ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ภายใน ๖๐ วัน หลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี
โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ
สิ้นเดือนดังกล่าว
รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ดังนี้
๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ
ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑
๑.๑ หนี้สาธารณะคงค้างของประเทศ ณ วันที่ ๓๑
มีนาคม ๒๕๕๑ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓,๓๗๔,๙๖๖.๐๘
ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๘๕ ของ GDP ประกอบด้วย
หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๑๔๐,๕๐๒.๕๓
ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๙๕๑,๕๒๕.๙๖
ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งรัฐบาลค้ำประกัน ๙๕,๕๙๖.๓๗
ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๑๖๖,๓๗๑.๗๙
ล้านบาท และหนี้องค์การของรัฐอื่น ๒๐,๙๖๙.๔๓ ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว
๓,๑๗๖,๔๐๙.๖๙ ล้านบาท
และหนี้ระยะสั้น ๑๙๘,๕๕๖.๓๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๔.๑๒
และร้อยละ ๕.๘๘ และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๔๐๕,๗๔๔.๖๘
ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๒,๙๖๙,๒๒๑.๔๐
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๐๒ และร้อยละ ๘๗.๙๘ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑
ตารางที่
๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
๓๑
มี.ค. ๕๑
%
GDP
๑.
หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑.๒ หนี้ในประเทศ
๒,๑๔๐,๕๐๒.๕๓
๘๙,๘๓๘.๐๖
๒,๐๕๐,๖๖๔.๔๗
๒๓.๓๗
๒.
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๙๕๑,๕๒๕.๙๖
๕๕๙,๒๗๐.๑๙
๑๗๔,๘๔๒.๙๘
๓๘๔,๔๒๗.๒๑
๓๙๒,๒๕๕.๗๗
๑๓๑,๘๖๔.๓๔
๒๖๐,๓๙๑.๔๓
๑๐.๓๙
๓.
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน
(รัฐบาลค้ำประกัน)
๓.๑ หนี้ต่างประเทศ
๓.๒ หนี้ในประเทศ
๙๕,๕๙๖.๓๗
๙,๑๙๙.๓๐
๘๖,๓๙๗.๐๗
๑.๐๔
๔.
หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๑๖๖,๓๗๑.๗๙
๗๓,๗๙๔.๖๐
๙๒,๕๗๗.๑๙
๑.๘๒
๕.
หนี้องค์การของรัฐอื่น
๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๒๐,๙๖๙.๔๓
๑๒,๑๖๙.๔๓
๘,๘๐๐.๐๐
๐.๒๓
๖.
รวม ๑ ถึง ๕
๓,๓๗๔,๙๖๖.๐๘
๓๖.๘๕
หมายเหตุ : ๑. ประมาณการ GDP ปี ๒๕๕๑ เท่ากับ ๙,๑๕๘,๓๐๐ พันล้านบาท (สศช. ณ
วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)
๒.
ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๒๓,๙๙๙.๙๐ ล้านบาท
ที่รัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ
สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์
และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ
ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ
๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย ๖ แผนงานย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ
ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ จำนวน ๒ ครั้ง
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้
โดยวงเงินรวมหลังจากการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๒ เท่ากับ ๑,๐๓๖,๖๕๗.๘๘
ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ตามแผนฯ
ดังกล่าวไปแล้วเป็นวงเงินทั้งสิ้น ๕๑๗,๗๔๖.๒๔ ล้านบาท
ดังปรากฏตามตารางที่ ๒
ตารางที่
๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
แผน
ผลการดำเนินการ
๑.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๔๖๕,๙๙๕.๐๐
๒๗๘,๖๖๙.๗๓
๒.
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF
๒๕,๐๐๐.๐๐
๑๐,๐๐๐.๐๐
๓.
การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน
ไม่มี
๔.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
๔๒๓,๙๘๓.๐๓
๒๐๑,๖๘๕.๓๒
๕.
การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ
๒๓,๓๑๙.๓๖
๒๑,๖๗๖.๗๙
๖.
การบริหารหนี้ต่างประเทศ
๙๘,๓๖๐.๔๙
๕,๗๑๔.๔๐
รวม
๑,๐๓๖,๖๕๗.๘๘
๕๑๗,๗๔๖.๒๔
โดยมีสาระสำคัญ
ดังนี้
๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๒.๑.๑
กระทรวงการคลังดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน ๙๑,๗๑๙.๗๓
ล้านบาท ด้วยวิธีการดังนี้
(๑) ออกพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๖ รุ่น วงเงินรวม ๔๖,๐๐๐
ล้านบาท
(๒) ออกพันธบัตรออมทรัพย์ จำนวน ๖ รุ่น วงเงินรวม
๒,๗๖๙.๗๓ ล้านบาท
(๓) ออกตั๋วสัญญาใช้เงินกับธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) ธนาคารแห่งโตเกียว - มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด สาขากรุงเทพฯ
และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๒๕,๙๕๐ ล้านบาท
(๔) ออกตั๋วเงินคลัง วงเงินรวม ๑๗,๐๐๐
ล้านบาท
๒.๑.๒ กระทรวงการคลังดำเนินการ Roll-over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสดวงเงิน
๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และ Roll-over ตั๋วเงินคลังเพื่อชดเชยการขาดดุลซึ่งสะสมมาในช่วงปี
๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ อีกจำนวน ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้ ณ
สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ มีตั๋วเงินคลังเพื่อการดังกล่าวหมุนเวียนในตลาด จำนวน ๑๔๗,๐๐๐
ล้านบาท
๒.๑.๓ กระทรวงการคลังดำเนินการ Roll-over
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดชำระวงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท
โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๒,๕๐๐
ล้านบาท และธนาคารออมสินวงเงิน ๒,๕๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ Roll-over
พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดชำระวงเงิน ๓๔,๙๕๐ ล้านบาท
โดยการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๕ แห่ง เพื่อชำระหนี้ในวันครบกำหนด
และทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้จำนวน ๔ รุ่น
เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นจนครบจำนวน
๒.๒
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF 1
กระทรวงการคลังดำเนินการ Roll-over
ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดชำระจำนวน ๒ รุ่น วงเงินรุ่นละ
๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) วงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท
และยืมเงินจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้จำนวน ๔,๐๐๐
ล้านบาท รวม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนหนี้ในวันครบกำหนด
และทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน ๒ รุ่น วงเงินรุ่นละ ๕,๐๐๐
ล้านบาท
เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและเงินที่ยืมมาจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้
๒.๓ การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ไม่มีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน
๒.๔
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจได้ดำ
เนินการกู้เงินและบริหารในประเทศ จำนวนทั้งสิ้น ๒๐๑,๖๘๕.๓๒
ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๕๐,๕๘๕.๓๒
ล้านบาทและไม่ค้ำประกัน จำนวน ๕๑,๑๐๐.๐๐ ล้านบาท
สามารถแบ่งตามประเภทของการกู้เงิน ได้ดังนี้
๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๑๐๐.๐๐ ล้านบาทกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๒
เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๒๒๐.๐๐ ล้านบาทกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า
ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๑ และระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน
รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน
วงเงินรวม ๓๖,๖๖๗.๒๘
ล้านบาทเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๓๕,๔๘๗.๒๘
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน๑,๑๘๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การเคหะแห่งชาติ ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑๑,๕๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่ ๔
และระยะที่ ๕
(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับการออกพันธบัตร
วงเงินรวม ๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษรามอินทรา -
วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ จำนวน ๑,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท โครงการทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์
จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และโครงการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี
จำนวน ๕๐๐ ล้านบาท
(๓) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๑๘๐.๐๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่
๗ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย ระยะที่
๖ จำนวน ๑๓๐ ล้านบาท โครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน ๒๐๐
ล้านบาทโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๒๐๐
ล้านบาท โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๒ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท
และโครงการขยายเขตติดตั้งระบบไฟฟ้าให้เกาะต่างๆ จำนวน ๕๐ ล้านบาท
(๔) การรถไฟแห่งประเทศไทย
ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย
จำกัด (มหาชน) ร่วมกับการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๒๐,๙๘๗.๒๘
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
๒.๔.๔
เงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง
ได้กู้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ วงเงิน รวม ๔,๑๑๕.๙๔
ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งสิ้น ได้แก่
(๑) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๓,๑๑๕.๙๔
ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระหนี้ค่าน้ำมัน ค่าเหมาซ่อม และค่าดอกเบี้ยค้างจ่าย
(๒) ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
เพื่อนำไปใช้ในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร
๒.๔.๕ เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศ
(๑) รัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อ Roll-over
หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืนวงเงินรวม ๓๑,๗๘๗.๕๐ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๒๕,๑๘๗.๕๐
ล้านบาทและไม่ค้ำประกัน จำนวน ๖,๖๐๐ ล้านบาท ได้แก่
๑) การเคหะแห่งชาติ ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
๘ รุ่น วงเงินรวม ๙,๓๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๕ รุ่นและกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
วงเงินรวม ๖,๒๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๓) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๓ รุ่นและกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
วงเงินรวม ๓,๖๘๗.๕๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๔) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
ได้กู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และ FRN (Floating
Rate Note) วงเงินรวม ๖,๖๐๐.๐๐
ล้านบาทกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๕) ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๖ รุ่นวงเงินรวม ๖,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
การ Roll-over ของรัฐวิสาหกิจทั้ง
๕ แห่ง จำนวน ๓๑,๗๘๗.๕๐ ล้านบาท นี้เป็นการ Roll
over ภายใต้วงเงินที่ครบกำหนด ๓๖,๘๘๙.๕๐
ล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจชำระคืนหนี้ส่วนที่ไม่ได้ Roll-over จำนวน
๕,๑๐๒.๐๐ ล้านบาท
(๒) รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อ Refinance
วงเงินรวม ๑๒๘,๗๙๔.๖๐ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๘๕,๗๙๔.๖๐
ล้านบาท และไม่ค้ำประกันจำนวน ๔๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
๑)
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๕ รุ่น
วงเงินรวม ๑๑๖,๗๙๔.๖๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๗๓,๗๙๔.๖๐
ล้านบาท และกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ๔๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๑๒ รุ่น และกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
วงเงินรวม ๑๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๒.๕ การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินจากต่างประเทศ
วงเงินรวม ๖๗๘.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า ๒๑,๖๗๖.๗๙
ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๖๒๘.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐ
หรือเทียบเท่า ๑๙,๘๗๖.๗๙ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๕๐.๐๐
ล้านเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า ๑,๘๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับ
JBIC วงเงิน ๖๒๘.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๑๙,๘๗๖.๗๙
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่ -
ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่ บางซื่อ
(๒) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออก
FRN วงเงิน ๕๐.๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๑,๘๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเพื่อดำเนินโครงการระบบการชำระเงินแบบทวิภาคี
โครงการสนับสนุนการขายสินค้าเกษตร
โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเตรียมการส่งออกเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ
โครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศเป้าหมาย
โครงการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศและการส่งออกสินค้าทุนและบริการ
และโครงการสนับสนุนกิจการพาณิชย์นาวี
๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารหนี้ต่างประเทศ
วงเงินรวม ๕,๗๑๔.๔๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๒.๖.๑ กระทรวงการคลังได้ดำเนินการทำ Cross
Currency Swap กับธนาคาร Calyon
เพื่อแปลงหนี้เงินกู้ JBIC จากหนี้สกุลเงินเยนที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่
เป็นหนี้สกุลเงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว วงเงิน ๕,๐๓๐.๗๔
ล้านบาท
๒.๖.๒ รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้ดำเนินการ Prepayment
เพื่อชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนด วงเงินรวม ๖๘๓.๖๖ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การไฟฟ้านครหลวง ชำระหนี้คืนเงินกู้ธนาคาร Nordic
Investment Bank ก่อนครบกำหนด วงเงิน ๒๓๐.๐๓
ล้านบาท
(๒) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ชำระหนี้คืนเงินกู้ธนาคาร Nordic Investment
