ข้อ ๘ พันธบัตรรุ่นนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ
๑.๒๐ ต่อปี และมีส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนดอกเบี้ย และส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนต้นเงิน
โดยมีวิธีการคำนวณดอกเบี้ยและส่วนชดเชยดังนี้
(๑) ดอกเบี้ยหน้าตั๋วและส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนดอกเบี้ย =
ต้นเงิน x อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว x Index Ratio x จำนวนวันตามจริง/๓๖๕
(๒)
ส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนต้นเงิน (จ่าย ณ วันครบกำหนด) = ต้นเงิน x Index Ratio
โดยที่ Index Ratio = CPI Ref
CPI Issue
CPI Ref = ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป ที่ใช้อ้างอิงในวันจ่ายดอกเบี้ย
CPI Issue = ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป ที่ใช้อ้างอิงในวันออกพันธบัตร (วันที่ ๑๔ ก.ค. ๕๔
เท่ากับ ๑๑๒.๑๖๙๓๕)
หมายเหตุ
ใช้ดัชนีผู้บริโภคทั่วไปย้อนหลัง ๓ เดือนในการคำนวณ Index Ratio โดยกระทรวงการคลังจะประกาศ Index Ratio ประมาณ ๑ เดือน ก่อนวันจ่ายดอกเบี้ย
การคำนวณดอกเบี้ยเริ่มคำนวณจากวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ถึงวันก่อนวันไถ่ถอนพันธบัตรหนึ่งวัน การคำนวณดอกเบี้ยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕
วัน แล้วนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ โดยตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
คือ วันที่ ๑๔ มกราคม และ ๑๔ กรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
ยกเว้น การชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันไถ่ถอนจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ฝากไว้ที่ธนาคารใดก็ได้
(ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น) ตามที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์แจ้งไว้ในคำเสนอขอซื้อพันธบัตร
หรือตามที่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อธนาคารแห่งประเทศไทยในภายหลัง หรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในการโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชี
ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากอาจหักค่าธรรมเนียมการโอนเงินตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศหรือกำหนด
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยถือตามรายชื่อทางทะเบียน ณ
วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๑๐ วัน ก่อนถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย