法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กลธ. 18/2561 เรื่อง การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กลธ. 18/2561

เรื่อง การกําหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและ

ผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจ

สินทรัพย์ดิจิทัล

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10(1) มาตรา 28 และมาตรา 30 แห่งพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้ และรวมถึงตารางแนบท้ายที่กําหนดตามประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภทดังต่อไปนี้

(1) การเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

(2) การเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัล

(3) การเป็นนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

(4) การเป็นนายหน้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล

(5) การเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี

(6) การเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล

“ผู้ออกโทเคนดิจิทัล” หมายความว่า ผู้ออกโทเคนดิจิทัลตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน

“ผู้ลงทุน” หมายความว่า ผู้ที่สนใจจะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

“ลูกค้า” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

“ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท

“ผู้อํานวยการฝ่าย” หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบงานในระดับส่วนงานภายในบริษัท

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(1) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(2) ธุรกิจหลักทรัพย์

(3) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(4) ธุรกิจประกันภัย

(5) ธุรกิจสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สํานักงาน ก.ล.ต. อาจกําหนดแนวทาง (guideline) การปฏิบัติในรายละเอียดของข้อกําหนดตามประกาศนี้ เพื่อเป็นการให้แนวทางปฏิบัติที่ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศนี้ และหากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในประกาศนี้แล้ว

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ และได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศนี้

(1) เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามตารางคุณสมบัติของกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่แนบท้ายประกาศนี้

(2) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ใน หมวด 2 และหมวด 3

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามข้อ 4 ได้แก่ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อํานวยการฝ่าย หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่ทําหน้าที่ต่อไปนี้

(1) รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการบริหาร กําหนด ควบคุมและกํากับดูแลนโยบายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(2) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการติดต่อและให้บริการลูกค้า

(3) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

(4) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนํามาให้บริการ

ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(2) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ที่กระทําโดยทุจริต

(3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

(4) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กําหนด

(5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น

(6) เป็นข้าราชการการเมือง

(7) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงาน ก.ล.ต. เว้นแต่

(ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(ข) เป็นกรณีของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นดังต่อไปนี้ด้วย

(1) มีความบกพร่องในด้านความสามารถตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามที่กําหนดไว้ในข้อ 8 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1

(2) มีประวัติการถูกลงโทษหรือถูกดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สินตามที่กําหนดไว้ในข้อ 9 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2

(3) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัทหรือผู้ถือหุ้นโดยรวม หรือตลาดเงิน ตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม ในเรื่องที่มีนัยสําคัญตามที่กําหนดไว้ในข้อ 10 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1

(1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

(3) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสํานักงาน ก.ล.ต. หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สํานักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ หรือศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดตามมาตรา 66 ประกอบกับมาตรา 26 (เฉพาะที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน) หรือมาตรา 82 ถึงมาตรา 91 แห่งพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

(4) เป็นบุคคลที่สํานักงาน ก.ล.ต. ปฏิเสธหรือถอนการแสดงรายชื่อของบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกสินทรัพย์ดิจิทัลเนื่องจากเป็นผู้ที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจให้เป็นกรรมการและผู้บริหารตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารบริษัท

(5) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 103(1) ถึง (7) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(6) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2

(1) เป็นบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยศาลมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษ และพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่ถึง 3 ปี

(2) เป็นบุคคลที่ศาลมีคําสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน และยังไม่พ้น 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

(3) เป็นบุคคลที่ไม่สามารถดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของสถาบันการเงิน เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับดูแลสถาบันการเงินไม่ว่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ และอยู่ระหว่างเวลาที่ยังไม่สามารถกลับมาดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อีก ทั้งนี้ เฉพาะลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) การทุจริตต่อหน้าที่ หรือทุจริต หลอกลวง หรือฉ้อโกงเกี่ยวกับทรัพย์สิน

(ข) การบริหารงานที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามคําสั่งของหน่วยงานกํากับดูแล หรือบริหารงานหรือจัดการงานที่ไม่เหมาะสม

(ค) การกระทําที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการกระทําที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบ

(4) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกดําเนินการอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) ถูกคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง หรือศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือถูกสํานักงาน ก.ล.ต.สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ หรือมีลักษณะที่ทําให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุด หรือถูกดําเนินการอื่นในทํานองเดียวกัน อันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(ข) การดําเนินการตาม (ก) สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานในตําแหน่งที่มีผลกระทบถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตําแหน่งที่พิจารณา

(ค) เหตุของการดําเนินการตาม (ก) เป็นเรื่องการกระทําความผิดตามพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว ในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง ทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือขาดความระมัดระวัง ขาดความซื่อสัตย์สุจริต

(5) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้กรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

(1) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมประพฤติผิดต่อหน้าที่หรือการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม ขาดความรับผิดชอบและความรอบคอบ เอาเปรียบผู้ลงทุน หรือขาดจรรยาบรรณหรือมาตรฐานในการปฏิบัติงานเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งกําหนดโดยสํานักงาน ก.ล.ต. สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่สํานักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(2) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้นิติบุคคลหรือกิจการที่ตนมีอํานาจในการจัดการ หรือผู้ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบดูแล (ถ้ามี) กระทําการใดหรืองดเว้นกระทําการใดอันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว อันอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ การดําเนินธุรกิจ หรือลูกค้าของธุรกิจนั้น

