法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ

ระเบียบ

ว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา

วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณา

สอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๖๐

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๓๖ ของข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๙ ประธานสภากรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร จึงออกระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานครดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ คำว่า

“ข้อบังคับ” หมายถึง ข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๙

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร

“สมาชิก” หมายถึง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

“สำนักงาน” หมายถึง สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

“เลขานุการสภา” หมายถึง เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

“เรื่องร้องเรียน” หมายถึง ข้อกล่าวหาว่าสมาชิกกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ

“ผู้ร้อง” หมายถึง ผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ร้องให้กระทำการแทน ทั้งนี้ การมอบหมายต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

“ผู้ถูกร้อง” หมายถึง สมาชิกที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

การยื่นเรื่องร้องเรียน การถอนเรื่องร้องเรียน และการยุติเรื่องร้องเรียน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เรื่องร้องเรียนต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยใช้ถ้อยคำสุภาพและมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องรวมถึงวิธีการติดต่อสื่อสารที่สะดวกพร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้

(๒) ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าสมาชิกคนใดกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณตามข้อบังคับในเรื่องใด โดยระบุเรื่องอันเป็นเหตุให้ต้องใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมทั้งข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมตามสมควรเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว โดยข้อกล่าวหาดังกล่าวจะต้องเป็นการกล่าวหาถึงการกระทำในขณะที่ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งสมาชิกและภายในเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณเกิดขึ้น

(๓) ลงลายมือชื่อผู้ร้องหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ร้องให้กระทำการแทน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นเรื่องร้องเรียนให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสำนักงาน

(๒) ยื่นด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่น ณ สำนักงาน

(๓) วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขานุการสภาตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นดังนี้

(๑) ผู้ร้องมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ และเป็นเจ้าของเรื่องร้องเรียนจริงหรือไม่

(๒) เรื่องร้องเรียนเป็นไปตามระเบียบนี้หรือไม่

เมื่อเลขานุการสภาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นแล้วและเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องต่อประธานสภาเพื่อเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ต่อไป

ในกรณีที่เลขานุการสภาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นแล้วและเห็นว่าไม่เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องต่อประธานสภาเพื่อให้มีคำสั่งไม่รับเป็นเรื่องร้องเรียน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เรื่องร้องเรียนตามข้อ ๕ ผู้ร้องจะถอนในเวลาใดก็ได้ โดยให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขานุการสภา

ให้เลขานุการสภาตรวจสอบเรื่องการขอถอนเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นโดยนำความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และเมื่อเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องการขอถอนเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการเพื่อพิจารณา แล้วแต่กรณี

ในกรณีขอถอนเรื่องร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง หรือกรณีผู้ร้องตาย หากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จะพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปหรือยุติเรื่องร้องเรียนนั้นก็ได้

กรณีที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการจะพิจารณาตามวรรคสาม ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการสอบถามผู้ถูกร้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่ผู้ร้องไม่ดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการ หรือไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการอาจสั่งให้ยุติเรื่องร้องเรียนก็ได้ โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๘ วรรคสี่ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีที่มีเหตุให้ยุติเรื่องร้องเรียนตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๕ วรรคสอง ข้อ ๑๘ วรรคสอง หรือด้วยเหตุอื่นใดให้เลขานุการสภาแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทราบ

คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

การประชุมและการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาและวิธีพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม และการลงมติใด ๆ ตามระเบียบนี้ให้ถือเอาเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม หากคะแนนเท่ากันให้ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้มีการจัดทำบันทึกการประชุมของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อสภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและเสนอความเห็นต่อประธานสภาในเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนตามข้อบังคับแล้ว ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประธานสภา หากมีความจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขอขยายเวลาต่อประธานสภาได้ไม่เกินสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การพิจารณาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอย่างน้อยต้องเปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้รับทราบถึงการพิจารณา และชี้แจงข้อเท็จจริงของตนในการพิจารณาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงด้วย

คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานใด ๆ มาประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พิจารณาเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเสร็จแล้วให้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงต่อประธานสภาภายในสิบห้าวัน

