ข้อ ๘ ให้ข้าราชการได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 5 (3) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อประโยชน์ในการนับจํานวนบุตร ให้นับเรียงตามลําดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด และไม่ว่าบุตรนั้นจะอยู่ในอํานาจปกครองของข้าราชการหรือไม่ เว้นแต่ในกรณีที่ยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรยังไม่ถึงสามคน ต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทําให้จํานวนบุตรเกินสามคนข้าราชการผู้นั้นจะได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรแฝดดังกล่าวทุกคน เมื่อบุตรแฝดดังกล่าวเป็นบุตรที่เกิดจากการจดทะเบียนสมรสในกรณีที่ข้าราชการผู้นั้นเป็นชาย หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่ข้าราชการผู้นั้นเป็นหญิง
(2) ในกรณีที่บุตรคนที่อยู่ในลําดับที่ได้รับ พ.ข.ต. ถึงแก่ความตายก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะและมีผลทําให้บุตรคนที่ได้รับ พ.ข.ต. อยู่ มีจํานวนไม่ถึงสามคน ให้เลื่อนบุตรคนที่อยู่ในลําดับถัดไปขึ้นมาแทน แต่ถ้าบุตรที่อยู่ในลําดับถัดไปนั้นเป็นบุตรแฝด ให้เลื่อนบุตรแฝดมาแทนได้ทีละคน
(3) บุตรนั้นต้องยังไม่เคยสมรส
(4) บุตรนั้นต้องไม่ได้ประกอบอาชีพ
(5) บุตรนั้นต้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในกรณีที่บรรลุนิติภาวะในขณะที่กําลังศึกษาอยู่ไม่เกินระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเป็นครั้งแรก ให้ได้รับ พ.ข.ต. ต่อไปแต่ไม่เกินอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(6) ในกรณีที่บุตรเดินทางเป็นครั้งคราวออกนอกประเทศที่ข้าราชการผู้นั้นประจําการ ถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันไม่เกินเก้าสิบวัน ให้คงได้รับ พ.ข.ต. ตามอัตราที่ได้รับอยู่ แต่ถ้าปีหนึ่งมีเวลารวมกันเกินเก้าสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับวันที่เกินเก้าสิบวันนั้น แต่ถ้าปีหนึ่งมีระยะเวลารวมกันเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตลอดปีนั้น ยกเว้นเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อติดตามไปอยู่ร่วมกับข้าราชการในต่างประเทศตามข้อ 6 (2) ให้ได้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตรในอัตราคนละร้อยละห้าของอัตรา พ.ข.ต. ที่ข้าราชการได้รับ
(7) ในกรณีที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อ 6 (6)ไม่ให้ได้รับ พ.ข.ต. ตามข้อนี้ด้วยตลอดเวลาที่ข้าราชการไม่ได้รับ พ.ข.ต. ดังกล่าว
(8) ในกรณีที่คู่สมรสเป็นข้าราชการซึ่งได้รับ พ.ข.ต. ด้วย และประจําการอยู่ในประเทศเดียวกันให้เลือกว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับ พ.ข.ต. สําหรับบุตร