(3) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสําคัญหรือมีหรือเคยมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น เช่น การแสวงหาหรือเบียดบังผลประโยชน์ใดโดยมิชอบเพื่อตนเอง ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบุคคลอื่น โดยอาศัยตําแหน่งหน้าที่ที่ตนดํารงอยู่ เป็นต้น

(4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

ส่วน ๑ การขอรับความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นไปตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ส่วน ๒ การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

ส่วน ๒ การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสิ้นสุดลงเมื่อบุคคลนั้นมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ในหมวด 7

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายงานการแต่งตั้งและการสิ้นสุด

การแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่อสํานักงาน ก.ล.ต. ผ่านระบที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.ล.ต. ภายใน 7 วันทําการนับแต่วันที่เกิดกรณีดังกล่าว

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

(2) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเป็นธรรม ด้วยความเอาใจใส่ ระมัดระวัง รอบคอบ โดยคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ

(3) ปฏิบัติหน้าที่หรือดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน

(4) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพที่กําหนดโดยสํานักงาน ก.ล.ต. สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตลาดทุนที่สํานักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 14 ให้สํานักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้สําหรับการมีลักษณะต้องห้ามในกลุ่มที่ 3 ตามหมวด 7

ส่วน ๑ ข้อกําหนดทั่วไปในการพิจารณาลักษณะต้องห้าม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัลได้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศนี้ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ใช้เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัลได้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศนี้ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ใช้เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4(1) ให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

(2) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามหมวด 2 หมวด 3 ลักษณะต้องห้ามตามกลุ่มที่ 1 ตามข้อ 8 หรือลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 9(1) หรือ (2) ให้สํานักงาน ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

(3) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 9(3) (4) หรือ (5) ให้สํานักงาน ก.ล.ต.สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามแต่เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามนั้น

(4) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 สํานักงาน ก.ล.ต. อาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการใช้ดุลยพินิจปฏิเสธการให้ความเห็นชอบตามข้อ 16 พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 17(3) และ (4) แล้วแต่กรณี ให้สํานักงาน ก.ล.ต. มีอํานาจดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้แทนหรือประกอบการดําเนินการดังกล่าวได้

(1) กําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวในคราวต่อไป โดยระยะเวลาที่กําหนดต้องไม่เกิน 10 ปี สําหรับการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามในแต่ละกรณี

(2) กําหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในตําแหน่งเดิมต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นคําขอความเห็นชอบ

(3) ในกรณีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 มีลักษณะไม่ร้ายแรง หรือเกิดขึ้นมาแล้วเกินกว่า 10 ปีนับถึงวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงาน ก.ล.ต. สํานักงาน ก.ล.ต. อาจไม่ยกกรณีดังกล่าวขึ้นพิจารณาเป็นเหตุในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบ การพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ หรืออาจลดระดับการดําเนินการเป็นการเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก็ได้

ส่วน ๒ การพิจารณาลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 หรือการพิจารณาดําเนินการตามข้อ 16 ให้สํานักงาน ก.ล.ต. นําปัจจัยดังต่อไปนี้ มาใช้ประกอบการพิจารณา

(1) บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา

(2) การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว

(3) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท หรือผู้ถือหุ้นโดยรวม ตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่พิจารณา

(4) การแก้ไขหรือการดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท หรือผู้ถือหุ้นโดยรวม ตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทํานองเดียวกันนั้นซ้ําอีก

(5) พฤติกรรมอื่นของผู้ถูกพิจารณาที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน ก.ล.ต.

(6) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทําหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมทั้งเสนอความเห็นต่อสํานักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการพิจารณาเหตุของการพักหรือเพิกถอน การให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 หรือพิจารณาให้ความเห็นต่อสํานักงาน ก.ล.ต.ในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความในหมวดนี้ หรือพิจารณาวางแนวทางและให้ความเห็นต่อสํานักงาน ก.ล.ต.ในการดําเนินการ

ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดเงิน ตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจํานวนไม่เกิน 5 คนซึ่งไม่เป็นเลขาธิการหรือพนักงานของสํานักงาน ก.ล.ต. โดยจํานวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนของผู้ลงทุนจํานวน 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจํานวน 2 คน

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการและให้สํานักงาน ก.ล.ต. แต่งตั้งพนักงานของสํานักงาน ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นเลขานุการ

กรรมการรายใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาในลักษณะที่อาจมีผลกระทบต่อการให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง ให้ผู้นั้นแจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจสั่งการของสํานักงาน ก.ล.ต. ตามหมวดนี้มีความชัดเจนและผ่านกระบวนการทบทวนตามสมควร ในการแจ้งเหตุในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเนื่องจากการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 สํานักงาน ก.ล.ต. จะกระทําได้ต่อเมื่อได้ดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(2) เสนอข้อเท็จจริงรวมทั้งคําชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และหากคณะกรรมการประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม ให้สํานักงาน ก.ล.ต. จัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น

ในการปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สํานักงาน ก.ล.ต. อาจไม่ดําเนินการตามข้อ 21 วรรคหนึ่งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอื่นที่ทําให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจง และเคยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นในรูปองค์คณะที่มีผู้มีความรู้ประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นองค์คณะด้วยหรือโดยองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องมาอย่างเพียงพอแล้ว หรือ

(2) คณะกรรมการได้กําหนดแนวทางพิจารณาดําเนินการสําหรับกรณีที่มีข้อเท็จจริงทํานองเดียวกันกับกรณีที่พิจารณานี้ไว้ชัดเจนเพียงพอแล้ว

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

(นายวรวิทย์ จําปีรัตน์)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กลธ. 18/2561 เรื่อง การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_52478b2945371517

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com