法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อจ. 4/2543 เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินและขอบเขตการดำเนินงาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ อจ. 4/2543

เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินและขอบเขตการดําเนินงาน

ตามที่คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้กําหนดให้การให้คําปรึกษา ให้ความเห็นและจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการออกและการเสนอขายหลักทรัพย์ และที่เกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบเป็นผู้ร่วมจัดทําหรือให้ความเห็น นั้น

เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการให้เป็นไปตามข้อกําหนดดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จึงกําหนดเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบและขอบเขตการดําเนินงานของที่ปรึกษาทางการเงินไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศ เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน และขอบเขตการดําเนินงาน ที่ อจ. 8/2540 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540

(2) ประกาศ เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน และขอบเขตการดําเนินงาน (ฉบับที่ 2) ที่ อจ. 11/2541 ลงวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

"ที่ปรึกษาทางการเงิน" หมายความว่า ที่ปรึกษาทางการเงินตามข้อ 4

"ผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อหลักทรัพย์" หมายความว่า ผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์หรือเพื่อตนเองตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

"ที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้น" หมายความว่า ที่ปรึกษาทางการเงินที่กิจการแต่งตั้งขึ้นเพื่อทําหน้าที่เป็นผู้จัดทําความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของกิจการตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับแบบรายการและระยะเวลาจัดทําความเห็นเกี่ยวกับคําเสนอซื้อ หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอผ่อนผันการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการโดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ

"ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์" หมายความว่า ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการเป็นการทั่วไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

"ผู้ขอผ่อนผัน" หมายความว่า ผู้ขอผ่อนผันให้ได้หุ้นมาโดยไม่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ

"กิจการ" หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชนจํากัด

"สถาบันการเงิน" หมายความว่า

(1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(2) บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(3) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม หรือ

(4) สถาบันการเงินอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

"ผู้บริหาร" หมายความว่า กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารสี่รายแรกนับต่อจากผู้จัดการลงมา และผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารรายที่สี่ทุกราย และให้หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารในสายงานบัญชีหรือการเงินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า

"ชมรม" หมายความว่า ชมรมวาณิชธนกิจภายใต้การจัดการของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์

"บริษัทในกลุ่ม" หมายความว่า

(1) บริษัทที่ถือหุ้นในที่ปรึกษาทางการเงินตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของที่ปรึกษาทางการเงินนั้น

(2) บริษัทที่ที่ปรึกษาทางการเงินถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(3) บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นทั้งในนิติบุคคลดังกล่าว และในที่ปรึกษาทางการเงินตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินนั้น

"ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน" หมายความว่า ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดหาหุ้นส่วนเกินเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ได้รับการจัดสรรหรือส่งคืนให้แก่ผู้ให้ยืมตามข้อผูกพันในการจัดสรรหุ้นส่วนเกินตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการให้สิทธิผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ซื้อหุ้นภายหลังการจัดจําหน่ายหุ้นที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน

"ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" หมายความว่า ผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทรวมกันเกินร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น โดยการถือหุ้นดังกล่าวให้นับรวมถึงหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

"ผู้ที่เกี่ยวข้อง" หมายความว่า บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 258(1) ถึง (7)แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยอนุโลม

"สํานักงาน" หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมวดที่ 1

การขอความเห็นชอบ การให้ความเห็นชอบ และการทดสอบ

การขอความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บุคคลที่ประสงค์จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินยื่นขอความเห็นชอบจากสํานักงานตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ พร้อมทั้งชําระค่าธรรมเนียมการขอความเห็นชอบตามประกาศว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ

ผู้ขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งต้องแสดงความจํานงเพื่อขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) ที่ปรึกษาทางการเงินประเภทหนึ่ง คือ ที่ปรึกษาทางการเงินที่ทําหน้าที่ได้ทั้งการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

(2) ที่ปรึกษาทางการเงินประเภทสอง คือ ที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทหนึ่งจะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เป็นสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน ที่ปรึกษาทางด้านการบัญชี หรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย

(2) มีสายงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ชัดเจน โดยในสายงานดังกล่าวต้องมีผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาระดับหัวหน้างานและระดับปฏิบัติการรวมกันไม่น้อยกว่า 6 คน ซึ่งต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นผู้มีความรู้ไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี และมีผู้มีความรู้ทางด้านการเงินหรือด้านการบัญชีเป็นอย่างดีอย่างน้อยหนึ่งคน

