ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกง. 61 /2554
เรื่อง กําหนดการออกพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อกําหนดรายละเอียดการออกพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
เพื่ออนุวัติตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. 57/2554 ว่าด้วยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย
อื่นๆ - 3. เนื้อหา
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กําหนดแผนการออกจําหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1 โดยมีรายละเอียดดังนี้
| | |
| --- | --- |
| พันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1 | |
| 1. อายุพันธบัตร | 3 ปี | 7 ปี | |
| 2. อัตราดอกเบี้ย(คูปอง) | อัตราดอกเบี้ยงวดแรกเท่ากับร้อยละ 3.58125 ต่อปี(อัตราดอกเบี้ย BIBOR ระยะ 3 เดือนณ วันที่ 25 สิงหาคม 2554)ทั้งนี้ ธปท. จะกําหนดอัตราดอกเบี้ยงวดถัดไป2 วันทําการก่อนวันเริ่มงวดการจ่ายดอกเบี้ย | ปีที่ 1 – 4 ร้อยละ 3.50 ต่อปีปีที่ 5 – 6 ร้อยละ 4.50 ต่อปีปีที่ 7 ร้อยละ 5.00 ต่อปี(อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 4.00 ต่อปี) | |
| 3. วงเงินรวม | 50,000 ล้านบาท | |
| 4. วงเงินซื้อชั้นต่ํา | 50,000 บาทต่อราย และซื้อเพิ่มเป็นจํานวนเท่าของ 10,000 บาท โดยไม่จํากัดวงเงินซื้อชั้นสูง | |
| 5. วันที่จําหน่าย | วันที่ 26 สิงหาคม – 6 กันยายน 2554 (เว้นวันเสาร์ - อาทิตย์) | |
| 6. กําหนดชําระเงิน | วันที่ 26 สิงหาคม - 5 กันยายน 2554: สามารถชําระด้วยเงินสด หักบัญชีเงินฝาก ภายในเวลา 15.00 น. หรือชําระด้วยแคชเชียร์เช็ค เช็คส่วนตัว (เฉพาะเช็คในเขตสํานักหักบัญชีเดียวกัน) ภายในเวลาปิดรับเช็คของแต่ละธนาคารตัวแทน โดยเช็คลงวันที่ไม่เกินวันเสนอขอซื้อพันธบัตร เช็คสั่งจ่าย "บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. อายุ 3 ปี" หรือ "บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. อายุ 7 ปี" | |
| วันที่ 6 กันยายน 2554: ชําระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝากภายในเวลา 15.00 น. เท่านั้น | |
| 7. วันที่ลงในพันธบัตร(วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย) | กรณีชําระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก: วันที่เสนอขอซื้อพันธบัตรกรณีชําระเงินด้วยแคชเชียร์เช็ค, เช็คส่วนตัว: วันที่ทําการถัดไปจากวันเสนอขอซื้อพันธบัตร | |
| 8. กําหนดชําระคืนต้นเงิน | วันที่ 26 สิงหาคม 2557 | วันที่ 26 สิงหาคม 2561 | |
| 9. ผู้มีสิทธิซื้อในตลาดแรก | * บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม
สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ไม่มี สิทธิซื้อ ผู้ไม่มีสิทธิซื้อ ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่ บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม คณะบุคคล บรรษัท สํานักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน นิติบุคคลที่แสวงหากําไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน | |
| 10. ธนาคารตัวแทนจําหน่าย | 1) ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) 2) ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) 3) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) 4) ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) 5) ธนาคารทหารไทย จํากัด (มหาชน) 6) ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) 7) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 8) ธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) 9) ธนาคารสแตนตาร์ดซาร์เตอร์ด (ไทย) จํากัด (มหาชน) 10) ธนาคารออมสิน 11) ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จํากัด | |
| 11. การจ่ายดอกเบี้ย | * ปีละ 4 งวด คือในวันที่ 26 กุมภาพันธ์
26 พฤษภาคม 26 สิงหาคม และ 26 พฤศจิกายน ของทุกปี โดยเริ่มคํานวณ ดอกเบี้ยงวดแรกตั้งแต่วันที่ลงในพันธบัตร* จ่ายดอกเบี้ยตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด
เป็นสัดส่วนของจํานวนงวดต่อปีจนกว่า พันธบัตรจะครบกําหนด ยกเว้นงวดแรกถึง งวดที่ 4 จะคํานวณดอกเบี้ยจากจํานวนวันที่ เกิดขึ้นจริงในแต่ละงวด | * ปีละ 2 งวด คือในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ
26 สิงหาคม ของทุกปี โดยเริ่มคํานวณ ดอกเบี้ยงวดแรกตั้งแต่วันที่ลงในพันธบัตร * จ่ายดอกเบี้ยตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด
เป็นสัดส่วนของจํานวนงวดต่อปีจนกว่า พันธบัตรจะครบกําหนด ยกเว้นงวดแรก และงวดที่ 2 จะคํานวณดอกเบี้ยจากจํานวน วันที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละงวด |
| | * การนับวันเพื่อคํานวณดอกเบี้ยให้ถือว่า หนึ่งปีมี 365 วัน เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
* ธปท. จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจํา) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ฝากไว้ที่
ธนาคารใดก็ได้ (ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น) ตามที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์แจ้งไว้ในคําเสนอขอซื้อ พันธบัตร หรือตามที่ ธปท. ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด ก่อนถึง กําหนดชําระดอกเบี้ย ทั้งนี้ ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากอาจหักค่าธรรมเนียมการโอนเงินตาม อัตราที่แต่ละธนาคารประกาศหรือกําหนด* ธปท. จะจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยถือตามรายชื่อทาง
ทะเบียน ณ วันทําการสุดท้ายของ ธปท. ก่อนถึงช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันถึงกําหนดชําระ ดอกเบี้ย* หากวันครบกําหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุด ธปท. ให้เลื่อนไปชําระดอกเบี้ยในวันเปิดทําการ
ถัดไปโดยไม่คํานวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ | |
| 12. การหักภาษี ณ ที่จ่าย | ธปท. จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากรสําหรับบุคคลธรรมดาจะนําไปรวมคํานวณภาษีเงินได้ ณ สิ้นปีหรือไม่ก็ได้ | |
| 13. การขายก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอน | หลังจากได้รับพันธบัตร ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอนได้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป ให้กับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นตามราคาที่จะตกลงกัน แต่จะกระทําในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอนมิได้ | |
| 14. การไถ่ถอนต้นเงินเมื่อครบกําหนด | * พันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1 อายุ 3 ปี ครบกําหนดไถ่
ถอนในวันที่ 26 สิงหาคม 2557 และ พันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 ครั้งที่ 1 อายุ 7 ปี ครบกําหนดไถ่ถอนในวันที่ 26 สิงหาคม 2561 หากวันครบกําหนดไถ่ถอนตรง กับวันหยุด ธปท. ให้เลื่อนไปชําระในวันเปิดทําการถัดไป โดยไม่คํานวณดอกเบี้ยเพิ่มให้การชําระ ต้นเงินตามพันธบัตรจะกระทําได้ต่อเมื่อ ธปท. ได้รับคืนใบพันธบัตร โดย ธปท. จะจัดส่งคําขอรับ คืนต้นเงินพันธบัตรให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอนธปท. กําหนดวันปิดพักทะเบียน ในช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอน* ธปท. จะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจํา) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ฝากไว้ที่
ธนาคารใดก็ได้ (ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น) ตามที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์แจ้งไว้ในคําขอรับคืนต้นเงิน พันธบัตร หรือตามที่ ธปท. ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด กรณี ผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งการโอน ต้นเงินเข้าบัญชี ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากอาจหักค่าธรรมเนียมการโอนเงินตามอัตราที่แต่ละ ธนาคารประกาศหรือกําหนด | |
| 15. การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน | ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้น ๆ | |
| 16. การโอนกรรมสิทธิ์ | * กระทําได้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป
* การโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน หรือโอนทางมรดก หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจาก
การหย่า หรือล้มละลาย หรือการชําระบัญชี ให้กระทําได้หลังจากได้รับใบพันธบัตรแล้ว* การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทําในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนวันครบกําหนดไถ่ถอนมิได้ หรือ
เป็นไปตามระเบียบและวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด | |
| 17. การให้บริการแก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ | * ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถฝากพันธบัตรไว้ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด ได้
ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป หากประสงค์จะดําเนินการเรื่องต่าง ๆ ให้เป็นไป ตามพิธีปฏิบัติของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด* กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ถือใบพันธบัตร หากประสงค์จะดําเนินการเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามพิธี
ปฏิบัติของ ธปท. ได้แก่ การขอแยกหน่วยพันธบัตรเป็นใบพันธบัตรหลายฉบับ (การขอแตก พันธบัตร) การจํานําและการถอนจํานํา การขอแก้ไขชื่อจดทะเบียนผู้ถือกรรมสิทธิ์ การขอออก พันธบัตรใหม่กรณีสูญหาย การยื่นไถ่ถอนต้นเงินพันธบัตรเมื่อครบกําหนด ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถ แจ้งความจํานงได้โดยตรงที่ ธปท. สํานักงานใหญ่ สํานักงานภาค หรือผ่านธนาคารตัวแทน* หากติดต่อโดยตรงที่ ธปท. สํานักงานใหญ่ สํานักงานภาค ตามที่ขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้
ธปท. จะดําเนินการให้ทันที แต่หากติดต่อผ่านธนาคารตัวแทน ธปท. จะดําเนินการให้ทันทีที่ ได้รับเรื่องจากธนาคารตัวแทน* ผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องชําระค่าธรรมเนียมให้แก่ ธปท. สําหรับบุคคลธรรมดา ฉบับละ 20 บาท
และสําหรับผู้ถือกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ฉบับละ 100 บาท หรือตามที่ ธปท. จะกําหนดภายหลัง ยกเว้นการยื่นไถ่ถอนต้นเงินพันธบัตรเมื่อครบกําหนด ธปท. ไม่เก็บค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ ธนาคารตัวแทนสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการให้บริการดังกล่าว จากผู้ถือกรรมสิทธิ์เพิ่ม อีกฉบับละ 10 บาท | |
| | | | | | |
ทั้งนี้ ธปท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนการจําหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ตามกําหนดการข้างต้นตามความจําเป็นและเหมาะสม
อื่นๆ - 4. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2554
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2554
(นางผ่องเพ็ญ เรื่องวีรยุทธ)
ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน
ผู้ว่าการแทน
ธนาคารแห่งประเทศไทย