Bank ก่อนครบกำหนด วงเงิน ๔๕๓.๖๓ ล้านบาท
การดำเนินการดังกล่าวสามารถลดยอดหนี้คงค้างได้
๖๘๓.๖๖ ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑๑๒.๐๐ ล้านบาท
๓. การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
๓.๑ การกู้เงินและบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด
ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม
๒๐,๓๓๕.๓๓ ล้านบาท ได้แก่
๓.๑.๑ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม ๑๑,๓๒๐.๓๓ ล้านบาท
กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันทั้งสิ้น แบ่งเป็น
(๑) การกู้เงินจากธนาคาร HSH Nordbank
จำนวน ๓,๘๒๐.๓๓ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าเครื่องบินโบอิ้ง B๗๗๗-๒๐๐
ER ลำที่ ๖
(๒) การ Roll-over หนี้เงินกู้
ECP ที่ครบกำหนดชำระโดยการออกหุ้นกู้ในประเทศ วงเงิน ๗,๕๐๐.๐๐
ล้านบาท จากหนี้ที่ครบกำหนดชำระทั้งหมด ๑๒,๔๐๔.๙๑ ล้านบาท โดยบริษัทใช้รายได้ชำระคืนหนี้
จำนวน ๔,๙๐๔.๙๑ ล้านบาท
๓.๑.๒ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ได้ออกหุ้นกู้ในประเทศ วงเงิน ๘,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๓.๑.๓ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการ Prepayment
เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ JBIC ก่อนครบกำหนด วงเงิน ๑,๐๑๕.๐๐
ล้านบาท
๓.๒ การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้กู้เงินระยะสั้นในรูป Credit
Line จากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน ๓,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๓.๓
การบริหารหนี้เงินกู้เพื่อดำเนินงานตามโครงการเฉพาะกิจตามนโยบายของรัฐบาล
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) จากวันที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ไปถึงวันที่ ๓๑
ธันวาคม ๒๕๕๑ วงเงิน ๔,๖๑๔.๕๗ ล้านบาท
โดยเงินกู้ดังกล่าวเป็นเงินกู้ตามโครงการรับซื้อลำไยเพื่อแปรรูปและการตลาดลำไยอบแห้ง
ปี ๒๕๔๗
๓.๔
การชำระหนี้เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย
๓.๔.๑
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้ตามโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน
๖ จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบธรณีพิบัติภัยที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
วงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยใช้เงินรายได้
๓.๔.๒
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้ตามโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน
๖ จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบธรณีพิบัติภัยที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
วงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท โดยใช้เงินรายได้
๔. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑
๔.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว
ในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๑ (ตุลาคม ๒๕๕๐ - มีนาคม ๒๕๕๑)
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๕๑๗,๗๔๖.๒๔
ล้านบาท โดยมีความก้าวหน้าไปแล้วคิดเป็นร้อยละ ๔๙.๙๔ ของแผนฯ
๔.๒ ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๒๗,๙๔๙.๙๐
ล้านบาท
๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๕๔๕,๖๙๖.๑๔
ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๑๖๙,๓๒๐.๐๗ ล้านบาท
และการบริหารหนี้ จำนวน ๓๗๖,๓๗๖.๐๗ ล้านบาท
หน่วย
: ล้านบาท
หน่วยงาน
ผลการดำเนินงาน
การกู้ใหม่
การบริหารหนี้
รวม
- รัฐบาล
๙๑,๗๑๙.๗๓
๒๐๑,๙๘๐.๗๔
๒๙๓,๗๐๐.๔๗
- รัฐวิสาหกิจ
๗๗,๖๐๐.๓๔
๑๗๔,๓๙๕.๓๓
๒๕๑,๙๙๕.๖๗
รวม
๑๖๙,๓๒๐.๐๗
๓๗๖,๓๗๖.๐๗
๕๔๕,๖๙๖.๑๔
ทั้งนี้
การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๒๕๑,๙๙๕.๖๗
ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๗๕,๐๗๖.๖๘
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๗๖,๙๑๘.๙๙ ล้านบาท
ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจวงเงินรวมกันทั้งสิ้น
๓๗๖,๓๗๖.๐๗ ล้านบาท นั้น สามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้ ๑๒,๙๐๕.๕๗
ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๒๕๘.๐๐ ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
อุทิศ
ธรรมวาทิน
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
หมายเหตุ :- FIDF หมายถึง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF1 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี
FIDF3 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕
Prepayment หมายถึง การชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดชำระ
Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม
ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน หรือขยายระยะเงินกู้
Repayment หมายถึง การชำระหนี้คืนตามกำหนดชำระ
Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
JBIC หมายถึง Japan
Bank for International
Cooperation
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๓
มิถุนายน ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๘๙ ง/หน้า ๒๖/๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2551 และรายการการกู้เงิน และค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึงเดือนมีนาคม 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_50ddf74a3505bbc5
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com