法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ว่าด้วยวิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ว่าด้วยวิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

โดยที่เป็นสมควรกำหนดวิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเพื่อให้การพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้ามีประสิทธิภาพ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ว่าด้วยวิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาคำสั่ง ข้อบังคับ หรือระเบียบอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเครื่องหมายการค้า

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการเครื่องหมายการค้า

“อนุกรรมการ” หมายความว่า อนุกรรมการเครื่องหมายการค้า

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมเครื่องหมายการค้า

“เครื่องหมายการค้า” ให้หมายความรวมถึง เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองและเครื่องหมายร่วม

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ปฏิบัติราชการแทนด้วย

“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า

“ผู้อุทธรณ์” หมายความว่า ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ที่ยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า และให้หมายความรวมถึง ตัวแทนของผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีสิทธิอุทธรณ์ให้อุทธรณ์แทน

“ผู้ร้องขอให้เพิกถอน” ให้หมายความรวมถึง ตัวแทนของผู้ร้องขอให้เพิกถอนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ร้องขอให้เพิกถอนให้ดำเนินการแทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คณะกรรมการจะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนต่อคณะกรรมการก็ได้

หมวดที่ ๒

หน้าที่ของเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการที่จะปฏิบัติ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอต่าง ๆ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการ

(๒) ลงทะเบียนอุทธรณ์ และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนในสารบบตามลำดับที่ยื่นอุทธรณ์ และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน

(๓) สรุปข้อเท็จจริงและทำความเห็นเบื้องต้น โดยพิจารณาจากหลักฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏในสำนวนอุทธรณ์ และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนรวมทั้งความเห็นของคณะอนุกรรมการเครื่องหมายการค้า (ถ้ามี)

(๔) นำสำนวนอุทธรณ์เสนอต่อคณะกรรมการ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์

(๕) จัดทำบันทึกรายงานการประชุม กรณีกรรมการคนใดมีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม

(๖) จัดทำคำวินิจฉัยและจัดทำคำสั่งให้คณะกรรมการพิจารณาลงนามให้ตรงตามมติที่ประชุมตามข้อ ๒๐ และข้อ ๓๐ ตามลำดับ

(๗) ลงทะเบียนคำวินิจฉัยอุทธรณ์และคำสั่งของคณะกรรมการในสารบบอุทธรณ์และสารบบคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน

(๘) แจ้งผลคำวินิจฉัยและคำสั่งของคณะกรรมการให้ผู้อุทธรณ์ ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ทราบแล้วแต่กรณี

(๙) บันทึกข้อสังเกตของคณะกรรมการไว้ในรายงานการประชุมและแจ้งข้อสังเกตให้นายทะเบียนทราบ

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

หมวดที่ ๓

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และแนบเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาอุทธรณ์ จำนวน ๑๙ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์ ถ้ามี จำนวน ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ผู้อุทธรณ์อาจยื่นต่อนายทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือจะยื่นต่อพาณิชย์จังหวัดก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง วัตถุประสงค์ และเหตุผลของการขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การส่งหลักฐานประกอบอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งพร้อมอุทธรณ์ในกรณีที่ไม่อาจนำส่งพร้อมอุทธรณ์ได้ ให้ผู้อุทธรณ์ทำหนังสือขอผ่อนผันแนบมาพร้อมอุทธรณ์

การขอผ่อนผันส่งหลักฐานตามวรรคแรก ผู้อุทธรณ์จะขอผ่อนผันได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หลักฐานนำสืบความแพร่หลายของเครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๗ วรรคท้าย และนำสืบการใช้เครื่องหมายการค้าในกรณีมีพฤติการณ์พิเศษมาตรา ๒๗ ต้องเป็นหลักฐานที่แสดงว่าสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้านั้นมีปริมาณการจำหน่ายจำนวนมาก หรือเครื่องหมายการค้านั้นมีการใช้หรือโฆษณาเป็นที่แพร่หลายจนทำให้สาธารณชนทั่วไป หรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีหรือต้องเป็นหลักฐานที่แสดงว่าสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้านั้น มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภค

สำหรับหลักฐานนำสืบการใช้เครื่องหมายการค้าโดยสุจริตเป็นเวลานานตามมาตรา ๒๗ นั้น ต้องเป็นหลักฐานแสดงการใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยที่ใช้กับสินค้าตามที่ยื่นขอจดทะเบียนอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานพอสมควร กรณีนี้แม้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายแก่สาธารณชนทั่วไปก็ตาม

หลักฐานนำสืบการใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคแรก และวรรคสอง เช่น

๑. สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าราคาสินค้า

๒. สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าโฆษณาสินค้า

๓. สำเนาใบส่งของ/ใบสั่งซื้อสินค้า

๔. สำเนาในอนุญาตจัดตั้งโรงงาน

๕. หลักฐานการโฆษณาในสื่อต่าง ๆ

๖. ตัวอย่างสินค้า

๗. หลักฐานอื่น ๆ เป็นต้น

หมวดที่ ๔

วิธีพิจารณาอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจมีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายทะเบียน ผู้อุทธรณ์ หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสาร หรือส่งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์เมื่อใดก็ได้ ก่อนที่คณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัย โดยให้ทำคำร้องเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ ชี้แจงเหตุที่ถอนอุทธรณ์และให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กรณีผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือขอถอนอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง เมื่อเลขานุการได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้นำเสนอคณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการรับทราบตามข้อ ๑๓ วรรคสองแล้ว ให้จำหน่ายอุทธรณ์ออกจากสารบบอุทธรณ์โดยไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น แล้วให้เลขานุการมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ อุทธรณ์ที่ได้ถอนแล้วตามข้อ ๑๔ ผู้อุทธรณ์อาจยื่นใหม่ได้ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ที่ยังคงเหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการ แต่ได้ขอให้คณะกรรมการรอการวินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ก่อนเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น คณะกรรมการจะรอการวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นไว้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ยื่นอุทธรณ์

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคแรก หากผู้อุทธรณ์มิได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด คณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามประเด็นคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการและขอให้คณะกรรมการรอการวินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ก่อน เนื่องจากได้มีคดีพิพาทกันอยู่ในศาล ซึ่งอาจมีผลต่อการวินิจฉัยอุทธรณ์ คณะกรรมการจะรอการวินิจฉัยไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาทบทวนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และจะพิจารณาวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอื่นนอกจากที่ปรากฏในคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนก็ได้ แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทำคำสั่งชี้แจงพร้อมทั้งแสดงพยานหลักฐานในประเด็นที่คณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการพร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนบางรายการ เช่น แก้ไขเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้า แก้ไขรายการสินค้าหรือแก้ไขชื่อผู้ขอจดทะเบียน เป็นต้น ซึ่งทำให้การที่จะพิจารณาอุทธรณ์ตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนไม่มีประเด็นที่คณะกรรมต้องพิจารณาต่อไป ให้ฝ่ายเลขานุการส่งเรื่องให้นายทะเบียนพิจารณาคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการต่าง ๆ ดังกล่าวก่อนนำเสนอคณะกรรมการ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาตให้แก้รายการต่าง ๆ ตามคำขอได้ และทำให้ประเด็นคำสั่งเดิมของนายทะเบียนหมดไป คณะกรรมการไม่จำเป็นต้องพิจารณาอุทธรณ์ต่อไป ในการนี้ให้เลขานุการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อทราบและแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยไม่จำต้องออกเป็นคำวินิจฉัย

(๒) กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขรายการต่าง ๆ ตามคำขอ ให้เลขานุการสรุปสำนวนการอุทธรณ์ตามข้อเท็จจริงเดิมแล้วนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว ให้มีคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนถูกต้อง ให้มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

(๒) กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้กลับคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

(๓) กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนถูกต้องบางส่วน และไม่ถูกต้องบางส่วนให้วินิจฉัยยืนในส่วนที่ถูกต้องนั้น และวินิจฉัยแก้ในส่วนที่ไม่ถูกต้อง

