ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 404)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายอันเนื่องมาจากธนาคารพาณิชย์ควบเข้ากัน หรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 677) พ.ศ. 2562 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายอันเนื่องมาจากธนาคารพาณิชย์ควบเข้ากันหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ดังต่อไปนี้
หมวด ๑ การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่เกิดจากการควบเข้ากันหรือที่รับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 677) พ.ศ. 2562 สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการเปลี่ยนแปลงหรือทําให้ดีขึ้นซึ่งอาคารถาวร แต่ไม่รวมถึงที่ดินและอาคารถาวรที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย อันเนื่องมาจากการควบเข้ากันหรือการรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงหรือทําให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการควบเข้ากันหรือการรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร และได้จ่ายไปจริงตั้งแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565
(2) ให้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามจํานวนที่ได้จ่ายไปจริงในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร
(3) ต้องสามารถแสดงหลักฐานการจ่ายตาม (1) พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
หมวด ๒ การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่เกิดจากการควบเข้ากันหรือที่รับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 677) พ.ศ. 2562 สําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการเลิกหรือการปรับปรุงแก้ไขสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า สัญญาจ้างทําของ หรือสัญญาบํารุงรักษา ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ และสําหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการรื้อถอนเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ อันเนื่องมาจากการควบเข้ากันหรือการรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงตั้งแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565
(2) รายจ่ายที่ธนาคารพาณิชย์ได้จ่ายตาม (1) ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
(3) ต้องสามารถแสดงหลักฐานการจ่ายตาม (1) พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
หมวด ๓ การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 677) พ.ศ. 2562 ให้ใช้สินทรัพย์รวมของธนาคารพาณิชย์ที่เกิดจากการควบเข้ากันหรือที่รับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ณ วันที่ธนาคารพาณิชย์ได้ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่กัน
หมวด ๔ ให้ธนาคารพาณิชย์ที่เกิดจากการควบเข้ากันหรือที่รับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน จัดทํารายงานแสดงรายละเอียดของทรัพย์สินหรือรายจ่ายที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศนี้ โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และต้องเก็บรักษารายงานดังกล่าว รวมทั้งเอกสารประกอบการลงรายงานไว้ ณ สถานประกอบการ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ โดยทรัพย์สินที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าวจะต้องมีอยู่ในทะเบียนทรัพย์สินหรือเอกสารอื่นใดในทํานองเดียวกันที่ได้จัดทําขึ้นโดยธนาคารพาณิชย์ด้วย
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)
อธิบดีกรมสรรพากร