法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.พ.

ว่าด้วยเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ

พ.ศ. 2555

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 8 (5) และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ พ.ศ. 2555”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ

“ตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ” หมายความว่า ตําแหน่งที่ อ.ก.พ. กระทรวงกําหนดให้เป็นตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กําหนดตามมาตรา ๔๗

“พ.ข.ต.” หมายความว่า เงินเพิ่มสําหรับข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ

“บุตร” หมายความว่า บุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่หมายความรวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตร ซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้าราชการที่จะได้รับ พ.ข.ต. ตามระเบียบนี้จะต้องได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศ และได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งดังกล่าว

ในกรณีที่คู่สมรสหรือบุตรของข้าราชการตามวรรคหนึ่งได้อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นการประจํากับข้าราชการในประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นประจําการ ก็ให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับ พ.ข.ต. สําหรับกรณีดังกล่าวตามระเบียบนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้าราชการอาจได้รับ พ.ข.ต. ตามระเบียบนี้ ดังต่อไปนี้

(1) พ.ข.ต. สําหรับตนเองในกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศโดยให้ได้รับตามอัตราที่ ก.พ. กําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

(2) พ.ข.ต. สําหรับคู่สมรส โดยให้ได้รับในอัตราร้อยละสามสิบของอัตรา พ.ข.ต. ตาม (1)

(3) พ.ข.ต. สําหรับบุตร โดยให้ได้รับสําหรับบุตรจํานวนไม่เกินสามคน ในอัตราคนละร้อยละห้าของอัตรา พ.ข.ต.ตาม (1)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ข้าราชการได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 5 (1) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ให้ได้รับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นเข้ารับหน้าที่จนถึงวันที่พ้นจากหน้าที่ ในกรณีที่ต้องส่งมอบงานในหน้าที่ ให้ได้รับจนถึงวันที่ส่งมอบงานเสร็จ แต่ไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นจากหน้าที่ในกรณีที่จําเป็นต้องส่งมอบงานเกินกว่าสิบห้าวัน ให้ได้รับสําหรับวันที่เกินนั้นเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสามสิบวัน

(2) ในกรณีที่ได้รับคํา สั่งให้เดินทางไปรักษาการในตําแหน่ง หรือรักษาราชการแทนต่างสํานักงานในต่างประเทศซึ่งมิใช่ประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับแต่งตั้งให้ไปประจําการ ในระหว่างเวลาที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งดังกล่าว ให้ได้รับ พ.ข.ต. ในอัตราของประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นไปปฏิบัติราชการโดยให้ได้รับในอัตราตามระดับตําแหน่งของข้าราชการผู้นั้น แต่ถ้าเป็นกรณีที่ได้รับคําสั่งให้เดินทางมาช่วยราชการ รักษาการในตําแหน่ง หรือรักษาราชการแทน ในประเทศไทย ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. นับแต่วันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย

(3) ในกรณีที่ประเทศไทยตัดสัมพันธ์ทางการทูตหรือลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศที่ประจําการ ถ้าผู้นั้นต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่นในระหว่างเวลาดังกล่าวให้ได้รับ พ.ข.ต. ในอัตราของประเทศที่ผู้นั้นไปปฏิบัติราชการโดยให้ได้รับในอัตราตามระดับตําแหน่งของข้าราชการผู้นั้น แต่ถ้าผู้นั้นได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วแต่ยังไม่ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอื่นให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามที่ได้รับอยู่เดิมต่อไปอีกได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย

(4) ในกรณีที่ได้รับคําสั่งหรือได้รับอนุญาตให้ฝึกอบรมภายในประเทศที่ประจําการ ให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามที่ได้รับอยู่ แต่ถ้ากรณีที่ได้รับคําสั่งหรือได้รับอนุญาตให้ฝึกอบรมนอกประเทศที่ประจําการให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับระยะเวลาดังกล่าวไม่เกินปีงบประมาณละสามสิบวันทําการนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นเดินทางออกจากประเทศที่ประจําการ

(5) ในกรณีที่ผู้นั้นลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว หรือลาพักผ่อน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างการลาและอยู่ภายในประเทศที่ประจําการ ให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามที่ได้รับอยู่ แต่ถ้ากรณีผู้นั้นลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว หรือลาพักผ่อน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างการลาและได้เดินทางออกนอกประเทศที่ประจําการ ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับกรณีดังกล่าวไม่เกินปีงบประมาณละสามสิบวันทําการนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นเดินทางออกจากประเทศที่ประจําการ กรณีการลาอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต.

(6) ในกรณีที่ผู้นั้นละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ข้าราชการได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 5 (2) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) คู่สมรสนั้นต้องไม่เป็นผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากทางราชการ

(2) ในกรณีที่คู่สมรสเดินทางเป็นครั้งคราวออกนอกประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นประจําการถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันไม่เกินเก้าสิบวัน ให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามอัตราที่ได้รับอยู่ แต่ถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันเกินเก้าสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับวันที่เกินเก้าสิบวันนั้น แต่ถ้าปีหนึ่งมีระยะเวลารวมกันเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตลอดปีนั้น ยกเว้นเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อติดตามไปอยู่ร่วมกับข้าราชการในต่างประเทศตามข้อ 6 (2)ให้ได้รับ พ.ข.ต. ในอัตราร้อยละสามสิบของอัตรา พ.ข.ต. ที่ข้าราชการได้รับ