(๔) กรณีเห็นว่าอุทธรณ์ยื่นเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือเป็นกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการยกอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คำวินิจฉัยของคณะการตามข้อ ๒๐ ให้ทำเป็นหนังสือ ระบุ วันเดือนปีที่มีคำวินิจฉัย เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาในประเด็นที่ปรากฏชื่อและลายมือชื่อของกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น

หมวดที่ ๕

การร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และแนบเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาคำร้องขอให้เพิกถอน จำนวน ๑๙ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอ จำนวน ๑ ชุด (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การส่งหลักฐานประกอบคำร้องขอให้เพิกถอน ให้นำส่งพร้อมคำร้องขอให้เพิกถอน หากนำส่งในภายหลัง คณะกรรมการจะไม่รับพิจารณาหลักฐานดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การยื่นคำชี้แจงของผู้ถูกร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาคำชี้แจง จำนวน ๑๙ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบคำชี้แจง จำนวน ๑ ชุด (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การส่งหลักฐานประกอบคำชี้แจงตามข้อ ๒๔ ให้นำความในข้อ ๑๐ หมวด ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ ๖

วิธีพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจมีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายทะเบียน ผู้ร้องขอให้เพิกถอน หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การถอนคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน ให้นำความในข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ หมวด ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนใดที่ได้ถอนแล้วตามข้อ ๒๗ ผู้ร้องขอให้เพิกถอนอาจยื่นใหม่ได้ และให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อคณะกรรมการมีหนังสือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ยื่นคำชี้แจงกรณีที่มีการร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ แล้ว นั้น

(๑) กรณีปรากฏหลักฐานแสดงการได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี หากพันกำหนดระยะเวลาหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ปรากฏว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงแต่อย่างใด คณะกรรมการจะพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนไปฝ่ายเดียว

(๒) กรณีไม่ปรากฏหลักฐานแสดงการได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี หากพ้นกำหนดระยะเวลาหกสิบวัน นับแต่วันที่ลงในหนังสือแจ้ง ปรากฏว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงแต่อย่างใด ให้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๐๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ หากเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงภายในกำหนดระยะเวลา คณะกรรมการจะพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนไปฝ่ายเดียว

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว ให้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า คำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนมีเหตุรับฟังได้ ให้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน

(๒) กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า คำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนไม่มีเหตุที่จะรับฟังได้ ให้มีคำสั่งไม่เพิกถอนการจดทะเบียน และให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ คำสั่งของคณะกรรมการตามข้อ ๓๐ ให้ทำเป็นหนังสือ ระบุวันเดือนปีทีมีคำสั่ง เหตุผลแห่งคำสั่ง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาในประเด็นที่ปรากฏ ชื่อและลายมือชื่อของคณะกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอให้เพิกถอนนั้น

หมวดที่ ๗

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ภายหลังการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนของคณะกรรมการ ผู้อุทธรณ์ ผู้ร้องขอให้เพิกถอนหรือบุคคลอื่นใดที่คณะกรรมการเรียกมาให้ข้อเท็จจริง อธิบาย หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้พิจารณาตามข้อ ๑๒ และข้อ ๒๖ อาจร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อขอตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมด หรือบางส่วนในสำนวนอุทธรณ์และสำนวนคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนได้ หรือจะขอคัดสำเนาหรือขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสำเนาและรับรองโดยผู้ร้องขอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นก็ได้ เว้นแต่เอกสารหรือหลักฐานนั้นจะเป็นเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับความลับของทางราชการ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ บรรดาคำร้อง คำขอต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติไปตามหลักเกณฑ์เดิมก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ประกาศ ณ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕

ยรรยง พวงราช

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ประธานกรรมการเครื่องหมายการค้า

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๒๓ กันยายน ๒๕๕๔

กัญฑรัตน์/ปรับปรุง

๔ กันยายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๓๘ ง/หน้า ๑๑๙/๙ พฤษภาคม ๒๕๔๕

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ว่าด้วยวิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4d9f1d7a4dcf5421

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com