลลัพธ์ไม่ลงตัว มีเศษในการคํานวณ และเศษของผลลัพธ์มีจํานวนตั้งแต่ 0.5 ให้ปัดเศษขึ้นไปให้ได้จํานวนเต็มและให้ถือเป็นจํานวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเป็นฐานในการคํานวณหารายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้

(2) กรณีที่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหลายแห่ง ให้นายจ้างที่รับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าทํางานก่อนเป็นผู้ใช้สิทธิ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสิทธินํารายจ่ายที่ได้จ่ายไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 670) พ.ศ. 2561 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) ต้องจัดทํารายงานเกี่ยวกับการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่นํามาใช้สิทธิยกเว้น ภาษีเงินได้สําหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และเก็บรักษารายงานดังกล่าว รวมทั้งเอกสารประกอบการลงรายการในรายงานไว้ ณ สถานประกอบการ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

(2) ต้องจ่ายค่าจ้างผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องแจ้งข้อมูลของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนํามาใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านระบบธนาคาร ที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างดังกล่าว เมื่อมีการจ่ายค่าจ้าง โดยมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากร และชื่อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าจ้าง

(ข) เดือน ปี ของรายจ่ายค่าจ้าง และวัน เดือน ปี ที่จ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(ค) จํานวนเงินค่าจ้างที่จ่ายให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(ง) เลขที่บัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(จ) ชื่อ-นามสกุล ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(ฉ) เลขที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 670) พ.ศ. 2561 ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 499) พ.ศ. 2553

(2) ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 519) พ.ศ. 2554

(3) ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 345) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4d54d9aaa96fc366

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com