ข้อ ๖ ผู้ถูกกล่าวหาอาจคัดค้านกรรมการ
หรือเลขานุการในคณะกรรมการการสอบสวนที่มีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ได้
(๑) เป็นผู้ที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สอบสวน
(๒) เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน
(๓) เป็นผู้มีเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา
(๔) เป็นญาติโดยเกี่ยวข้องเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดัน
หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดากับคู่กรณี
การคัดค้าน
ให้คัดค้านต่อผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยทำเป็นหนังสือ
แสดงเหตุที่คัดค้านนั้นยื่นต่อประธานกรรมการภายในเจ็ดวัน นับแต่วันทราบคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
เมื่อได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว
ให้ประธานกรรมการส่งหนังสือคัดค้านนั้นไปยังผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วน
ถ้าผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเห็นว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุอันควรฟังได้ก็ให้สั่งเปลี่ยนกรรมการ
หรือเลขานุการที่ถูกคัดค้าน แต่ถ้าเห็นว่าการคัดค้านนั้นไม่มีเหตุอันควรรับฟัง
หรือเห็นว่าแม้จะให้ผู้ถูกคัดค้านนั้นร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน
ก็ไม่ทำให้เสียความเป็นธรรมจะสั่งยกคำคัดค้านนั้นเสียก็ได้
แล้วแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาที่คัดค้านทราบ และส่งเรื่องให้คณะกรรมการสอบสวนรวมสำนวนไว้
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาคัดค้านกรรมการ
หรือเลขานุการในคณะกรรมการสอบสวน และผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนยังมิได้สั่งการตามวรรคสาม
ห้ามมิให้ผู้ที่ถูกคัดค้านนั้นร่วมในการสอบสวน