(ข) มีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน กฎหมาย กฎเกณฑ์ วิธีปฏิบัติในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งข้อกําหนดเกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานของผู้ลงทุนและหน้าที่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ในการพิจารณาลักษณะตามวรรคหนึ่ง (ก) และ (ข) สํานักงานจะนําผลการทดสอบความรู้ของผู้ปฏิบัติงานของผู้ขอความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 2 ของหมวดนี้ มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย

(3) มีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานที่รัดกุมและเชื่อถือได้ว่าจะทําให้ผู้ขอความเห็นชอบสามารถควบคุมให้การปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเป็นไปตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพ และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(ก) พฤติกรรมซึ่งไม่ว่าจะเกิดจากการทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือไม่ที่แสดงถึงการมีเจตนาจัดทํางบการเงิน รายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่น หรือรายงานที่ต้องจัดส่งต่อสํานักงานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนในสาระสําคัญ

(ข) การขาดความรับผิดชอบหรือขาดจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพเยี่ยงผู้มีวิชาชีพจะพึงกระทําในการทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หรือในการเป็นที่ปรึกษาในลักษณะอื่นใดที่ต้องใช้ความรู้และความรับผิดชอบในทํานองเดียวกับการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน(ค) มีประวัติถูกเปรียบเทียบหรือเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดในคดีแพ่งหรือคดีอาญาเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ทุจริต เจตนาปกปิดข้อมูล หรือเป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

(ง) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษจากหน่วยงานทางการหรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีในชั้นศาลในคดีอาญา เกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ทุจริต เจตนาปกปิดข้อมูลหรือเป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

(4) มีกรรมการ ผู้จัดการ และผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงิน ที่มีความรู้ ความสามารถหรือมีประสบการณ์ในธุรกิจที่จะดําเนินการ มีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงินเป็นอย่างดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจที่จะดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสาธารณชน และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(ก) มีประวัติเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก เนื่องจากการกระทําทุจริต

(ข) มีประวัติการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริต

(ค) มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าขาดความระมัดระวังหรือความซื่อสัตย์สุจริตในเรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้ง การจัดการ หรือการเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยรวม ของบริษัทที่ตนเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหาร หรือในการเป็นที่ปรึกษาให้กับบุคคลอื่นอันทําให้บุคคลนั้นมีพฤติกรรมข้างต้นด้วย

(ง) มีประวัติถูกเปรียบเทียบหรือเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดในคดีแพ่งหรือคดีอาญาเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ทุจริต เจตนาปกปิดข้อมูล หรือเป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

(จ) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษจากหน่วยงานทางการหรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดี ในชั้นศาลในคดีอาญา เกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ทุจริต เจตนาปกปิดข้อมูล หรือเป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

(ฉ) เป็นบุคคลที่เป็นเหตุให้ที่ปรึกษาทางการเงินอื่นถูกสํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ และที่ปรึกษาทางการเงินอื่นนั้นยังคงอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ หรืออยู่ในระหว่างระยะเวลาที่ยังไม่อาจยื่นคําขอความเห็นชอบใหม่ตามประกาศนี้ได้

(5) เป็นผู้ที่มีรายชื่อจดทะเบียนกับชมรมในการประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ในกรณีที่ผู้ขอความเห็นชอบ กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงินมีลักษณะไม่เป็นไปตาม (3) หรือ (4) แต่สํานักงานเห็นว่าเหตุที่ทําให้มีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง หรือได้ดําเนินการแก้ไขเหตุนั้นแล้ว สํานักงานอาจไม่นําเหตุดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทสองจะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5 เว้นแต่หลักเกณฑ์ในข้อ 5(2)(ข) สํานักงานจะพิจารณาโดยไม่รวมถึงความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย กฎเกณฑ์ วิธีปฏิบัติในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการพิจารณาคําขอความเห็นชอบ สํานักงานอาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอความเห็นชอบมาชี้แจง หรือส่งเอกสารหลักฐานอื่นเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควรภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

ในกรณีที่ผู้ขอความเห็นชอบไม่มาชี้แจง ไม่ส่งเอกสารหลักฐาน หรือจัดส่งเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนดตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะถือว่าผู้ขอความเห็นชอบนั้นไม่ประสงค์จะขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการยื่นคําขอความเห็นชอบครั้งนั้นอีกต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานมีหนังสือแจ้งการได้รับเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามที่สํานักงานกําหนด และในกรณีที่สํานักงานไม่ให้ความเห็นชอบ สํานักงานจะแจ้งเหตุผลไปพร้อมกันด้วย

ในกรณีที่สํานักงานไม่ให้ความเห็นชอบเนื่องจากผู้ขอความเห็นชอบมีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5(3)(ก) (ข) หรือ (ค) หรือ (4)(ก) (ข) (ค) หรือ (ง) สํานักงานอาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบุคคลรายนั้นในคราวต่อไป โดยคํานึงถึงความร้ายแรงของเหตุที่ทําให้มีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ในกรณีที่สํานักงานกําหนดระยะเวลาการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบ ระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับมีคําสั่งเปรียบเทียบ แล้วแต่กรณี หรือนับแต่วันที่สํานักงานมีหนังสือแจ้งการไม่ให้ความเห็นชอบเนื่องจากเหตุตามข้อ 5(3)(ก) หรือ (ข) หรือ (4)(ก) (ข) หรือ (ค) หรือนับแต่วันที่ผู้ขอความเห็นชอบได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สํานักงานกําหนดแล้ว

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาหรือเมื่อผู้ขอความเห็นชอบได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในวรรคสองแล้ว หากบุคคลนั้นประสงค์จะยื่นคําขอความเห็นชอบใหม่ สํานักงานจะไม่นําเหตุที่ทําให้สํานักงานไม่ให้ความเห็นชอบในครั้งก่อนมาประกอบการพิจารณาคําขอความเห็นชอบอีก

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้ มีกําหนดระยะเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่สํานักงานกําหนดไว้ในหนังสือแจ้งการให้ความเห็นชอบ

ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ได้ยื่นคําขอความเห็นชอบเพื่อให้สามารถทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้อย่างต่อเนื่องต่อสํานักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ และสํานักงานมีหนังสือแจ้งการได้รับเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามที่สํานักงานกําหนดอย่างน้อยสิบห้าวันก่อนวันสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ หากสํานักงานไม่แจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบภายในวันสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ ให้บุคคลนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินต่อไปได้จนกว่าสํานักงานมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา

หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้ของผู้ปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บุคคลใดที่ประสงค์จะยื่นคําขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาการเงินตามข้อ 4 ต้องยื่นคําขอให้มีการทดสอบความรู้ของผู้ปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินของบุคคลดังกล่าว เพื่อนําผลการทดสอบมาประกอบการยื่นคําขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการทดสอบความรู้ประกอบการยื่นคําขอตามข้อ 10 สํานักงานจะประกาศกําหนดเวลาที่แน่นอนในการจัดการทดสอบภายในวันที่ 15 มกราคมของทุกปี เว้นแต่ในปีที่ประกาศมีผลใช้บังคับ สํานักงานจะประกาศกําหนดเวลาการทดสอบในแต่ละครั้งตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การทดสอบความรู้ตามส่วนนี้ บุคคลตามข้อ 10 ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินจํานวนหกคน เข้าทดสอบความรู้โดยผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในระดับหัวหน้างาน ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับหัวหน้างานมีจํานวนไม่ถึงหกคน จะต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานในระดับปฏิบัติการเข้าทดสอบเพื่อให้มีจํานวนผู้ปฏิบัติงานที่เข้าทําการทดสอบครบหกคน

หากสํานักงานเห็นว่า มีเหตุผลและความจําเป็น สํานักงานอาจพิจารณาผ่อนผันให้บุคคลตามข้อ 10 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานในระดับปฏิบัติงานทดสอบความรู้แทนผู้ปฏิบัติงานในระดับหัวหน้างานได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การทดสอบความรู้มีหลักเกณฑ์ในการทดสอบ ดังนี้

(1) คําถามที่ใช้ทดสอบจะจัดทําเป็นภาษาไทยและในการทําคําตอบต้องจัดทําเป็นภาษาไทยด้วย

(2) กําหนดระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบสามชั่วโมง และอนุญาตให้ผู้เข้าทดสอบสามารถนําประกาศและเอกสารประกอบอื่น ๆ เข้าไประหว่างการทดสอบได้

(3) หัวข้อที่จะทดสอบความรู้ได้แก่(ก) กฎหมาย กฎเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติของสํานักงาน เกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน และหน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรณีดังกล่าว(การทดสอบกรณีนี้เฉพาะผู้ขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทหนึ่ง)

(ข) กฎหมาย กฎเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติของสํานักงาน เกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ และหน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรณีดังกล่าว

(ค) ข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน และหน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรณีดังกล่าว

(ง) ข้อกําหนดเกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานของผู้ลงทุนและหน้าที่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(จ) บัญชี

(4) สํานักงานจะพิจารณาว่าผู้ปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินผ่านการทดสอบความรู้ หากปรากฏผลเป็นดังนี้

(ก) คะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าทดสอบทั้งหกคน ไม่ต่ํากว่าร้อยละหกสิบของคะแนนเต็ม

(ข) คะแนนของผู้เข้าทดสอบแต่ละคนอย่างน้อยสี่คน ไม่ต่ํากว่าร้อยละหกสิบของคะแนนเต็ม

หน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินและขอบเขตการดําเนินงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต้องถือปฏิบัติดังนี้

(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพเช่นนั้นจะพึงกระทํา และรักษาจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

(2) จัดทํากระดาษทําการ (working paper) เพื่อบันทึกและใช้เป็นหลักฐานในการทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และต้องเก็บรักษากระดาษทําการดังกล่าวไว้อย่างน้อยสามปี เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้

(3) ในกรณีที่ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์หรือการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ กําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของที่ปรึกษาทางการเงินไว้เช่นใด ที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าวต้องปฏิบัติตามให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่ประกาศดังกล่าวกําหนดด้วย

(4) ในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินรายใดไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือกิจการที่ถูกทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือเห็นว่าข้อมูลที่แสดงในเอกสารต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามตามที่กําหนดในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ของหมวดนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นต้องแจ้งรายละเอียดของการไม่ได้รับความร่วมมือดังกล่าว เป็นหนังสือไปยังสํานักงาน ในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินมิได้แจ้งรายละเอียดดังกล่าว และหากข้อมูลที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ หรือการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สํานักงานจะถือว่าที่ปรึกษาทางการเงินนั้นปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เหมาะสม หรือไม่ครบถ้วน เพราะที่ปรึกษาทางการเงินได้รับรองและร่วมรับผิดชอบกับข้อมูลดังกล่าวแล้ว

(5) ในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินรายใดไม่มีความเชี่ยวชาญในข้อมูลที่ต้องจัดเตรียมหรือร่วมจัดทําหรือให้ความเห็นในฐานะเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นอาจนําข้อมูลจากบุคคลอื่นที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นมาอ้างอิงได้ ทั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินต้องตรวจสอบจนเชื่อได้ว่า ผู้เชี่ยวชาญรายนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องนั้นเป็นอย่างดี

(6) หากที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานรายใดไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5(3)หรือ (4) หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้ตามความในหมวดนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นต้องแจ้งให้สํานักงานทราบ พร้อมแสดงเหตุที่ทําให้ไม่สามารถดํารงลักษณะหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวรวมทั้งมาตรการแก้ไขภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่สามารถดํารงลักษณะหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นั้นได้

ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ร่วมกับผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์จัดเตรียมและยื่นแบบคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน รวมทั้งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ต่อสํานักงาน

(2) ศึกษาข้อมูลของผู้ออกหลักทรัพย์ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่เข้าใจและดําเนินการจนเชื่อมั่นว่า ข้อมูลในแบบคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อการพิจารณาของสํานักงานและต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนที่ยังมิได้เปิดเผย และถ้อยคําที่ใช้มีความกระชับรัดกุม และไม่มีลักษณะที่อาจทําให้ผู้ใช้ข้อมูลสําคัญผิด ทั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ

(3) ให้ความเห็นต่อสํานักงานว่าผู้ออกหลักทรัพย์มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน และรับรองต่อสํานักงานถึงการที่ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน

(4) ให้ความรู้ คําแนะนํา หรือกระทําการใด ๆ เพื่อให้ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ได้ทราบถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบ กฎเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อให้ผู้ออกหลักทรัพย์มีการกํากับดูแลกิจการที่ดี (good corporate governance) มีการจัดการและการดําเนินการที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเป็นสําคัญ

(5) ติดต่อประสานงานกับสํานักงาน และรับรองเป็นหนังสือถึงการปฏิบัติหน้าที่ตาม (2) (3) และ (4)

(6) ดําเนินการตามสมควรเพื่อมิให้ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ หรือผู้บริหารของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์นั้นเผยแพร่หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือผู้ออกหลักทรัพย์ โดยที่ไม่ปรากฏข้อมูลดังกล่าวในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์หรือร่างหนังสือชี้ชวน และข้อมูลนั้นอาจมีผลต่อการตัดสินใจจองซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนหรือต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย และหากการเผยแพร่ข้อมูลกระทําโดยการแจกจ่ายเอกสารหรือจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูล ที่ปรึกษาทางการเงินต้องดูแลให้เอกสารหรือการชี้แจงข้อมูลดังกล่าวมีสาระสําคัญของข้อมูลไม่ต่างจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์หรือร่างหนังสือชี้ชวน และต้องแจกจ่ายพร้อมกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์หรือร่างหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาดังต่อไปนี้

(ก) ตั้งแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนจนถึงวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์ (ในกรณีทั่วไป)

(ข) ตั้งแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนจนถึงวันที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินสามารถจัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบตามจํานวนที่มีหน้าที่ส่งมอบหรือส่งคืน (ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เว้นแต่จะมีเหตุผลและความจําเป็นโดยได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน ห้ามมิให้ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์เผยแพร่บทความหรืองานวิจัยที่ได้จัดทําขึ้นโดยหรือในนามของตนเองหรือของบริษัทในกลุ่มอันเป็นบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ตนรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ และต้องดูแลมิให้ผู้บริหารของที่ปรึกษาทางการเงิน เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาดังต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายและร่างหนังสือชี้ชวนจนถึงวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์ (ในกรณีทั่วไป)

(2) ตั้งแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายและร่างหนังสือชี้ชวนจนถึงวันที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินสามารถจัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบตามจํานวนที่มีหน้าที่ส่งมอบหรือส่งคืน (ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับหากบทความหรืองานวิจัยที่เผยแพร่นั้นเป็นบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และบทความหรืองานวิจัยนั้นมีลักษณะครบถ้วนตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1) เป็นบทความหรืองานวิจัยซึ่งได้แสดงอยู่ในเอกสารที่จัดทําและเผยแพร่ต่อสาธารณชนอยู่เป็นประจําในธุรกิจปกติ

(2) ไม่มีเนื้อหาส่วนใดของบทความหรืองานวิจัยที่เน้นหรือให้ความสําคัญในหลักทรัพย์นั้นเป็นพิเศษกว่าครั้งก่อนหรือพิเศษกว่าหลักทรัพย์ประเภทเดียวกันของบริษัทอื่น ๆ ทั้งนี้ โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ดังกล่าวในครั้งก่อนหรือหลักทรัพย์ของบริษัทอื่นทั่วไปที่เคยจัดทําหรือเผยแพร่มาก่อน

(3) เนื้อหาของบทความหรืองานวิจัยที่เผยแพร่เป็นการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่เคยเผยแพร่มาก่อนหน้านั้นให้เป็นปัจจุบัน และ

(4) ในบทความหรืองานวิจัยที่เผยแพร่ มีข้อความที่แสดงให้ผู้อ่านข้อมูลทราบว่าบทความหรืองานวิจัยดังกล่าวที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์นั้นเองเป็นผู้จัดทํา และในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินมีส่วนได้เสียอื่นเกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้นหรือเกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์นั้นจะต้องระบุส่วนได้เสียนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กําหนดตามข้อ 16 วรรคหนึ่งแล้ว หากที่ปรึกษาทางการเงินหรือบริษัทในกลุ่มประสงค์จะเผยแพร่บทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ตนเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ให้ที่ปรึกษาทางการเงินหรือบริษัทในกลุ่มนั้นต้องเปิดเผยถึงการทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือส่วนได้เสียในลักษณะอื่นในหลักทรัพย์นั้นไว้ในบทความหรืองานวิจัยดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาดังต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่วันถัดจากวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์จนถึงสามสิบวันหลังจากวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าว ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นไม่ได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

(2) ตั้งแต่วันถัดจากวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์จนพ้นกําหนดสามสิบวันหลังจากวันแรกที่หลักทรัพย์นั้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

(3) ระหว่างสามสิบวันหลังจากวันที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินสามารถจัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบตามจํานวนที่มีหน้าที่ส่งมอบหรือส่งคืน (ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เพื่อประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน ให้ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ร่วมกับผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ชี้แจงเป็นหนังสือต่อสํานักงานและต่อประชาชนโดยไม่ชักช้า เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

(1) ผลการดําเนินงานที่เกิดขึ้นจริง แตกต่างจากประมาณการงบการเงินอย่างมีนัยสําคัญ โดยเฉพาะความแตกต่างที่เกินร้อยละยี่สิบห้าของตัวเลขตามประมาณการในเรื่องรายได้ หรือกําไรสุทธิที่เกิดจากการดําเนินงานตามปกติ

(2) ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ออกหลักทรัพย์ได้กระทําการที่เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงการดําเนินงานของผู้ออกหลักทรัพย์อย่างมีนัยสําคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักของผู้ออกหลักทรัพย์ เป็นต้น

(3) มีการใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนอย่างมีนัยสําคัญ เช่น มีการยกเลิก เลื่อนกําหนดเวลา หรือเปลี่ยนแปลงโครงการลงทุนในอนาคต เป็นต้น

(4) ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ หรือผู้บริหารของบุคคลดังกล่าว ไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดตามความในมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สํานักงานกําหนดในการอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันที่เปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง (2) (3) หรือ (4) เฉพาะในกรณีที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในหนึ่งปีนับจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เว้นแต่กรณีเป็นหลักทรัพย์ประเภทใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ห้ามมิให้ที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ที่ปรึกษาทางการเงินถือหุ้นในผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจํานวนหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดเกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์นั้น

(2) ที่ปรึกษาทางการเงินถือหุ้นในผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ เว้นแต่เป็นการถือหุ้นทั้งหมดมาเกินกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงาน หรือเป็นการถือหุ้นทั้งหมดมาไม่เกินกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงาน โดยจํานวนหุ้นส่วนที่ทําให้ถือมาไม่เกินกว่าสองปีดังกล่าวเป็นการได้มาเพิ่มเนื่องจากผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์เพิ่มทุนและให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่จะซื้อหุ้นตามส่วนที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถืออยู่ (right issue) แต่ทั้งนี้การถือหุ้นที่ได้รับยกเว้นทั้งสองกรณีดังกล่าวต้องไม่เกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์นั้น

(3) ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกรรมการของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์แต่ละราย ถือหุ้นในที่ปรึกษาทางการเงินเกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของที่ปรึกษาทางการเงิน หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวต่างถือหุ้นในที่ปรึกษาทางการเงิน การถือหุ้นของบุคคลเหล่านั้นในที่ปรึกษาทางการเงินรวมกันเกินร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของที่ปรึกษาทางการเงิน

(4) ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์มีกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกับกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงิน

(5) ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นเจ้าหนี้ของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ โดยมีวงเงินให้กู้ยืมถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักเกินสองร้อยล้านบาท และวงเงินให้กู้ยืมดังกล่าวมีจํานวนเกินร้อยละสามสิบของวงเงินกู้ยืมทั้งหมดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ในขณะนั้น

วงเงินให้กู้ยืมถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักหรือวงเงินกู้ยืมทั้งหมดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักตามวรรคหนึ่ง หมายถึง วงเงินที่คํานวณโดยถ่วงน้ําหนักวงเงินสินเชื่อประเภทเงินกู้ระยะสั้น เงินกู้ระยะยาว และเงินเบิกเกินบัญชี เท่ากับหนึ่งเท่า และถ่วงน้ําหนักสินเชื่อประเภทเงินค้ําประกันกับทางราชการ อาวัลตั๋วแลกเงิน ขายลดตั๋วแลกเงิน เลตเตอร์ออฟเครดิต ทรัสต์รีซีท และแพคกิ้งเครดิต เท่ากับศูนย์จุดห้าเท่า

(6) ที่ปรึกษาทางการเงินมีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ในลักษณะที่อาจทําให้ที่ปรึกษาทางการเงินขาดความเป็นอิสระในการทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ที่ปรึกษาทางการเงินตามวรรคหนึ่ง (1) (2) หรือ (6) ให้หมายความรวมถึง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของที่ปรึกษาทางการเงิน หรือกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงิน และในการคํานวณจํานวนหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดตาม (1) หรือ (2) ให้นับรวมจํานวนหุ้นของที่ปรึกษาทางการเงินและของบุคคลตามวรรคนี้เข้าด้วยกันด้วย

ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง (6) ให้หมายความรวมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือกรรมการของผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์

ในการพิจารณาการถือหุ้นตามวรรคหนึ่ง (1) (2) หรือ (3) ให้นับรวมถึงการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่ง (1) ถึง (3) ดังกล่าวและวรรคสองด้วย และให้นับรวมถึงหุ้นที่จะเกิดจากการใช้สิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ด้วย

ในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง (1) ถึง (6) มิให้นําการถือหุ้น การส่งตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการ หรือการมีส่วนได้ส่วนเสีย ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่มิใช่บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือบุคคลที่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน มาพิจารณารวมในกรณีดังกล่าว

ที่ปรึกษาทางการเงินในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) จัดทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์และเอกสารอื่นตามที่สํานักงานกําหนดร่วมกับผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์

(2) ศึกษาข้อมูลของผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่เข้าใจ และดําเนินการจนเชื่อมั่นว่า ข้อมูลในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อที่ยังมิได้เปิดเผย และถ้อยคําที่ใช้มีความกระชับรัดกุมและไม่มีลักษณะที่อาจทําให้ผู้ใช้ข้อมูลสําคัญผิด

(3) ประเมินมูลค่าสิ่งตอบแทนที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จ่ายไปเพื่อการได้หลักทรัพย์มาในระยะเวลาเก้าสิบวันก่อนวันที่สํานักงานรับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ในกรณีที่สิ่งตอบแทนนั้นมิใช่ตัวเงิน

(4) ประเมินมูลค่าสิ่งตอบแทนอื่นที่มิใช่ตัวเงินในกรณีที่ราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์มีสิ่งตอบแทนอื่นที่มิใช่ตัวเงิน