(3) ในกรณีที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 6 (6) ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อนี้ด้วยตลอดเวลาที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ข้าราชการได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 5 (3) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อประโยชน์ในการนับจํานวนบุตร ให้นับเรียงตามลําดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด และไม่ว่าบุตรนั้นจะอยู่ในอํานาจปกครองของข้าราชการหรือไม่ เว้นแต่ในกรณีที่ยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรยังไม่ถึงสามคน ต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทําให้จํานวนบุตรเกินสามคนข้าราชการผู้นั้นจะได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรแฝดดังกล่าวทุกคน เมื่อบุตรแฝดดังกล่าวเป็นบุตรที่เกิดจากการจดทะเบียนสมรสในกรณีที่ข้าราชการผู้นั้นเป็นชาย หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่ข้าราชการผู้นั้นเป็นหญิง

(2) ในกรณีที่บุตรคนที่อยู่ในลําดับที่ได้รับ พ.ข.ต. ถึงแก่ความตายก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะและมีผลทําให้บุตรคนที่ได้รับ พ.ข.ต. อยู่ มีจํานวนไม่ถึงสามคน ให้เลื่อนบุตรคนที่อยู่ในลําดับถัดไปขึ้นมาแทน แต่ถ้าบุตรที่อยู่ในลําดับถัดไปนั้นเป็นบุตรแฝด ให้เลื่อนบุตรแฝดมาแทนได้ทีละคน

(3) บุตรนั้นต้องยังไม่เคยสมรส

(4) บุตรนั้นต้องไม่ได้ประกอบอาชีพ

(5) บุตรนั้นต้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในกรณีที่บรรลุนิติภาวะในขณะที่กําลังศึกษาอยู่ไม่เกินระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเป็นครั้งแรก ให้ได้รับ พ.ข.ต. ต่อไปแต่ไม่เกินอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(6) ในกรณีที่บุตรเดินทางเป็นครั้งคราวออกนอกประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นประจําการ ถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันไม่เกินเก้าสิบวัน ให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามอัตราที่ได้รับอยู่ แต่ถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันเกินเก้าสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับวันที่เกินเก้าสิบวันนั้น แต่ถ้าปีหนึ่งมีระยะเวลารวมกันเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตลอดปีนั้น ยกเว้นเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อติดตามไปอยู่ร่วมกับข้าราชการในต่างประเทศตามข้อ 6 (2) ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรในอัตราคนละร้อยละห้าของอัตรา พ.ข.ต. ที่ข้าราชการได้รับ

(7) ในกรณีที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 6 (6)ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อนี้ด้วยตลอดเวลาที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ดังกล่าว

(8) ในกรณีที่คู่สมรสเป็นข้าราชการซึ่งได้รับ พ.ข.ต. ด้วย และประจําการอยู่ในประเทศเดียวกันให้เลือกว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตหรือหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศ ให้ได้รับเงินเพิ่มสําหรับหัวหน้าคณะผู้แทน เรียกโดยย่อว่า “พ.ค.ท.” ในอัตราร้อยละสิบของอัตรา พ.ข.ต. ตามข้อ 5 (1) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ตามข้อ 6

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้าราชการซึ่งประจําการในเมืองหรือประเทศที่มีภาวะความเป็นอยู่ไม่ปกติ อาจได้รับเงินอีกจํานวนหนึ่งเพิ่มจาก พ.ข.ต. ที่ได้รับตามข้อ ๕ (๑) หรือ พ.ค.ท. ตามข้อ ๙ เพื่อเป็นค่าพาหนะในการเดินทางระหว่างประเทศปีละหนึ่งครั้ง โดยให้ได้รับเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป - กลับระหว่างประเทศที่ประจําการกับประเทศไทย ในกรณีที่คู่สมรสหรือบุตรได้อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นการประจํากับข้าราชการผู้นั้นในเมืองหรือประเทศนั้นด้วย ก็อาจได้รับเงินเพิ่มนี้ด้วย

หลักเกณฑ์ในการได้รับเงินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ ก.พ. กําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การนับปีตามระเบียบนี้ให้นับตั้งแต่วันที่ข้าราชการผู้นั้นเข้ารับหน้าที่ เว้นแต่ระเบียบนี้จะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การเบิกจ่าย พ.ข.ต. พ.ค.ท. และเงินตามข้อ 10 ตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดมีเหตุผลเป็นพิเศษที่เห็นสมควรให้ข้าราชการได้รับ พ.ข.ต. หรือ พ.ค.ท. นอกจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดเสนอ ก.พ. และกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยในกรณีของ พ.ข.ต. ให้พิจารณาอนุมัติเป็นการเฉพาะราย ส่วนกรณีของ พ.ค.ท. ให้พิจารณาอนุมัติเป็นการเฉพาะสําหรับตําแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ข้าราชการผู้ใดมีคู่สมรสหรือบุตรอาศัยอยู่ร่วมด้วยเป็นการประจําในประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ประจําอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับการนับเวลากรณีคู่สมรสหรือบุตรไม่ได้อยู่ร่วมกับข้าราชการเป็นครั้งคราว ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิมจนกว่าจะครบรอบปีประจําการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้าราชการผู้ใดได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรซึ่งไม่เป็นไปตามคํานิยามคําว่า “บุตร” หรือตามข้อ 4 หรือข้อ 5 (3) ที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้ข้าราชการผู้นั้นคงได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรนั้นตามที่ได้รับอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีคําสั่งให้พ้นจากหน้าที่หรือส่งมอบงานในหน้าที่ตามข้อ 6 (1)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในระหว่างที่ยังมิได้กําหนดอัตรา หลักเกณฑ์ หรือวิธีการใดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้นําระเบียบ อัตรา หลักเกณฑ์ หรือวิธีการเกี่ยวกับการได้รับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งที่ประจําอยู่ในต่างประเทศที่ใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ จนกว่าจะได้มีการกําหนดอัตรา หลักเกณฑ์ หรือวิธีการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

ยงยุทธ วิชัยดิษฐ

รองนายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5277f33d8179d614

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com