法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.พ.ค.

ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์

หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

พ.ศ. 2551

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 31 (5) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ.ค. จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบ ก.พ.ค. ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี

(3) เป็นผู้ที่สําเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบได้ไม่ต่ํากว่านี้จากสถานศึกษาในประเทศหรือต่างประเทศที่ ก.พ. รับรอง และ

(4) มีคุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(ก) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งนิติกรระดับ 9 ขึ้นไป หรือนิติกรระดับเชี่ยวชาญ หรือรับราชการหรือเคยรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในตําแหน่งไม่ตําแหน่งไม่ต่ํากว่านิติกรระดับ 8 หรือนิติกรระดับชํานาญการพิเศษ หรือตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นใหนหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่า

(ข) รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งที่ที่ปฏิบัติงานด้านกฎหมายไม่ต่ํากว่าระดับ 8 หรือตําแหน่งระดับชํานาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

(ค) รับราชการหรือเคยรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการกองหรือตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับต้น หรือตําแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่า

(ง) รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักหรือตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับสูง หรือตําแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่า

(จ) รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งรองอธิบดีขึ้นไปหรือประเภทบริหารระดับต้นหรือระดับสูงหรือตําแหน่งที่เทียบเท่า

(ฉ) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนในสาขาวิชานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษา และดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองศาสตราจารย์ แต่ในกรณีที่ดํารงตําแหน่งรองศาสตราจารย์ต้องดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

(ช) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขากฎหมายมหาชน และรับราชการในหน่วยงานของรัฐนับแต่สําเร็จการศึกษาระดับดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขากฎหมายมหาชน และรับราชการในหน่วยงานของรัฐนับแต่สําเร็จการศึกษาระดับดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี

(ซ) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความไม่น้อยกว่าสิบสองปี และมีประสบการณ์ในการดําเนินคดีปกครองเกี่ยวกับวินัยข้าราชการหรือการบริหารงานบุคคลไม่น้อยกว่าห้าปี

(ฌ) รับราชการหรือเคยรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในตําแหน่งอัยการจังหวัดหรือเทียบเท่า

(ญ) รับราชการหรือเคยรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลแพ่งหรือศาลอาญาหรือเทียบเท่า หรือตุลาการประธรรมนูญศาลทหารกลาง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นข้าราชการ

(2) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใด

(3) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(4) เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ

(5) เป็นกรรมการในองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐ

(6) ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่นหรือดํารงตําแหน่งหรือประกอบการใด ๆ หรือเป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่นหรือดํารงตําแหน่งหรือประกอบการใด ๆ หรือเป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.พ.ค. โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ให้มีวาระการดํารงตําแหน่งหกปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระแล้ว อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์อีกได้โดยวิธีการประเมินหรือวิธีการคัดเลือกตามที่ ก.พ.ค. กําหนด

ให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ใหม่กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ต้องทํางานเต็มเวลา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พ้นจากตําแหน่ง เมื่อ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 2 และข้อ 3

(4) ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

(5) ไม่สามารถปฎิบัติงานได้เต็มเวลาอย่างสม่ําเสมอ ทั้งนี้ ให้นําระเบียบ ก.พ.ค. ว่าด้วยกรณีไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลาอย่างสม่ําเสมอ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(6) คณะกรรมการ ก.พ.ค. ไม่น้อยกว่า 5 ใน 7 ของจํานวนกรรมการ ก.พ.ค. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีมติให้ออกเมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้นําข้อ 6 ถึงข้อ 9 มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ ก.พ.ค. เป็นคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ และให้เลขาธิการ ก.พ. หรือผู้ที่เลขาธิการ ก.พ. มอบหมายเป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ประธาน ก.พ.ค. ออกประกาศรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ โดยกําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับตําแหน่งที่คัดเลือก คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร การรับสมัคร การสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ การประเมินประสบการณ์หรือผลงานและการตรวจสุขภาพ การรับฟังความคิดเห็นและการประกาศผลสอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ให้ดําเนินการโดยวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ทดสอบความรู้โดยการสอบข้อเขียน ตรวจสุขภาพ ประเมินประสบการณ์หรือผลงาน พิจารณาความเหมาะสมโดยจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของบุคคลในแวดวงกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน สัมภาษณ์ แล้วจัดทําบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกโดยให้บัญชีรายชื่อดังกล่าวมีกําหนดระยะเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันประกาศผลการคัดเลือกหรือเมื่อมีการประกาศรับสมัครใหม่ และแต่งตั้งบุคคลจากบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกให้ทําหน้าที่เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกไม่อาจได้รับแต่งตั้งให้ทําหน้าที่ดังกล่าวหรือกรณีที่มีตําแหน่งว่างลงและบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกยังไม่หมดอายุ ให้คัดเลือกบุคคลลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกขึ้นแต่งตั้งให้เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3 ผู้นั้นต้องลาออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวและส่งหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่าตนได้เลือกการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการประกอบการอันมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวต่อเลขานุการ ก.พ.ค. ภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการคัดเลือก

ในกรณีที่ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มิได้ลาออกหรือเลิกการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการประกอบการดังกล่าวในเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ และให้ดําเนินการแต่งตั้งผู้สอบคัดเลือกได้ในลําดับถัดปในบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ หรือจะดําเนินการคัดเลือกใหม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การดําเนินการใด ๆ ตามระเบียบนี้ ก.พ.ค. จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยดําเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ประธาน ก.พ.ค. รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ประธาน ก.พ.ค. อาจหารือที่ประชุม ก.พ.ค. เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยก็ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นายศราวุธ เมนะเศวต

ประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_51394f6646c23f6b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com