(5) ให้ความเห็นต่อผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อว่าผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จะสามารถทําตามข้อเสนอและนโยบายและแผนงานในอนาคตที่ระบุไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้หรือไม่ และนโยบายและแผนงานดังกล่าวได้จัดทําขึ้นอย่างสมเหตุสมผลแล้วหรือไม่ อย่างไร โดยการให้ความเห็นดังกล่าวผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องใช้ข้อมูลของผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์อย่างน้อยดังต่อไปนี้มาประกอบการพิจารณา

(ก) รายได้ ฐานะการเงิน และวัตถุประสงค์ของการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

(ข) ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์ ประวัติการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงําที่ผ่านมา และประวัติการดําเนินกิจการภายหลังจากที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้เข้าครอบงําแล้ว

(ค) ข้อมูลที่ได้จากการสอบถามผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ถึงสมมติฐานและเหตุผลประกอบสมมติฐานในการจัดทํานโยบายและแผนงานในอนาคตของกิจการที่ถูกเสนอซื้อ

(6) ผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องไม่ร่วมกับผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ในการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เป็นตัวแทนของบุคคลอื่นในการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์

(7) กระทําการใด ๆ เพื่อให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทราบถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ในการให้ความเห็นต่อผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อเกี่ยวกับการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ในกรณีทั่วไป

(ก) จัดทําความเห็นเกี่ยวกับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์และเอกสารอื่นตามที่สํานักงานกําหนด

(ข) วิเคราะห์และประเมินฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของกิจการเพื่อนําไปใช้ประกอบการให้ความเห็นต่อผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อว่าสมควรตอบรับหรือปฏิเสธคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ รวมทั้งวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่จะมีต่อผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อ พร้อมทั้งแสดงเหตุผลประกอบด้วย ทั้งนี้ ที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้นต้องทําการวิเคราะห์และการประเมินดังกล่าวอย่างเพียงพอ ไม่ทําให้ผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อสําคัญผิด และจะต้องคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการที่ถูกเสนอซื้อดังกล่าวเป็นสําคัญ

(2) ในการให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของกิจการ เมื่อมีการขอผ่อนผันการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการโดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ

(ก) จัดทําความเห็นต่อผู้ถือหุ้นเพื่อประกอบการขอผ่อนผันการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อสํานักงาน

(ข) สอบถามผู้ขอผ่อนผันถึงสมมติฐานและเหตุผลประกอบสมมติฐานในการจัดทํานโยบายและแผนงานในอนาคตของผู้ขอผ่อนผันจนเข้าใจ และให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้นว่า นโยบายและแผนงานดังกล่าวได้จัดทําขึ้นอย่างสมเหตุสมผลและมีความเป็นไปได้เพียงใด

(ค) วิเคราะห์และประเมินผลกระทบของการผ่อนผันดังกล่าวต่อสิทธิและประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ตลอดจนดําเนินการจนเชื่อมั่นได้ว่า ไม่มีข้อมูลสําคัญอื่นใดที่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนที่ยังไม่ได้เปิดเผยไว้ในแบบหนังสือขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้ความเห็นชอบให้ได้มาซึ่งหลักทรัพย์ใหม่โดยไม่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ห้ามมิให้ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้นตามข้อ 21 หรือเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของผู้ขอผ่อนผัน ในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินมีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือผู้ขอผ่อนผัน ในลักษณะเดียวกับข้อ 19 โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ใช้คําว่า "กิจการ" "ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์" หรือ "ผู้ขอผ่อนผัน" แทนคําว่า "ผู้ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์" และคําว่า "วันที่กิจการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้น" หรือ "วันที่ผู้ขอผ่อนผันแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน" แทนคําว่า “วันที่ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงาน”

การดํารงลักษณะของที่ปรึกษาทางการเงินและมาตรการบังคับ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ หากสํานักงานพบว่าที่ปรึกษาทางการเงินรายใดไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5(3) หรือ (4) หรือปฏิบัติหน้าที่ตามหมวด 2 บกพร่อง ไม่เหมาะสม หรือไม่ครบถ้วน หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดตามประกาศนี้ สํานักงานอาจดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) สั่งให้มาชี้แจง หรือส่งเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(2) สั่งให้แก้ไขการกระทํา หรือสั่งให้กระทําหรืองดเว้นการกระทํา

(3) สั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นระยะเวลาหรือตามเงื่อนไขที่กําหนดในกรณีที่

(ก) เหตุตามที่กําหนดไว้ข้างต้นมีลักษณะร้ายแรง

(ข) มีเหตุตามที่กําหนดไว้ข้างต้นเกิดซ้ําอีกภายในช่วง 2 ปี ใด ๆ

(ค) ที่ปรึกษาทางการเงินไม่ดําเนินการตามคําสั่งตาม (1) หรือ (2)

(4) สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5(3) หรือ (4) ในกรณีร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่สํานักงานกําหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบตามข้อ 23(3) อันเป็นผลให้ที่ปรึกษาทางการเงินนั้นไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้อีกตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่ยังเหลืออยู่ หรือในกรณีที่สํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 23(4) สํานักงานอาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบุคคลนั้นในคราวต่อไปด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อพ้นระยะเวลาที่สํานักงานสั่งพักการให้ความเห็นชอบตามข้อ 23(3) หรือเมื่อพ้นระยะเวลาการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบในคราวต่อไปตามข้อ 24 หรือเมื่อบุคคลที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สํานักงานกําหนดตามข้อ 23(3) หรือข้อ 24 แล้ว สํานักงานจะไม่นําประวัติการกระทําที่เป็นเหตุให้สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบนั้นมาประกอบการพิจารณาการให้ความเห็นชอบอีก

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ได้มีการยื่นและสํานักงานได้รับแบบคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน หรือแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือได้มีการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในกรณีอื่นใดนอกจากกรณีข้างต้น ก่อนวันที่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ร่วมจัดทําแบบดังกล่าวหรือที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินนั้นถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 23 หรือก่อนวันสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบตามกําหนดระยะเวลาในข้อ 9 วรรคหนึ่งของที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้น หรือก่อนการแจ้งผลการพิจารณาตามข้อ 9 วรรคสองในลักษณะที่ไม่ให้ความเห็นชอบ หากที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นประสงค์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในกรณีดังกล่าวต่อไปจนเสร็จสิ้น ที่ปรึกษาทางการเงินนั้นจะต้องยื่นคําขออนุญาตเพื่อขอปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยสํานักงานจะอนุญาตก็ต่อเมื่อการถูกสั่งพักหรือเพิกถอนดังกล่าวมิได้เกิดจาก

(1) ความผิดที่เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ การไม่มีจริยธรรม การไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน หรือขาดจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

(2) การขาดคุณสมบัติตามข้อ 5(2) ที่สํานักงานเห็นว่ามีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินต่อไป

ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหมวด 2 ต่อไปด้วย หากมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหมวด 2 สํานักงานจะสั่งยกเลิกการอนุญาตเมื่อใดก็ได้ และอาจแก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขการสั่งพักหรือสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 23 หรือข้อ 24 หรือการพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบุคคลรายนั้นในคราวต่อไปตามข้อ 8 วรรคสอง ด้วยก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บุคคลใดยื่นคําขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินตามประกาศ เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน และขอบเขตการดําเนินงาน ที่ อจ. 8/2540 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และสํานักงานมีหนังสือแจ้งการได้รับเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามที่สํานักงานกําหนดแล้ว แต่ยังมิได้แจ้งผลการพิจารณาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้สํานักงานดําเนินการพิจารณาคําขอความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวต่อไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศดังกล่าว โดยให้ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานในกรณีดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับหมวด 2 และหมวด 3 แห่งประกาศนี้และถือเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ที่ปรึกษาทางการเงินใดได้จัดให้ผู้ปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินเข้าทดสอบและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศ เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน และขอบเขตการดําเนินงาน ที่ อจ. 8/2540 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ให้ที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าวยื่นคําขอความเห็นชอบเพื่อให้สามารถทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้อย่างต่อเนื่องในครั้งต่อไปได้โดยไม่ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินเข้ารับการทดสอบความรู้ตามส่วนที่ 2 ของหมวด 1 อีก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ที่ปรึกษาทางการเงินใดได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศ เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน และขอบเขตการดําเนินงาน ที่ อจ. 8/2540 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และระยะเวลาที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานสิ้นสุดลงในช่วงระยะเวลาสามสิบวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่สํานักงานจัดให้มีการทดสอบความรู้ครั้งแรกสําหรับครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2543 ให้ถือว่าที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าวได้รับความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินประเภทหนึ่งตามข้อ 4 วรรคสอง (1) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต่อไปได้จนถึงวันที่สํานักงานจัดให้มีการทดสอบสําหรับการทดสอบครั้งดังกล่าว และให้ที่ปรึกษาทางการเงินในกรณีดังกล่าวปฏิบัติและอยู่ภายใต้บังคับหมวด 2 และหมวด 3 แห่งประกาศนี้ด้วย

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อจ. 4/2543 เรื่อง การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินและขอบเขตการดำเนินงาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_520d9eba23fd1657

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com