法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2560 เรื่อง การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓๒/๒๕๖๐

เรื่อง

การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ

โดยที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

เป็นต้นมา

แต่ข้อเท็จจริงได้ปรากฏให้เห็นถึงปัญหาด้านความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

รวมทั้งปัญหาด้านความรับรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชน

เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมโดยรวม

ทั้งในด้านการประกอบอาชีพโดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการอยู่อาศัยของประชาชนริมน้ำซึ่งเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิม

ตลอดจนผลกระทบต่อผู้อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่ตราขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๕ และ พ.ศ.

๒๕๓๗ จึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ออกไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายกระทบต่อสภาพและวิถีในการดำรงชีวิตโดยปกติของประชาชนให้น้อยที่สุด

อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ และการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช

๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมไม่ให้มีการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำอีกต่อไป

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่สร้างอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา

๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

แจ้งให้เจ้าท่าทราบถึงการฝ่าฝืนหรือการปลูกสร้างซึ่งไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้ผู้ที่แจ้งภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้รับยกเว้นโทษทางอาญาและโทษปรับทางปกครองสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นก่อนวันที่

๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑ แล้ว

ให้บุคคลดังกล่าวยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงการครอบครองหรือการได้รับอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดนั้น

เพื่อประกอบการพิจารณาต่อเจ้าท่า ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง

และให้เจ้าท่ามีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตเป็นหนังสือภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแจ้งตามข้อ ๑

การยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต

และขั้นตอนในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด โดยให้คำนึงถึงช่วงเวลาในการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ

ผลกระทบและภาระที่เกิดขึ้นต่อเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

ลักษณะโดยสภาพและความปลอดภัยของการใช้สิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ สภาพวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนและชุมชนในพื้นที่

และผลกระทบต่อทางน้ำ สิ่งแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะในการสัญจรทางน้ำ

ในการพิจารณาอนุญาตสำหรับอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่สร้างอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ และการกำหนดลักษณะของอาคารและการล่วงล้ำที่พึงอนุญาตได้ตามข้อ

๑ ให้เจ้าท่านำหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เว้นแต่กรณีเป็นอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ได้สร้างอยู่ก่อนกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

ให้เจ้าท่าเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด

ในกรณีที่มีปัญหาในการนำหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคสามมาใช้บังคับและมีความจำเป็น

เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ

ให้กรมเจ้าท่าเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้วินิจฉัยปัญหาหรือสั่งการตามที่เห็นสมควร

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่เจ้าท่ามีคำสั่งอนุญาตแต่ให้มีการแก้ไข

หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตและให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งอื่นใดนั้น

ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นใดดังกล่าวดำเนินการแก้ไขหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งอื่นใดนั้นให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่เจ้าท่ากำหนด

ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปี

เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นใดไม่ดำเนินการแก้ไขหรือรื้อถอนให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่เจ้าท่ากำหนดจะต้องระวางโทษตามที่กำหนดในมาตรา

๑๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่อาคารหรือสิ่งอื่นใดเป็นกรณีที่อาจอนุญาตได้ตามมาตรา

๑๑๘ ทวิ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.

๒๕๓๕ เจ้าท่าจะออกใบอนุญาตให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองก็ได้

และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้ชำระค่าตอบแทนรายปีตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๖๔ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช

๒๔๕๖ ไปพลางก่อน เว้นแต่กรณีอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด

จนกว่าจะมีกฎกระทรวงกำหนดวิธีการและอัตราการเสียค่าตอบแทนซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๑๗ ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายหรือคำสั่งนี้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ

หรือกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด

เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น

ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกระทำ การเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด

ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นดำเนินการทางแพ่ง

ทางอาญา และทางปกครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ได้แจ้งเจ้าท่าทราบตามมาตรา

๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๗)

พ.ศ. ๒๕๖๐ และเจ้าของหรือผู้ครอบครองก่อนวันที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ ที่ได้แจ้งก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นผู้แจ้งตามข้อ ๑ และให้ดำเนินการตามข้อ ๒ ของคำสั่งนี้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง

ณ วันที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

อัญชลี/จัดทำ

๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วิชพงษ์/ตรวจ

๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๗๖ ง/หน้า ๑๘/๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2560 เรื่อง การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_504d80caad6f7c6c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com