ข้อ ๗ ให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครดำเนินการ
ดังนี้
(๑) ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบข้อเขียน
ให้เรียกผู้สมัครมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรเพื่อประกอบการพิจารณา
(๒) ภายหลังประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียน
(ก)
ให้ผู้ผ่านการสอบข้อเขียนยื่นแบบรายการประวัติและเอกสารหลักฐานตามที่ได้กำหนดไว้ในประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียน
(ข) ส่งบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น
เนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความ
เพื่อตรวจสอบถึงความเป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และตรวจสอบว่าเป็นหรือเคยเป็นทนายความหรือเคยถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดมรรยาททนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความหรือไม่
(ค)
ส่งบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนที่ประกอบวิชาชีพอื่นไปยังหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพที่ผู้ผ่านการสอบข้อเขียนเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกเพื่อตรวจสอบว่าเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือเคยถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจริยธรรมหรือมีข้อร้องเรียนในการประกอบวิชาชีพดังกล่าวหรือไม่
(ง) สอบถามคุณสมบัติของผู้ผ่านการสอบข้อเขียนไปยังผู้รับรอง
ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลอื่นใดตามที่เห็นสมควร
หรือส่งรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่ผู้สมัครทำงานหรือรับราชการอยู่เพื่อตรวจสอบว่าเคยถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดวินัยหรือมีข้อร้องเรียนในการทำงานหรือรับราชการหรือไม่
ตามที่เห็นสมควร
(จ)
ตรวจสอบประวัติบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอกที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เช่น
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมบังคับคดี
กรมคุมประพฤติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ
หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
(ฉ)
ตรวจสอบความประพฤติและลายพิมพ์นิ้วมือไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานวิทยาการตำรวจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(ช) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนสำหรับการสอบคัดเลือก
หรือการทดสอบความรู้
และประกาศบัญชีรายชื่อผู้ที่ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถและประสบการณ์ สำหรับการคัดเลือกพิเศษ
ตามวิธีการที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครกำหนดเพื่อให้บุคคลทั่วไปให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการของผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนหรือการประเมินดังกล่าว
โดยให้มีหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมภายใน ๑๕ วัน
นับแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและคณะทำงานกลั่นกรองคุณสมบัติผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียน
ทั้งนี้
ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะให้ข้อคิดเห็นระบุชื่อ นามสกุล
และที่อยู่จริงที่สามารถติดต่อได้
(ซ)
ให้ผู้ผ่านการสอบข้อเขียนไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์ตามวันเวลาและสถานที่ที่สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมกำหนด
ให้ประธานอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองคุณสมบัติผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนหรือการประเมินทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนหรือการประเมินอีกครั้งก่อนบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