法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต

ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔

พ.ศ.

๒๕๔๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และวรรคสอง กับมาตรา ๒๔

แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔

(๒) กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔

(๓) กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้

“รังสี” หมายความว่า

พลังงานในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคใดๆ ที่

มีความเร็วซึ่งสามารถก่อให้เกิดการแตกตัวเป็นไอออนได้ทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมในตัวกลางที่ผ่านไป

เช่น รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ รังสีบีตา รังสีแอลฟา อนุภาคนิวตรอน อนุภาคโปรตรอน

อนุภาคอิเล็คตรอน

“เครื่องกำเนิดรังสี” หมายความว่า

เครื่องที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมา

เมื่อมีการให้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานรูปแบบอื่นเข้าไป

“วัสดุกัมมันตรังสี” หมายความว่า

ธาตุ หรือสารประกอบใดๆ ที่มีองค์ประกอบส่วนหนึ่งมีโครงสร้างภายในอะตอมไม่คงตัว

และสลายตัวโดยการปลดปล่อยรังสีออกมา

“กากกัมมันตรังสี” หมายความว่า

วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว

หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีหรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี

ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ

หรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ

และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไปและให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี

“บริเวณรังสี” หมายความว่า

บริเวณใดๆ ที่มีรังสีในปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดไม่ว่ารังสีนั้นจะมาจากวัสดุกัมมันตรังสี

หรือเครื่องกำเนิดรังสี

“พื้นที่ควบคุม” หมายความว่า

บริเวณรังสีซึ่งต้องควบคุมการเข้าออกตามมาตรการป้องกันรังสีและมาตรการความปลอดภัยทางรังสี

เพื่อควบคุมการได้รับรังสีจากการแผ่รังสีตามสภาพปกติ หรือป้องกันการแพร่กระจายของการเปรอะเปื้อนทางรังสีในระหว่างการทำงานตามสภาพปกติ

และป้องกันหรือจำกัดขอบเขตการแผ่รังสีที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ใดประสงค์จะผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง ซึ่งพ้นสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนังงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

การขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง

ซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่ใช้ทางการแพทย์และ เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์

และการขออนุญาตผลิตหรือใช้พลังงานจากรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีดังกล่าว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

การขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง

ซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคสองและการขออนุญาตผลิต

หรือใช้พลังงานจากรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีดังกล่าว

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

การขออนุญาตผลิตมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู

หรือใช้พลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู

ให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมด้วยรายงานการวิเคราะห์ความปลอดภัยแนบท้ายคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะกระทำด้วยประการใดๆ

แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้

หรือวัสดุต้นกำลัง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่ใช้ทางการแพทย์และเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคสอง

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำขออนุญาตตามข้อ

๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕

ต้องระบุผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี

สถานที่จัดเก็บและสถานปฏิบัติการเกี่ยวกับรังสี เครื่องมือตรวจวัดรังสีและเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อระงับหรือป้องกันอันตรายจากรังสีซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล

และต้องจัดให้มีหลักประกันที่มีผลคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อาจได้รับผลกระทบทางรังสีตามระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาต

พร้อมทั้งต้องเสนอมาตรการและวิธีการดังต่อไปนี้มาพร้อมคำขออนุญาตด้วย

(๑) มาตรการจัดเก็บวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้ วัสดุต้นกำลัง หรือเครื่องกำเนิดรังสีที่ขออนุญาตผลิต

มีไว้ในครอบครอง หรือใช้และแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายรังสีในภาวะไม่ปกติหรือกรณีฉุกเฉินอื่น

(๒) มาตรการในการติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสี

(๓) มาตรการป้องกันอันตรายจากรังสี

ระบบประกันคุณภาพการใช้รังสีและเครื่องกำเนิดรังสีและแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายรังสีในภาวะไม่ปกติหรือกรณีฉุกเฉินอื่น

(๔) มาตรการจัดการและวิธีการในการส่งคืนกากกัมมันตรังสี

(๕) มาตรการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีและกากกัมมันตรังสี

คุณสมบัติและจำนวนของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี

สถานที่จัดเก็บหรือสถานปฏิบัติการเกี่ยวกับรังสี ลักษณะ ชนิด

หรือประเภทของเครื่องมือตรวจวัดรังสี และเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อระงับหรือป้องกันอันตรายจากรังสี

หลักประกัน

มาตรการและวิธีการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ แล้ว

ให้ตรวจสอบคำขอดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว

ถ้าเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขออนุญาตดำเนินการส่งหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ดำเนินการยื่นหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือได้ยื่นหลักฐานและรายละเอียดภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับคำขออนุญาต

แล้วแจ้งคำสั่งดังกล่าวพร้อมส่งหลักฐานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องคืนให้แก่ผู้ขออนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติม

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นพร้อมคำขอตามวรรคหนึ่ง

หรือหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสองครบถ้วนแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งรับคำขออนุญาตและเสนอคำขอดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณาโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอตามข้อ ๘ แล้ว

ถ้าเห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตทราบโดยเร็ว

ถ้าเห็นว่าควรอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ใบอนุญาตที่ออกให้ตามคำขอตามข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕

ให้มีอายุตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้รับใบอนุญาตต้องอบรมบุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสี

ให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายจากรังสี และวิธีป้องกันอันตรายจากรังสี

หลักเกณฑ์และวิธีการอบรมตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้บุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสีได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) ๒๐

มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วง ๕ ปีติดต่อกัน สำหรับตลอดทั่วร่างกาย

ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะรับรังสีได้ไม่เกิน

๕๐ มิลลิซีเวิร์ต และตลอดในช่วง ๕ ปีติดต่อกันนั้นจะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐

มิลลิซีเวิร์ต

(๒) ๑๕๐

มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา

(๓) ๕๐๐

มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้หญิงมีครรภ์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี

ได้รับรังสีตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์เกิน ๒ มิลลิซีเวิร์ต และทั้งนี้

ต้องได้รับรังสีเฉลี่ยไม่เกิน ๐.๒

มิลลิซีเวิร์ตต่อเดือน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ที่มารับบริการทางการแพทย์ได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) ๑

มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับตลอดทั่วร่างกาย

(๒) ๑๕

มิลลิวีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา

(๓) ๕๐

มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่จัดให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบหกปีเข้าไปในบริเวณรังสีหรือปฏิบัติงานใดๆ

ที่เกี่ยวกับรังสี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่จัดให้บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบหกปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุม

เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้รับใบอนุญาตต้องติดตั้งเครื่องหมายสัญลักษณ์เตือนภัยทางรังสีพร้อมข้อความหรือคำเตือนภัยที่เหมาะสม

ที่จุดทางเข้าในบริเวณรังสีและพื้นที่ควบคุม และต้องมีระบบเตือนภัย

รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีฉุกเฉิน ณ จุดที่เป็นทางเข้า และตำแหน่งอื่นๆ

ที่เหมาะสมภายในพื้นที่ควบคุม

เครื่องหมายสัญลักษณ์เตือนภัยทางรังสีตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานแสดงปริมาณของวัสดุกัมมันตรังสีที่มีไว้ในครอบครองต่อคณะกรรมการว่าได้เพิ่มขึ้น

คงที่ หรือลดลงเท่าใด

รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มขึ้นและการลดลงนั้นด้วยโดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติภายในสิบห้าวันเมื่อครบหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต

และต้องจัดทำรายงานดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการต่อไปอีกตามแบบและระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบว่าวัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในความครอบครองสูญหายหรือเกิดการรั่วไหลออกจากภาชนะที่กักเก็บหรืออุปกณ์ที่บรรจุอยู่

ให้รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติโดยพลัน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุกัมมันตรังสีไว้ ณ

สถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

การย้ายวัสดุกัมมันตรังสีไปเก็บรักษาไว้ ณ

สถานที่อื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการ

โดยให้นำความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดการเกี่ยวกับกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของตนตามมาตรการจัดการกากกัมมันตรังสีที่เสนอไว้ตามข้อ

๗ (๔) และตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

บรรดาผู้รับใบอนุญาตไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับให้คงมีสิทธิตามใบอนุญาตนั้นต่อไปตามเงื่อนไขและภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ถือว่าการดำเนินการเพื่อขอรับใบอนุญาตก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับเป็นการดำเนินการเพื่อขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

พินิจ จารุสมบัติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาต

และการออกใบอนุญาตทำการผลิต มีไว้ในครอบครอง ใช้ นำเข้าหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้

หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมีและการกระทำด้วยประการใดๆ

แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน สุขภาพของประชาชน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

และเนื่องจากมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๓)

(๔) และวรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ บัญญัติให้การกำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

และการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ปฏิบัติกำหนดโดยกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

เกษร/พิมพ์

๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖

เนติมา/พัชรินทร์ ผู้จัดทำ

๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖

[๑] รก.๒๕๔๖/๒๗ก/๑๘/๑ เมษายน ๒๕๔๖

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_51d49d1566a5abcd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com