ในกรณีที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เห็นว่าข้อร้องเรียนไม่มีมูลให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา หากประธานสภาเห็นชอบ ให้ยุติเรื่องและรายงานสภาทราบ

ในกรณีที่ประธานสภาไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามวรรคสองให้ประธานสภาส่งเรื่องให้สภาชี้ขาดโดยเร็ว หากสภาเห็นว่าข้อร้องเรียนมีมูลให้ส่งเรื่องร้องเรียนให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป

ในกรณีปรากฏหลักฐานโดยแจ้งชัดว่ามีการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณตามข้อบังคับให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเสนอต่อประธานสภาพิจารณาดำเนินการส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป

คณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร

การประชุมและการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาและวิธีพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม และการลงมติใด ๆ ตามระเบียบนี้ให้ถือเอาเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม หากคะแนนเท่ากันให้ประธานคณะกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้มีการจัดทำบันทึกการประชุมของคณะกรรมการทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับเรื่องร้องเรียนจากประธานสภา ให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากประธานสภา หากมีความจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการขอขยายเวลาต่อประธานสภาได้อีกสามครั้ง ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

กรณีมีเรื่องร้องเรียนใดที่คณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จได้ทันก่อนที่สภาสิ้นอายุ หรือมีการยุบสภา ให้คณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนจากพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่เพื่อให้เลขานุการสภาบันทึกเหตุนั้นไว้

กรณีที่ผู้ถูกร้องเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ให้ผู้ถูกร้องงดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการในการพิจารณาเรื่องที่ตนถูกร้อง และให้ถือว่าคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทุกคนที่ไม่ถูกร้อง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ประธานคณะกรรมการจัดส่งสำเนาเรื่องร้องเรียนแก่ผู้ถูกร้อง และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาเรื่องร้องเรียน

การส่งสำเนาเรื่องร้องเรียนหรือหนังสืออื่นใดแก่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ ภูมิลำเนา หรือสถานที่ติดต่อแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องได้แจ้งไว้

ในกรณีที่ไม่สามารถส่งสำเนาเรื่องร้องเรียนและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงแก่ผู้ถูกร้องได้หรือผู้ถูกร้องไม่ยอมรับสำเนาเรื่องร้องเรียนและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจง ให้ประธานคณะกรรมการสั่งให้ปิดประกาศ ณ ภูมิลำเนา หรือสถานที่ติดต่อแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ผู้ถูกร้องได้แจ้งไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามที่กล่าวมาได้ ให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานเพื่อให้ผู้ถูกร้องมารับสำเนาเรื่องร้องเรียนและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดประกาศ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสำเนาเรื่องร้องเรียนแล้วและได้ยื่นคำชี้แจง หรือไม่ยื่นคำชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่มารับสำเนาเรื่องร้องเรียนและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงตามประกาศข้อ ๑๙ วรรคสาม ให้คณะกรรมการกำหนดวันพิจารณาครั้งแรก

ผู้ร้องจะขอแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องร้องเรียนที่ยื่นไว้แล้วก็ได้ แต่ต้องเป็นสาระสำคัญอันควรแก่การแก้ไขเพิ่มเติมและเกี่ยวกับเรื่องเดิม โดยให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการก่อนวันพิจารณาครั้งแรก

คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องตามวรรคสอง คณะกรรมการจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร

ให้เลขานุการสภาแจ้งกำหนดการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นหนังสือไปยังกรรมการ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทุกคนไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาและสอบสวนเพื่อให้ทราบความจริงว่าผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณตามข้อบังคับหรือไม่ อย่างไร โดยมีอำนาจหน้าที่แสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนหรือที่ถูกกล่าวหา

ในการพิจารณาและสอบสวนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องผูกพันอยู่กับคำขอหรือพยานหลักฐานของผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง และในกรณีที่เห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง อาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

(๒) รับฟังพยานหลักฐาน คำชี้แจง หรือความเห็นของผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องหรือของพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องกล่าวอ้าง เว้นแต่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือยหรือเพื่อประวิงเวลา

(๓) ขอข้อเท็จหรือความเห็นจากผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง พยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ

(๔) ขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(๕) ออกไปตรวจสถานที่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การพิจารณาของคณะกรรมการ ให้สมาชิก ผู้ถูกร้องหรือผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการมีสิทธิเข้าฟังการพิจารณา

ในกรณีเป็นการประชุมลับ ผู้ที่จะเข้าฟังการพิจารณาของคณะกรรมการได้ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ คณะกรรมการอาจอนุญาตให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องสามารถอ้างตนเองและพยานหลักฐานอื่นเป็นพยานหรือขอตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับตนได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการ ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องจะยื่นด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลใดยื่นต่อคณะกรรมการหรือเลขานุการสภาก็ได้

การมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้อาจรับสำเนาที่รับรองความถูกต้อง หรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความเป็นพยานได้

การอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่จะส่งสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่คณะกรรมการจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ พยานจะให้การด้วยวาจาหรือให้การเป็นหนังสือก็ได้ ในกรณีให้การเป็นหนังสือ คณะกรรมการจะเรียกให้พยานมาให้ถ้อยคำประกอบก็ได้หรือพยานที่ให้ถ้อยคำแล้วอาจถูกเรียกมาให้ถ้อยคำอีกก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในการพิจารณา คณะกรรมการจะให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องให้ข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือก็ได้

การสอบพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญให้กระทำได้เท่าที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คณะกรรมการมีอำนาจซักถามพยาน หรือเรียกพยานหลักฐานใด ๆ มาประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควรก็ได้ หรือสั่งให้งดการสอบพยานหลักฐานใด ๆ ที่เห็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาหรือไม่มีความจำเป็นแก่การพิจารณาหรือจะทำให้การพิจารณาล่าช้าโดยไม่สมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องอาจทำคำแถลงการณ์เป็นหนังสือสรุปความเห็นของตนเสนอต่อคณะกรรมการก่อนการวินิจฉัยก็ได้ ส่วนการแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อคณะกรรมการให้กระทำได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

คำแถลงการณ์ของผู้ร้องและผู้ถูกร้องต้องกระทำหลังจากวันพิจารณานัดสุดท้ายภายในเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ในการแถลงการณ์ด้วยวาจาให้ผู้ร้องเป็นผู้แถลงก่อน และให้ผู้ถูกร้องแถลงในลำดับถัดไป

ในการแถลงการณ์ด้วยวาจาของแต่ละฝ่าย คณะกรรมการจะซักถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้แถลงในระหว่างการแถลงหรือภายหลังการแถลงก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การพิจารณาของคณะกรรมการให้กระทำด้วยความรวดเร็วและพิจารณาต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น คณะกรรมการจะสั่งเลื่อนการพิจารณาออกไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของการพิจารณา คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปนอกสถานที่พิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา คณะกรรมการมีอำนาจขอเอกสารใด ๆ ของสภากรุงเทพมหานครได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การพิจารณาของคณะกรรมการอย่างน้อยต้องเปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้รับทราบถึงการพิจารณา และชี้แจงข้อเท็จจริงของตนในการพิจารณาของคณะกรรมการด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเสร็จแล้ว ให้รายงานต่อสภา ในรายงานดังกล่าวคณะกรรมการต้องสรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งความเห็นว่าสมาชิกผู้ถูกร้องฝ่าฝืนข้อบังคับหรือไม่ อย่างไร ฝ่าฝืนข้อใด และควรดำเนินการต่อไปอย่างไร เพื่อให้สภาพิจารณาโดยให้เป็นการประชุมลับ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่สภาเห็นว่ามีหลักฐานและข้อเท็จจริงอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกร้องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นความผิดไม่ร้ายแรง ให้สภามีมติว่ากล่าวตักเตือน

ในกรณีที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงและเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง ให้สภาพิจารณาถอดถอนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

มติของสภาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การดำเนินการกับผู้ถูกร้องตามระเบียบนี้ให้เป็นอันยุติ เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง

ประกาศ ณ วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ร้อยตำรวจตรี เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ

ประธานสภากรุงเทพมหานคร

ชวัลพร/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๖ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๑๐ ง/หน้า ๖/๒๑ เมษายน ๒๕๖๐

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_51589f779c07b81b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com