มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้กำหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
จังหวัดมหาสารคาม พุทธศักราช ๒๔๘๐ เสียใหม่ โดยให้มีเขตดังต่อไปนี้
ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน
ฝั่งตะวันออก ตรงประตูเขื่อนคลองส่งน้ำชลประทาน เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ข้ามลำน้ำปาว ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนรอบหนองดอนกลาง ฟากตะวันตก ตรงท่อลอดที่
๒ ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๒ เลียบริมถนนรอบหนองดอนกลาง ฟากตะวันตก
ไปทางทิศเหนือ ผ่านถนนไปบ้านหนองบัว ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนรอบหนองดอนกลาง
ฟากเหนือ ตรงริมถนนไปบ้านหนองบัว ฟากตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่
๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๐๔๑ แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ (บ้านหนองแวง) - อำเภอสหัสขันธ์ ฟากตะวันออก ตรง กม. ๑.๖๕๐
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่
๕ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร ทางทิศเหนือ
ตรง กม. ๔๙.๖๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๕๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๕๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร ทางทิศเหนือ ตรง กม. ๔๙.๘๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๕๐
เมตร
ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร ตรง กม. ๔๙.๘๐๐ ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร ทางทิศใต้ ตรง กม. ๔๙.๘๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๕๐
เมตร
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๕๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนกาฬสินธุ์ - สกลนคร
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ทางทิศตะวันออก ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๙
ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตรง กม. ๖.๐๐๐
ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ถึงหลักเขตที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนทุ่งศรีเมือง ฟากใต้ ห่างจากศูนย์กลางสี่แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ ตัดกับถนนทุ่งศรีเมือง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะ
๘๕๐ เมตร
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๑๐ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนกาฬสินธุ์ - ร้อยเอ็ด ตรง กม. ๔๓.๗๐๐
ถึงหลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนกาฬสินธุ์
- ร้อยเอ็ด ทางทิศตะวันตก ตรง กม. ๔๓.๗๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๑ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ข้ามลำน้ำปาวและข้ามคลองส่งน้ำชลประทาน
ถึงหลักเขตที่ ๑๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๐๘ (มหาสารคาม) - กาฬสินธุ์ ฟากใต้ ตรง กม. ๔๑.๓๐๐
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๑๒ เป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๓ ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘ (มหาสารคาม) - กาฬสินธุ์ ตรง กม. ๔๑.๓๐๐
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๓
ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘ (มหาสารคาม) - กาฬสินธุ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตรง กม. ๔๑.๓๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘
(มหาสารคาม) - กาฬสินธุ์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามคลองส่งน้ำชลประทาน
ถึงหลักเขตที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๑๔ เลียบริมคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งตะวันออก
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้
ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร