法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2537

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖

และมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๐

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๒

(๒) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๓)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๓

(๔)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๕)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๕) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๖)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๖) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๗)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๗) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๘)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๘) พ.ศ. ๒๕๓๔

(๙)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๙) พ.ศ. ๒๕๓๔

(๑๐)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๑๑)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๑๒)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๑๓)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๓) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๔)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๕)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๕) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๖)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๗)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๘)

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ฉบับที่

๑๘) พ.ศ. ๒๕๓๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักงานอธิการบดี ดังนี้

(๑) กองกลาง

(๒) กองคลัง

(๓) กองการเจ้าหน้าที่

(๔) กองกิจการนักศึกษา

(๕) กองบริการการศึกษา

(๖) กองแผนงาน

(๗) กองวิเทศสัมพันธ์

(๘) กองสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะเกษตรศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชากีฎวิทยา

(๓)

ภาควิชาปฐพีศาสตร์และอนุรักษศาสตร์

(๔) ภาควิชาพืชไร่

(๕) ภาควิชาพืชสวน

(๖) ภาควิชาโรคพืช

(๗)

ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร

(๘)

ภาควิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร

(๙) ภาควิชาสัตวศาสตร์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะทันตแพทยศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน

(๓) ภาควิชาทันตกรรมชุมชน

(๔) ภาควิชาทันตกรรมทั่วไป

(๕) ภาควิชาทันตกรรมบูรณะ

(๖)

ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์

(๗)

ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก

(๘) ภาควิชาทันตรังสีวิทยา

(๙)

ภาควิชาทันตวิทยาและพยาธิวิทยาช่องปาก

(๑๐) ภาควิชาปริทันตวิทยา

(๑๑)

ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปาก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะเทคนิคการแพทย์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชากายภาพบำบัด

(๓) ภาควิชากิจกรรมบำบัด

(๔) ภาควิชาเคมีคลินิก

(๕)

ภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิก

(๖)

ภาควิชาจุลทรรศนศาสตร์คลินิก

(๗)

ภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก

(๘) ภาควิชารังสีเทคนิค

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะบริหารธุรกิจ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒)

ภาควิชาการเงินและการธนาคาร

(๓) ภาควิชาการจัดการ

(๔) ภาควิชาการตลาด

(๕) ภาควิชาการบัญชี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะพยาบาลศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒)

ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์

(๓) ภาควิชาการพยาบาลจิตเวช

(๔)

ภาควิชาการพยาบาลพื้นฐาน

(๕)

ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์

(๖)

ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข

(๗)

ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

(๘)

ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์

(๙) ภาควิชาบริหารกรพยาบาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะแพทยศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์

(๓) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

(๔) ภาควิชาจักษุวิทยา

(๕) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์

(๖) ภาควิชาจุลชีววิทยา

(๗) ภาควิชาชีวเคมี

(๘) ภาควิชานิติเวชศาสตร์

(๙) ภาควิชาปรสิตวิทยา

(๑๐) ภาควิชาพยาธิวิทยา

(๑๑) ภาควิชาเภสัชวิทยา

(๑๒) ภาควิชารังสีวิทยา

(๑๓) ภาควิชาวิสัญญีวิทยา

(๑๔)

ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว

(๑๕) ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน

(๑๖)

ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู

(๑๗) ภาควิชาศัลยศาสตร์

(๑๘) ภาควิชาสรีรวิทยา

(๑๙)

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

(๒๐) ภาควิชาโสต นาสิก

ลาริงซ์วิทยา

(๒๑) ภาควิชาออร์โทปิดิกส์

(๒๒) ภาควิชาอายุรศาสตร์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้แบ่งส่วนราชการในคณะเภสัชศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาชีวเภสัชกรรม

(๓)

ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม

(๔) ภาควิชาบริหารเภสัชกิจ

(๕) ภาควิชาเภสัชเคมี

(๖) ภาควิชาเภสัชชุมชน

(๗) ภาควิชาเภสัชเวท

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะมนุษยศาสตร์

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาการสื่อสารมวลชน

(๓) ภาควิชาจิตวิทยา

(๔) ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์

(๕) ภาควิชาประวัติศาสตร์

(๖) ภาควิชาปรัชญาและศาสนา

(๗) ภาควิชาภาษาไทย

(๘)

ภาควิชาภาษาปัจจุบันต่างประเทศ

(๙) ภาควิชาภาษาอังกฤษ

(๑๐) ภาควิชามนุษยสัมพันธ์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะวิจิตรศิลป์

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาภาพพิมพ์

จิตรกรรม และประติมากรรม

(๓) ภาควิชาวิชาศิลปะไทย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะวิทยาศาสตร์

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาคณิตศาสตร์

(๓) ภาควิชาเคมี

(๔) ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม

(๕) ภาควิชาชีววิทยา

(๖) ภาควิชาธรณีวิทยา

(๗) ภาควิชาฟิสิกส์

(๘)

ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

(๙) ภาควิชาสถิติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะวิศวกรรมศาสตร์

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

(๓) ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

(๔) ภาควิชาวิศวกรมโยธา

(๕)

ภาควิชาวิศวกรมสิ่งแวดล้อม

(๖)

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่

(๗)

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะศึกษาศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา

(๓) ภาควิชาบริหารการศึกษา

(๔) ภาควิชาประถมศึกษา

(๕)

ภาควิชาประเมินผลและวิจัยการศึกษา

(๖) ภาควิชาพลานามัย

(๗)

ภาควิชาพื้นฐานทางการศึกษา

(๘) ภาควิชามัธยมศึกษา

(๙)

ภาควิชาส่งเสริมการศึกษา

(๑๐) ภาควิชาอาชีวศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้มีสำนักงานเลขานุการในคณะเศรษฐศาสตร์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะสังคมศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาภูมิศาสตร์

(๓) ภาควิชารัฐศาสตร์

(๔)

ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

(๕) ศูนย์สตรีศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้มีสำนักงานเลขานุการในคณะสัตวแพทยศาสตร์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้แบ่งส่วนราชการในคณะอุตสาหกรรมเกษตร

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒)

ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุ

(๓)

ภาควิชาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์

(๔) ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ

(๕)

ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร

(๖) ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้มีสำนักงานเลขานุการในบัณฑิตวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้มีสำนักงานเลขานุการในสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้มีสำนักงานเลขานุการในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้มีสำนักงานเลขานุการในสถาบันวิจัยสังคม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักบริการวิชาการ

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ฝ่ายบริการวิชาการ

(๓) ฝ่ายร่วมพัฒนา

(๔)

ฝ่ายเอกสารและโสตทัศนูปกรณ์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ฝ่ายเผยแพร่และพัฒนา

(๓) ฝ่ายวิชาการและข้อมูล

(๔) ฝ่ายส่งเสริมการอนุรักษ์

(๕)

ฝ่ายหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักหอสมุด ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒)

ฝ่ายบริการทรัพยากรสารนิเทศกลาง

(๓)

ฝ่ายพัฒนาและจัดระบบทรัพยากรสารนิเทศ

(๔)

ฝ่ายห้องสมุดและสารนิเทศสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(๕) ฝ่ายห้องสมุดและสารนิเทศสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

(๖)

ฝ่ายห้องสมุดและสารนิเทศสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๗

อดิศร

เพียงเกษ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย

ฐาปนี/แก้ไข

๑๖ กันยายน ๒๕๔๕

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๗๙ง/หน้า ๕/๔

ตุลาคม ๒๕๓๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2537 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5010ac134c265682

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com