ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 77/2551
เรื่อง การกําหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องการรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
การฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม สถาบันการเงินอาจตกเป็นเครื่องมือหรือช่องทางของการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยผ่านธุรกรรมการรับฝากเงิน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อฐานะการดําเนินงานและชื่อเสียง และสามารถนําไปสู่ความเสียหายขั้นร้ายแรงได้
ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นควรกําหนดกฎเกณฑ์ให้สถาบันการเงินปฏิบัติในการรับฝากเงินให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินคือ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสําคัญของมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism :AML/CFT) ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ในการออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเรื่อง การกําหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องการรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"สถาบันการเงิน" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
"บัญชีเงินฝาก" หมายความว่า การรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกําหนดไว้ ไม่ว่าจะกระทําโดยวิธีการใดที่สถาบันการเงินได้รับอนุญาตในปัจจุบัน หรืออาจได้รับอนุญาตในอนาคต
"การรับเงินจากประชาชน" หมายความว่า การกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากประชาชนไม่ว่าจะกระทําโดยวิธีการใดที่สถาบันการเงินได้รับอนุญาตในปัจจุบัน หรืออาจได้รับอนุญาตในอนาคต
"ลูกค้า" หมายความว่า บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือทําธุรกรรมกับสถาบันการเงิน หรือเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ในทอดสุดท้ายจากการมีความสัมพันธ์หรือทําธุรกรรม หรือเป็นผู้มีอํานาจควบคุมหรือตัดสินใจในทอดสุดท้าย รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจในการดําเนินการเกี่ยวกับการมีความสัมพันธ์ หรือทําธุรกรรมกับสถาบันการเงินแทน หรือในนามของผู้อื่น
5.2 ในการเปิดบัญชีเงินฝากหรือการรับเงินจากประชาชน สถาบันการเงินต้องจัดให้ลูกค้าแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับตนเองอย่างละเอียด ในแบบรายการการที่สถาบันการเงินกําหนดขึ้น พร้อมลงลายมือชื่อ
แบบรายการที่สถาบันการเงินกําหนดขึ้นตามวรรคหนึ่งจะต้องมีรายการละเอียดของลูกค้าอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
5.2.1 ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบัน อาชีพ สถานที่ทํางาน สถานที่ที่สะดวกในการติดต่อ
52.2 ในกรณีเป็นนิติบุคคลให้แสดงรายละเอียดข้อมูล เกี่ยวกับประเภทธุรกิจหรือวัตถุประสงค์ของลูกค้าที่เป็นธุรกิจในทางการค้าปกติ
5.3 สถาบันการเงินต้องจัดให้มีเอกสารแสดงตน หรือสําเนาเอกสารดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานประกอบกรขอเปิดบัญชีเงินฝากอย่างน้อยดังต่อไปนี้ และต้องให้ลูกค้าลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสําเนาเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ด้วย
5.3.1 สําหรับลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา เอกสารที่ต้องมีอย่างน้อยต้องเป็นเอกสารที่ระบุเลขที่บัตรประจําตัวประชาชนของบุคคลนั้นไว้ด้วย
5.3.2 สําหรับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย เอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เอกสารที่แสดงว่าคณะกรรมการของนิติบุคคลดังกล่าว หรือหุ้นส่วนเห็นชอบให้เปิดบัญชีรวมทั้งกําหนดอํานาจและเงื่อนไขในการสั่งจ่ายโดยผู้มีอํานาจลงนามรับรองพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมเอกสารสดงตนของผู้มีอํานาจลงนาม เช่นเดียวกับที่กําหนดตามข้อ 5.3.1
5.3.3 สําหรับลูกค้าที่เป็นส่วนราชการ องค์กรของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือแสดงความจํานงขอเปิดบัญชี อํานาจและเงื่อนไขในการสั่งจ่าย พร้อมเอกสารแสคงตนของผู้มีอํานาจลงนาม เช่นเดียวกับที่กําหนดตามข้อ 5.3.1
5.3.4 สําหรับลูกค้าที่เป็นสหกรณ์ มูลนิธิ สมาคม สโมสร วัด มัสยิด ศาลเจ้าและนิติบุคคลอื่น เอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือจดทะเบียนของกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หนังสือแต่งตั้งหรือมอบอํานาจ รายงานการประชุมคณะกรรมการหรือหนังสือแสดงความประสงค์ขอเปิดบัญชีรวมทั้งกําหนดอํานาจและเงื่อนไขในการสั่งจ่ายโดยผู้มีอํานาจลงนามรับรองพร้อมประทับตราพร้อมเอกสารแสดงตนของผู้มีอํานาจลงนาม เช่นเดียวกับที่กําหนดตามข้อ 5.3.1
5.3.5 สําหรับลูกค้าที่ไม่ใช่บุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือ ไม่ใช่นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย เอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือเดินทาง หรือใบสําคัญประจําตัวคนต่างด้าวหรือเอกสารหลักฐานแสดงตนที่ออกหรือรับรองโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือเอกสารแสดงตนตามที่กล่าวข้างต้น ให้หมายความรวมถึง ใบแทน หรือบัตรชั่วคราวที่ใช้ระหว่างรอการออกเอกสารดังกล่าวด้วย
5.4 สถาบันการเงินต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน หรือสําเนาเอกสารหลักฐานในข้อ 5.3 ตามปกติวิสัยที่พึงปฏิบัติ โดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเล่อและต้องจัดเก็บรักษาเอกสาร หรือสําเนาเอกสารหลักฐานที่ลูกค้า ได้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องแล้วในห้องมั่นคง หรือสถานที่ที่ปลอดภัย ณ สถาบันการเงินตั้งแต่วันเปิดบัญชีเงินฝากหรือรับเงินจากลูกค้าและเก็บรักษาต่อไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ปี นับแต่วันที่ลูกค้าปิดบัญชีเงินฝากหรือชําระเงินคืนแก่ลูกค้า เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้มีอํานาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ หรือใช้ประกอบในการสอบสวนหรือดําเนินคดี
5.5 สถาบันการเงินจะให้ถูกค้ําปกปิดชื่อจริง ใช้ชื่อแฝง หรือใช้ชื่อปลอมมิได้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย