ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรกับสถาบันการเงินโดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืน พ.ศ.2539
โดยที่สมควรปรับปรุงวิธีการให้ความอนุเคราะห์ทางการเงินแก่สถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรกับสถาบันการเงินโดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืน พ.ศ.2539
โดยที่สมควรปรับปรุงวิธีการให้ความอนุเคราะห์ทางการเงินแก่สถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน (พ.ศ. 2522)
(2) ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืน พ.ศ. 2537
ข้อ ๒ ในระเบียบนี้
"ธนาคาร" หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย
"สถาบันการเงิน" หมายความว่า
(1) ธนาคาร พาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
(2) บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
"พันธบัตร" หมายความว่า พันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรธนาคาร และหมายความรวมถึงพันธบัตรที่ออกโดยองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยรเฉพาะ และธนาคารเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการง่ายเงิน ทั้งนี้ตามที่ธนาคารกําหนด
"บัญชีเงินฝากสถาบันการเงิน" หมายความว่า บัญชีเงินฝากกระแสรายวันซึ่งสถาบันการเงินเปิดไว้กับธนาคาร
ข้อ ๓ ธนาคารจะพิจารณารับซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงินตามความจําเป็นตามรายชื่อพันธบัตรและราคารับซื้อที่ธนาคารกําหนด โดยมีข้อตกลงว่าสถาบันการเงินผู้ขายจะซื้อคืนพันธบัตรที่ขายนั้น ทั้งนี้ ธนาคารจะกําหนดวงเงินการซื้อขายพันธบัตรและแจ้งให้ทราบเป็นรายสถาบันการเงิน และให้ถือว่าวงเงินที่ธนาคารกําหนดตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นวงเงินสภาพคล่องระหว่างวัน พ.ศ. 2539 เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินตามระเบียบนี้
ข้อ ๔ พันธบัตรที่ชนาการจะพิจารณารับซื้อในแต่ละคราว ต้องมีราคารับซื้อไม่ต่ํากว่าหนึ่งล้านบาท
ข้อ ๕ สถาบันการเงินที่ประสงค์จะขายพันธบัตรต้องปฏิบัติดังนี้
(1) ทําหนังสือแสดงความตกลงตามแบบที่แนบ
(2) มอบอํานาจให้บุคคลกระทําการแทนสถาบันการเงินในการติดต่อกับธนาคารทางโทรศัพท์ และลงนามในหนังสือเสนอขายพันธบัตรและหนังสือซื้อคืนพันธบัตรก่อนกําหนดตามแบบหนังสือมอบอํานาจที่แนบ
(3) ฝากพันธบัตรที่สถาบันการเงินมีกรรมสิทธิ์และปราศจากภาระผูกพันไว้กับธนาคารเพื่อการซื้อขายตามแบบหนังสือที่แนบ
(4) ยินยอมให้ธนาคารนําเงินเข้าบัญชีและหักเงินจากบัญชีเงินฝากสถาบันการเงิน ตามแบบหนังสือที่แนบ
ข้อ ๖ ในการขายพันธบัตรแต่ละคราว ให้สถาบันการเงินปฏิบัติดังนี้
(1) แจ้งทางโทรศัพท์และส่งหนังสือเสนอนายพันธบัตรตามแบบที่แนบให้ธนาคาร ภายในเวลา 17.00 น. ของวันที่เสนอขาย
(2) เสนอขายพันธบัตรในราคารับซื้อเป็นจํานวนเงินซึ่งเมื่อรวมกับยอดคงค้างของจํานวนเงินที่ธนาคารได้รับซื้อพันธบัตรไว้แล้ว ต้อง ไม่เกินวงเงินที่ธนาคารกําหนดตามข้อ 3
(3) ยินยอมให้ธนาคารเป็นผู้จัดสรรพันธบัตรที่สถาบันการเงินฝากไว้
(4) ตกลงซื้อคืนพันธบัตรในราคาซื้อคืนซึ่งเท่ากับผลรวมของราคาที่ธนาคารได้รับซื้อไว้กับค่าตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าเป็นคราว ๆ
(5) ซื้อคืนพันธบัตรภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ขายพันธบัตรนั้นให้แก่ธนาคาร
ข้อ ๗ ธนาคารจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรในวันที่รับซื้อและโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรที่รับซื้อไว้ คืนให้สถาบันการเงินในวันที่มีการชําระราคาซื้อคืน
ข้อ ๘ สถาบันการเงินที่ประสงค์จะซื้อคืนพันธบัตรก่อนกําหนด ต้องแจ้งให้ธนาคารทราบทางโทรศัพท์ก่อน และส่งหนังสือขอซื้อคืนพันธบัตรก่อนกําหนดตามแบบที่แนบให้ธนาคารภายในเวลา 17.00 น. ของวันที่ขอซื้อคืน
ข้อ ๙ ในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินไม่มีพอให้ธนาคารหักเพื่อชําระราคาซื้อคืนพันธบัตรในวันซื้อคืน ให้ถือว่าไม่มีการซื้อคืน
ข้อ ๑๐ สถาบันการเงินที่ซื้อคืนพันธบัตรภายในกําหนด ให้มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยพันธบัตรสําหรับระยะเวลาที่ขายพันธบัตรนั้น
ข้อ ๑๑ สถาบันการเงินที่ไม่ซื้อคืนพันธบัตรภายในกําหนด ให้ปฏิบัติเกี่ยวกับดอกเบี้ยพันธบัตรดังนี้
(1) ในกรณีที่มีการจ่ายดอกเบี้ยภายหลังวันที่ธนาคารได้รับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรและสถาบันการเงินเป็นผู้รับดอกเบี้ยงวดนั้น สถาบันการเงินต้องคืนดอกเบี้ยในส่วนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ธนาคารได้รับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตร โดยธนาคารจะหักบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินในวันถัดจากวันที่ครบกําหนดซื้อคืน
(2) ในกรณีที่มีการจ่ายดอกเบี้ยภายหลังวันที่ธนาคารได้รับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรและธนาคารเป็นผู้รับดอกเบี้ยพันธบัตรงวดนั้น ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยพันธบัตรให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะส่วนที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ธนาคารให้รับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตร โดยนําเงินเข้าบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินในวันที่ธนาคารได้รับดอกเบี้ยพันธบัตรงวดนั้น
ข้อ ๑๒ สถาบันการเงินใดประสงค์จะขอถอนคืนพันธบัตรที่ฝากไว้ ให้ทําหนังสือตามแบบที่แนบส่งให้ธนาคาร
ข้อ ๑๓ ธนาคารสงวนสิทธิที่จะไม่รับซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงินที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งแห่งระเบียบนี้ หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งระเบียบนี้ หรือมีเหตุไม่สมควรประการอื่น
ข้อ ๑๔ สถาบันการเงินใดมีเงินกู้ยืมคงค้างชําระอยู่ตามหนังสือความตกลง ซึ่งได้ทําไว้กับธนาคารตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2522 ซึ่งได้ยกเลิกไปตามระเบียบนี้ ให้ชําระหนี้เงินกู้ยืมคงค้างนั้น ให้เสร็จสิ้นตามข้อกําหนดและเงื่อนไขที่ระบุในระเบียบหรือหนังสือความตกลงดังกล่าวได้
ข้อ ๑๕ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ใดขายพันธบัตร ไว้ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืน พ.ศ. 2537 ซึ่งได้ยกเลิกไปตามระเบียบนี้ และยังไม่ถึงกําหนดซื้อคืนการซื้อคืนพันธบัตรให้เป็นไปตามข้อกําหนดในระเบียบดังกล่าว
ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2539 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 17 มกราคม 2539
(นายวิจิตร สุพินิจ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตรกับสถาบันการเงินโดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืน พ.ศ.2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_50cf45365992b630
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com