ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินมูลค่ารวมของพันธบัตรและเงินที่จะต้องชําระเพิ่ม (Variation Margin) ในการซื้อขายพันธบัตรระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer โดยมีสัญญาว่าจะขายคืนหรือซื้อคืน
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กําหนดหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่ารวมของพันธบัตรและหลักเกณฑ์จํานวนเงินที่จะต้องชําระเพิ่มเติมตาม ข้อ 4.3 ข้อ 5 ข้อ 7.3 ข้อ 7.4 และข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้องแห่งระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer) โดยมีสัญญาว่าจะขายคืนหรือซื้อคืน พ.ศ. 2543 ดังต่อไปนี้
อื่นๆ - 1. มูลค่ารวมของพันธบัตร อัตราส่วนลด (Initial Margin) ในการซื้อหรือขายพันธบัตรและช่วงอัตราปลอดการเรียกเงินเพิ่ม (Variation Margin)
1.1 มูลค่าตลาดของพันธบัตร
เพื่อประโยชน์ในการประเมินราคาพันธบัตรที่ซื้อหรือขาย ให้ใช้ราคาตลาดรวมดอกเบี้ยค้างรับที่คํานวณจนถึงวันที่ประเมินราคาพันธบัตร (Dirty Price) ที่เผยแพร่ใน Web Site ของศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (TBDC) ซึ่งได้มาโดยการนําอัตราผลตอบแทนตลาด (Market Yield) ตามรายละเอียดที่กําหนดในตารางนี้ มาคํานวณตามวิธีการที่กําหนดไว้ใน "มาตรฐานการเสนอซื้อขายและคํานวณราคาสําหรับการซื้อขายหลักทรัพย์รัฐบาล"
ทั้งนี้ พันธบัตรที่ซื้อหรือขายแต่ละรุ่นต้องมีมูลค่าตามราคาตราไม่ต่ํากว่า 100,000 บาทและไม่มีเศษของ 100,000 บาท ยกเว้นพันธบัตร ธปท. ต้องมีมูลค่าตามราคาตราไม่ต่ํากว่า 1,000,000 บาทและไม่มีเศษของ 1,000,000 บาท
| | |
| --- | --- |
| หัวข้อ | รายละเอียดที่กําหนด |
| (1) อัตราผลตอบแทนพันธบัตร | ก) พันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนตลาดขาซื้อ (Bid Yield)เฉลี่ยของไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer)ข) พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล Interpolate ให้ตรงกับอายุของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจนั้นๆ พอดี บวกกับ Spread ตามกลุ่มของรัฐวิสาหกิจผู้ออกและอายุของพันธบัตรค) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล Interpolate ให้ตรงกับอายุของพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยพอดีง) ตั๋วเงินคลัง ไม่ใช้ทั้งนี้ให้ใช้อัตราผลตอบแทนในวันก่อนหน้าวันประเมินราคาพันธบัตร 1 วันหรือวันล่าสุดที่มี |
| | |
| --- | --- |
| หัวข้อ | รายละเอียดที่กําหนด |
| (2) แหล่งข้อมูล | Web Site ของศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (TBDC) |
| (3) การคํานวณราคาตลาดของพันธบัตร | คํานวณราคารวมดอกเบี้ยค้างรับ (Dirty Price) ของพันธบัตรจนถึงวันที่ประเมินราคา (ถึงแม้ว่าจะใช้อัตราผลตอบแทนตลาดของวันก่อนหน้า) ตามสูตรการคํานวณราคาพันธบัตรที่ประกาศโดย ธปท. ในกรณีของตั๋วเงินคลังให้ใช้ราคาตรา |
| (3) มูลค่าตลาดของพันธบัตร | มูลค่าตลาดของพันธบัตรเท่ากับผลคูณของราคาตราของพันธบัตรจํานวนหน่วยและราคาตลาดของพันธบัตร |
1.2 อัตราส่วนลด (Initial Margin) ในการซื้อหรือขายพันธบัตร และช่วงอัตราปลอดการเรียกเงินเพิ่ม (Variation Margin)
ในการพิจารณาจํานวนเงินที่จะต้องเรียกเพิ่มเติมตามนัยแห่งระเบียบข้อ 5 และข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาอัตราส่วนลดประกอบกับช่วงอัตราก่อนที่จะมีการเรียกเงินเพิ่ม ตามตารางนี้
| | | | |
| --- | --- | --- | --- |
| ประเภทของพันธบัตร | อัตราส่วนลด | ช่วงอัตราปลอดการเรียกเงินเพิ่ม | หมายเหตุ |
| 2.1 พันธบัตรรัฐบาล | ร้อยละ 3 | ร้อยละ 2 | |
| 2.2 พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ | ร้อยละ 5 | ร้อยละ 3 | |
| 2.3 พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย | ร้อยละ 3 | ร้อยละ 2 | |
| 2.4 ตั๋วเงินคลัง | ร้อยละ 5 | ไม่มี | ไม่มีการเรียก Margin |
อื่นๆ - 2. การคํานวณราคาซื้อขาย ราคาขายคืนหรือซื้อคืน และเงินที่ต้องส่งมอบเพิ่มเติม
2.1 นิยามและสูตรการคํานวณราคาซื้อขายพันธบัตร
ราคาซื้อขายพันธบัตร (Purchase Price) หมายถึง จํานวนเงินที่ใช้ในการซื้อพันธบัตร ณ วันเริ่มต้นของธุรกรรมซื้อขายพันธบัตรโดยมีสัญญาว่าจะขายคืนหรือซื้อคืนโดย
| |
| --- |
| Purchase Price x (1 + Initial Margin) ≤ มูลค่าของพันธบัตร |
2.2 นิยามและสูตรการคํานวณราคาขายคืนหรือซื้อคืน
ราคาขายคืนหรือซื้อคืน (Repurchase Price) ณ วันประเมินราคาหมายถึง ผลรวมของราคาซื้อขายพันธบัตร (Purchase Price) กับดอกเบี้ยค้างรับจนถึงวันประเมินราคา โดยมีสูตรการคํานวณดังนี้
| |
| --- |
| Repurchase Price = Purchase Price x (1 + (Repurchase Rate x จํานวนวัน)) 365 |
โดยจํานวนวันเท่ากับจํานวนวันที่ธุรกรรมซื้อขายพันธบัตรโดยมีสัญญาว่าจะขายคืนหรือซื้อคืนคงค้างอยู่และในวันสิ้นสุดของแต่ละธุรกรรมจํานวนวันจะเท่ากับอายุของธุรกรรมนั้นๆ ตามที่ตกลงกันไว้ ณ วันเริ่มต้นธุรกรรม
2.3 การคํานวณเงินที่ส่งมอบเพิ่มเติมและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
การเรียกเงินเพิ่ม (Margin Call) จะเกิดขึ้นในกรณีดังต่อไปนี้
| |
| --- |
| ก. ((1 + Initial Margin x Repurchase Price) - มูลค่าพันธบัตร > Variation Margin Repurchase Price หรือข. ((1 + Initial Margin) x Repurchase Price) - มลค่าพันธบัตร < -Variation Margin Repurchase Price |
โดย Variation Margin หมายถึง ช่วงอัตราปลอดการเรียกเงินเพิ่มตามที่กําหนดไว้สําหรับพันธบัตรแต่ละประเภทตามในประกาศนี้ข้อ 1.2 และในกรณีที่มีพันธบัตรหลายประเภทในหนึ่งธุรกรรม Variation Margin จะเท่ากับค่าเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักของ Variation Margin ของพันธบัตรเหล่านั้น (ถ่วงน้ําหนักตามราคาขายคืนหรือซื้อคืนของแต่ละพันธบัตร)
ในกรณีที่มีการเรียกเงินเพิ่ม จํานวนเงินที่ต้องส่งมอบเพิ่มเติมเท่ากับ
| |
| --- |
| ก.[(1 + Initial Margin) x Repurchase Price] - มูลค่าพันธบัตร หรือข. มูลค่าพันธบัตร - [(1 + Initial Margin) x Repurchase Price] แล้วแต่กรณี |
เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเงินเพิ่มมีดังต่อไปนี้
ก. ให้นํายอดเงินเพิ่มของแต่ละธุรกรรม มารวมกันเป็นยอดเงินเพิ่มสุทธิสําหรับแต่ละไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer) โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายหรือเรียกเงินเพิ่มในจํานวนเท่ากับยอดเงินเพิ่มสุทธิดังกล่าว
ข. ถ้ายอดเงินเพิ่มสุทธิสําหรับไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer) ต่ํากว่า 10,000 บาท ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยกเว้นการจ่ายหรือเรียกเงินเพิ่มกับไพรมารี ดีลเลอร์ (Primary Dealer) รายนั้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2543 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2543
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย