法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 35/2556 เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับประมวล)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
77
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทธ. 35/2556

เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงานและการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(ฉบับประมวล)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 และมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 98(3) (5) และ (7) มาตรา 100 วรรคสอง มาตรา 109 วรรคหนึ่ง มาตรา 114 มาตรา 115 มาตรา 116 และมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 133 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และมาตรา 18 มาตรา 33 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และข้อ 16(6) แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 และข้อ 5 วรรคหนึ่ง แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ พ.ศ. 2555 คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่

(1) ข้อ 42(8) ที่เกี่ยวกับข้อมูลการเปรียบเทียบผลการดําเนินงานของกองทุนรวมให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป

(2) ข้อ 34 วรรคสอง ในส่วนที่เกี่ยวกับการให้คําแนะนําเบื้องต้นเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจความสําคัญในการจัดสรรและกําหนดสัดส่วนการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เหมาะสม (basic asset allocation) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

ข้อกําหนดทั่วไป

วัตถุประสงค์การกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 เนื่องจากการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการในระบบตลาดทุน ส่งผลอย่างมีนัยสําคัญต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย หลักเกณฑ์ตามประกาศนี้จึงกําหนดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินธุรกิจในลักษณะที่เป็นการให้บริการที่คํานึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้าเป็นสําคัญ ปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้ลงทุนและภาพลักษณ์ของตลาดทุนไทย

หลักการในการดําเนินธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ในการดําเนินธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการแห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักการดําเนินธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยในการปฏิบัติตามหลักการดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ ทั้งนี้ การดําเนินธุรกิจในเรื่องใดที่ประกาศนี้หรือประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนฉบับอื่น รวมทั้งประกาศหรือแนวทางที่ออกตามประกาศนี้หรือประกาศดังกล่าว มิได้มีข้อกําหนดไว้ หรือมีข้อกําหนดแต่จําเป็นต้องพิจารณาหรือตีความข้อกําหนดดังกล่าวผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินธุรกิจ พิจารณา หรือตีความให้เป็นไปตามหลักการของประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว

สาระสําคัญของข้อกําหนด

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ประกาศนี้มีข้อกําหนดในการกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การประกอบธุรกิจในฐานะผู้มีวิชาชีพ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 2

(2) โครงสร้างการบริหารจัดการและระบบงาน โดยมีรายละเอียดตามหมวด 3

(3) การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 4

(4) การติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้า โดยมีรายละเอียดตามหมวด 5

(5) การโฆษณาและการส่งเสริมการขาย โดยมีรายละเอียดตามหมวด 6

(6) ข้อกําหนดตามลักษณะเฉพาะของการให้บริการ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 7

ในการออกข้อกําหนดตามประกาศนี้มีผลเป็นการยกเลิกข้อกําหนดตามประกาศที่มีรายชื่ออยู่ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 34/2556 เรื่อง การยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556 และรวมถึงประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แนวทาง คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศที่ยกเลิกดังกล่าว การปฏิบัติตามประกาศนี้ในระยะแรกให้เป็นไปตามบทเฉพาะกาล โดยมีรายละเอียดตามหมวด 8

อํานาจสํานักงาน

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจดังต่อไปนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์ในรายละเอียดของข้อกําหนดตามประกาศนี้ ให้มีความชัดเจนเพียงพอที่ผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ในแนวเดียวกัน ทั้งนี้ การกําหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว อาจกําหนดตามประเภทธุรกิจหรือประเภทผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนก็ได้

(2) กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบางประเภทได้รับการผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกําหนดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามประกาศนี้เป็นการทั่วไปเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าข้อกําหนดในเรื่องดังกล่าวมีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) ไม่มีนัยสําคัญสําหรับการให้บริการแก่ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ

(ข) ไม่สอดคล้องหรือไม่เหมาะสมกับสภาพการประกอบธุรกิจ

(ค) ไม่มีความจําเป็นสําหรับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนบางประเภท

(3) กําหนดแนวทาง (guideline) การปฏิบัติในรายละเอียดของข้อกําหนดตามประกาศนี้เพื่อเป็นการให้แนวทางปฏิบัติที่ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศนี้ และหากผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจมีการปฏิบัติตามข้อกําหนดในประกาศนี้ในเรื่องที่มีการออกแนวทางนั้น

(4) เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทําการที่อาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดของประกาศนี้ สํานักงานอาจกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขอความเห็นชอบการดําเนินการใดตามประกาศนี้ก่อนการดําเนินการนั้นก็ได้

(5) ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ หรือข้อกําหนดที่สํานักงานออกโดยอาศัยอํานาจตามประกาศนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นแก้ไขหรืองดเว้นการกระทํา หรือสั่งให้กระทําการ ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนดอย่างสมเหตุสมผลตามสภาพการณ์ เรื่อง และประเด็นที่เกี่ยวข้อง

(6) เพื่อให้สํานักงานสามารถติดตามการปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ ให้สํานักงานกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งข้อมูล รายงาน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อสํานักงานภายในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ หรือจะสั่งการเป็นรายกรณีโดยต้องไม่เป็นภาระต่อผู้ประกอบธุรกิจจนเกินสมควรทั้งนี้ ระยะเวลาที่สํานักงานจะกําหนดให้เป็นไปตามกรอบ ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ลงทุน หรือตลาดทุน อย่างมีนัยสําคัญ สํานักงานอาจกําหนดให้ดําเนินการภายในวันทําการที่เกิดกรณีดังกล่าวได้

(ข) ในกรณีอื่นนอกจาก (ก) ให้กําหนดระยะเวลาอย่างสมเหตุสมผลตามสภาพการณ์ เรื่อง และประเด็นที่เกี่ยวข้อง

บทนิยาม

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ในประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แต่ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการเงินร่วมลงทุนหรือการเป็นนายหน้าระหว่างผู้ค้าหลักทรัพย์ และผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ลูกค้า” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ และให้หมายความรวมถึง กองทุน ผู้ถือหน่วยลงทุน หรือสมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพด้วย

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคล

“ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน” หมายความว่า หลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“สาขาเฉพาะออนไลน์”(( หมายความว่า สาขาเฉพาะออนไลน์ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสํานักงานสาขา

“การโฆษณา” หมายความว่า การทําให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการหรือการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน หรือการขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน โดยทางข้อความ ภาพ เสียง เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใด ๆ และไม่ว่าจะกระทําผ่านสื่อ หรือเครื่องมือใด ๆ

“การส่งเสริมการขาย” หมายความว่า การให้ของสมนาคุณ สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดแก่ลูกค้า เพื่อจูงใจให้ลูกค้าใช้บริการหรือตอบแทนที่ลูกค้าใช้บริการ ซึ่งรวมถึงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ผู้ประกอบธุรกิจนําเสนอ

“ผู้ลงทุนสถาบัน”( หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบันตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่

“ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ”( หมายความว่า ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบันผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่”

“ผู้ลงทุนรายใหญ่”( หมายความว่า ผู้ลงทุนรายใหญ่ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่”

“สมาคม” หมายความว่า

(1) สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนกับสํานักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์

(2) สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“บริษัทจัดการกองทุนรวม” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ประเภทที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

การประกอบธุรกิจในฐานะผู้มีวิชาชีพ

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามมาตรฐานดังต่อไปนี้

(1) ประกอบธุรกิจและให้บริการแก่ลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และใช้ความรู้ความสามารถ และความชํานาญ ด้วยความเอาใจใส่และระมัดระวังตามมาตรฐานหรือเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในลักษณะเดียวกันจะพึงกระทํา

(2) ดําเนินธุรกิจโดยรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผู้ประกอบธุรกิจ รวมทั้งรักษาความน่าเชื่อถือของตลาดทุนเป็นสําคัญ ตลอดจนดําเนินธุรกิจด้วยความสมเหตุสมผลซึ่งเหมาะสมกับเวลา ลักษณะหรือสภาพของธุรกิจ และการให้บริการ

(3) ให้บริการอย่างมีคุณภาพ และปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันโดยคํานึงถึงประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขของลูกค้า

(4) ไม่กระทําการใดที่จะเป็นผลให้ลูกค้าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจํากัดหรือหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตามที่ลูกค้าแจ้งว่ามีข้อจํากัดหรือมีหน้าที่ตามกฎหมายนั้น

(5) ไม่กระทําการใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือที่จะทําให้การทําธุรกิจไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในลักษณะเดียวกันจะพึงกระทําเว้นแต่เป็นการกระทําที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดในส่วนที่ 4 ของหมวด 4 หรือเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําตามกฎหมาย

(6) ไม่รับหรือให้ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าในรูปเงิน สิ่งของ หรือบริการยิ่งกว่าค่าตอบแทนหรือประโยชน์ปกติที่พึงได้รับหรือให้เนื่องจากการประกอบธุรกิจ

(7) ดูแลไม่ให้มีการนําทรัพยากรของผู้ประกอบธุรกิจเข้าไปมีส่วนร่วมหรือถูกนําไปใช้ในทางที่มิชอบ

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากร กระทําการให้เป็นไปตามข้อกําหนดในประกาศนี้ และต้องมีมาตรการอย่างเหมาะสมที่ทําให้บุคคลดังกล่าวผูกพันที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดนั้น

ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีมาตรการแก้ไข ควบคุม และลงโทษ ตามความร้ายแรงของการกระทําของบุคคลตามวรรคหนึ่งที่เป็นเหตุให้ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติการตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ในกรณีที่สมาคมมีการกําหนดแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน หรือการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ โดยแนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามแนวทางของสมาคมนั้นด้วย

ในกรณีที่สมาคมมีการกําหนดแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจ โดยแนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้บุคลากรปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่ทําข้อตกลงกับลูกค้าในลักษณะเป็นการตัดหรือจํากัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นกับลูกค้า อันเนื่องจากการที่ผู้ประกอบธุรกิจกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคลากร ไม่ได้ดําเนินธุรกิจหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อกําหนดของประกาศนี้

โครงสร้างการบริหารจัดการ ระบบงาน และบุคลากร

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11(( ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการ ระบบงาน

ตลอดจนบุคลากร ที่เหมาะสมและเพียงพอให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความรับผิดชอบ และเป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ ในการดําเนินการดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจอาจให้บุคคลอื่นที่ดําเนินการในงานที่เกี่ยวข้อง

กับการประกอบธุรกิจตามข้อ 12 วรรคสอง หรือผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่ร่วมกันให้บริการต่อลูกค้าตามข้อ 12/1 เป็นผู้ดําเนินการได้

การพิจารณาความเหมาะสมและเพียงพอตามวรรคหนึ่ง ให้คํานึงถึงลักษณะ ขนาด ปริมาณ ความซับซ้อน และความหลากหลาย ของธุรกิจและบริการ ตลอดจนระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวกับธุรกิจและบริการดังกล่าวด้วย

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานต่อสํานักงาน

ตามระยะเวลาที่กําหนด

(1) กรณีเปลี่ยนแปลงระบบงานที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อการประกอบธุรกิจ

หรือเปลี่ยนแปลงผู้ประกอบธุรกิจที่ร่วมกันให้บริการต่อลูกค้า ให้รายงานโดยไม่ชักช้า

(2) กรณีเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการให้บุคคลอื่นดําเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับ

การประกอบธุรกิจ ให้รายงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 โครงสร้างการบริหารจัดการและระบบงานตามข้อ 11 ต้องครอบคลุมอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การกําหนดแผนกลยุทธ์ นโยบาย เป้าหมาย และระเบียบวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจอย่างชัดเจน ครบถ้วน และเข้าใจได้ง่าย

(2)3 การกําหนดโครงสร้างองค์กร บทบาท อํานาจหน้าที่ และความรับผิดชอบในการดําเนินงานของกรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรที่ชัดเจน

(3) ระบบงานที่สามารถรองรับการประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องมีความเหมาะสม น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า และเพื่อให้บุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตรงตามหน้าที่และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทําให้ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

(3/1)(( ระบบงานในการติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้า โดยอย่างน้อยต้องเป็นไปตามข้อกําหนดในข้อ 25/4

(4) ระบบในการตรวจสอบและถ่วงดุลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ

(5) ระบบตรวจสอบและควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ

(6) การบริหารและจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกด้านอย่างรัดกุม โดยต้องมีมาตรการอย่างเพียงพอที่จะป้องกันและจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

(7) ระบบงานและมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยอย่างน้อยต้องเป็นไปตามข้อกําหนดในข้อ 18(2)

(8) ระบบงานในการดูแลการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจ(proprietary trading) ซึ่งเหมาะสมและเพียงพอที่สามารถป้องกันมิให้การลงทุน

(ก) ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจ

(ข) เป็นผลให้การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

(ค) มีลักษณะเป็นการลงทุนที่ไม่เหมาะสมในฐานะผู้มีวิชาชีพ

(ง) ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ลูกค้าหรือความไม่เป็นธรรมกับลูกค้า

(9) ระบบการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า โดย

(ก) ในกรณีที่ทรัพย์สินของลูกค้าอยู่ภายใต้การดูแลรักษาหรือจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ ต้องจัดให้มีระบบการจัดการอย่างเพียงพอในการคุ้มครองทรัพย์สินของลูกค้า และปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศเฉพาะที่กําหนดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

(ข) ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ทรัพย์สินของลูกค้าอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของบุคคลที่สาม ต้องจัดให้มีระบบการรับและส่งมอบทรัพย์สินของลูกค้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับบุคคลที่สามที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถติดตามผลการรับและส่งมอบนั้นได้ โดยระหว่างรอการส่งมอบดังกล่าวหรือรอการลงทุนเพื่อลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีระบบควบคุมดูแลทรัพย์สินของลูกค้าเพื่อมิให้สูญหาย เสียหาย หรือมีการทุจริตในทรัพย์สินของลูกค้า

(10) ระบบงานในการกํากับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจ (compliance)ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการจัดให้มีหน่วยงานกํากับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจ

(11) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ

(12) ระบบการจัดการและจัดเก็บข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตรวจสอบได้ และปลอดภัย โดยอย่างน้อยต้องเป็นไปตามข้อ 14

(13) ระบบงานเพิ่มเติมสําหรับการให้บริการที่มีลักษณะเฉพาะดังต่อไปนี้

(ก) การวิเคราะห์การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนตามข้อ 49

(ข) การให้บริการซื้อขายหน่วยลงทุนแบบไม่เปิดเผยชื่อลูกค้า (omnibus account) ตามข้อ 57

(ค) ระบบงานเพิ่มเติมที่ประกาศอื่นกําหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะให้บุคคลอื่นดําเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่กําหนดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะด้วย

มาตรา ข้อ 12/1

ข้อ 12/1(( ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจรายใดประสงค์จะร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นในการให้บริการแก่ลูกค้าในงานที่เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้การบริการเหมาะสมและสอดคล้องกับประเภทธุรกิจตามใบอนุญาตที่ได้รับ ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งแจ้งให้ลูกค้าทราบ

(1) ทําข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่ร่วมกันให้บริการ

(2) ทําข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายกับลูกค้า

ข้อตกลงหรือสัญญาตามวรรคหนึ่งต้องมีการกําหนดเกี่ยวกับการแบ่งแยกหน้าที่

และความรับผิดชอบในการให้บริการอย่างชัดเจน รวมทั้งลักษณะ ขอบเขต และเงื่อนไข

ในการให้บริการด้วย

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในจํานวนที่เพียงพอกับการประกอบธุรกิจ โดยบุคลากรดังกล่าวต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อย่างเหมาะสมซึ่งสอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีประวัติในทางที่เสื่อมเสีย

ในกรณีที่บุคลากรตามวรรคหนึ่งต้องได้ความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนปฏิบัติหน้าที่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้บุคลากรดังกล่าวผ่านการให้ความเห็นชอบของสํานักงานและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกําหนดด้วย

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในการจัดการและจัดเก็บข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีระบบการจัดการและจัดเก็บที่รัดกุม เป็นระเบียบ และพร้อมนําข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน มาใช้งานหรือตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาอันสมควร

(2) ระบบตาม (1) ต้องสามารถป้องกัน

(ก) การแก้ไข การสูญหาย หรือการถูกทําลาย อย่างไม่เหมาะสม

(ข) การใช้หรือการเข้าถึงข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือขัดกับกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูล ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือข้อมูลที่ไม่เปิดเผยหรือยังไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป

(3) จัดให้มีบุคลากรทําหน้าที่เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบการเก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน และข้อมูล เพื่อให้การจัดการและจัดเก็บข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเป็นไปตามระบบใน (1) และสามารถป้องกันกรณีตาม (2) ได้

(4) ในกรณีที่มีการกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ในประกาศฉบับใดไว้เป็นการเฉพาะ ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วย

การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ลักษณะความขัดแย้งทางผลประโยชน์

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 การกระทําที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้หมายความถึงผลประโยชน์ที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ของบุคคลดังต่อไปนี้

(1) ผลประโยชน์ของลูกค้ากับผู้ประกอบธุรกิจ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ

(2) ผลประโยชน์ระหว่างลูกค้าด้วยกันของผู้ประกอบธุรกิจ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการหลายประเภทหรือหลายลักษณะธุรกิจซึ่งลูกค้าในแต่ละประเภทหรือลักษณะธุรกิจมีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การกระทําที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามหมวดนี้ ให้ครอบคลุมถึงการกระทําของผู้ประกอบธุรกิจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจในลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

(1) แสวงหาประโยชน์โดยให้ลูกค้าเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

(2) ทําธุรกรรมโดยอาศัยข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจล่วงรู้มาจากการประกอบธุรกิจ และข้อมูลดังกล่าวไม่เปิดเผยเป็นการทั่วไป

(3) ได้รับหรือจะได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าในรูปเงิน สิ่งของ หรือบริการจากบุคคลใด ๆ ยิ่งกว่าประโยชน์ปกติที่พึงได้รับจากการประกอบธุรกิจ

(4) ได้รับหรือจะได้รับค่าตอบแทน โดยเอื้อประโยชน์แก่ลูกค้ารายใด ๆ ยิ่งกว่าประโยชน์ของลูกค้าอีกรายหนึ่ง ซึ่งทําให้มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อลูกค้าอีกรายหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มลูกค้าประเภทเดียวกันซึ่งควรจะได้รับบริการที่เท่าเทียมกัน

(5) ไม่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าในแต่ละประเภทหรือลักษณะธุรกิจ ให้ได้รับประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจได้รับประโยชน์จากผลของการให้บริการแก่ลูกค้าหรือการทําธุรกรรมเพื่อลูกค้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่ลูกค้าพึงได้รับ หรือเนื่องจากมีประโยชน์ที่ขัดกันเองระหว่างลูกค้า

(6) ทําธุรกรรมเพื่อลูกค้ากับผู้ประกอบธุรกิจนั้นเองหรือกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มาตรการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดนโยบายป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจ และมีการสื่อสารให้ทั่วถึงในองค์กร รวมทั้งต้องดําเนินการและควบคุมดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 นโยบายป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามข้อ 17ต้องมีสาระอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) กําหนดลักษณะความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจทุกขั้นตอน

(2) กําหนดระบบงานและมาตรการเพื่อป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างน้อยตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ทําให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าแต่ละประเภทจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดสําหรับลูกค้าในแต่ละประเภทนั้น

(ข) สามารถป้องกันได้อย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้มีการใช้ข้อมูลหรือโอกาสจากการให้บริการไปใช้ในทางมิชอบ

(ค) จัดให้หน่วยงานและบุคลากรของหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ แยกส่วนการปฏิบัติงานหรือแบ่งแยกพื้นที่การปฏิบัติงาน และกําหนดวิธีปฏิบัติงานเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่จะเกิดจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานและบุคลากรดังกล่าว

(ง) กําหนดระเบียบปฏิบัติหรือป้องกันการมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

1. การห้ามการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทําที่มีลักษณะตามข้อ 16 เว้นแต่เป็นการทําธุรกรรมที่ประกาศนี้ให้กระทําได้

2. การรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใดจากลูกค้า ผู้ให้บริการ หรือบุคคลอื่น

3. การเปิดบัญชี และการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนของกรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถติดตามและตรวจสอบการลงทุนของบุคคลดังกล่าวได้

(3) มีมาตรการในการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการและระบบงานที่กําหนดไว้ตาม (2)

(4) กําหนดให้มีการทบทวนความเหมาะสมของมาตรการและระบบงานเพื่อป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตาม (2) เป็นประจํา โดยอย่างน้อยต้องทบทวนทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของผู้ประกอบธุรกิจ และรายงานการทบทวนความเหมาะสมดังกล่าวต่อคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจ

(5) มีการกําหนดมาตรการดังต่อไปนี้ สําหรับกรณีที่ปรากฏว่ากรรมการ ผู้บริหารหรือบุคลากรมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระบบงานหรือมาตรการที่กําหนดไว้

(ก) ลงโทษกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคลากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามความเหมาะสม

(ข) เยียวยาความเสียหายหรือชดเชยผลประโยชน์แก่ลูกค้า (ถ้ามี)

(ค) ทบทวนระบบงานและมาตรการดังกล่าว รวมทั้งเสนอการปรับปรุงแก้ไขเพื่อป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระบบงานและมาตรการที่กําหนดไว้

(ง) รายงานการดําเนินการตาม (ก) ถึง (ค) ให้สํานักงานทราบโดยไม่ชักช้า

ธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องห้ามมิให้กระทํา

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่กระทําการที่มีลักษณะเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่กําหนดในข้อ 16 เว้นแต่เป็นการทําธุรกรรมที่ให้กระทําได้ตามส่วนที่ 4 ของหมวดนี้

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่กระทําการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือมีลักษณะเป็นการเอาเปรียบลูกค้าหรือผู้ลงทุนทั่วไป โดยการใช้ข้อมูลหรือโอกาสจากการให้บริการ ในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ทําธุรกรรมเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นก่อนดําเนินการเพื่อลูกค้าโดยอาศัยข้อมูลการสั่งซื้อ ขาย หรือเข้าทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนของลูกค้าหรือการตัดสินใจลงทุนเพื่อลูกค้า (front run)

(2) อาศัยข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์การลงทุนที่ตนเองจัดทําหรือได้รับมาเพื่อจะเผยแพร่ ก่อนมีการเผยแพร่การวิเคราะห์ดังกล่าว เพื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น

(3) ซื้อขายหรือเข้าทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนโดยใช้ข้อมูลภายในที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อผู้ลงทุนทั่วไป หรือเปิดเผยข้อมูลภายในนั้นให้บุคคลอื่นได้ใช้ประโยชน์

เพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง (3) คําว่า “ข้อมูลภายใน” หมายความว่า ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงใด ๆ อันเป็นสาระสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ยังไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่ใช้บัญชีซื้อขายหรือบัญชีเพื่อการทําธุรกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนของลูกค้า เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น

ธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถกระทําได้

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีเหตุอันสมควรที่จะทําธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามข้อ 16(6) ผู้ประกอบธุรกิจจะทําธุรกรรมดังกล่าวได้เมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เป็นธุรกรรมที่คํานึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดสําหรับลูกค้า หรือจําเป็นและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าในสถานการณ์ขณะนั้น

(2) เป็นการทําธุรกรรมในลักษณะที่เป็นธรรมเนียมทางค้าปกติเสมือนเป็นการทําธุรกรรมกับบุคคลทั่วไปที่มิได้มีความเกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษ (at arm’s length transactions)

(3) ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มเติมที่สํานักงานประกาศกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติก่อนการทําธุรกรรม เพื่อให้มีความโปร่งใสหรือเป็นธรรมกับลูกค้า (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 เมื่อผู้ประกอบธุรกิจได้ทําธุรกรรมตามข้อ 22 เรียบร้อยแล้ว ให้เปิดเผยผลการทําธุรกรรมดังกล่าวให้ลูกค้าหรือผู้มีอํานาจกระทําการแทนลูกค้าทราบอย่างเพียงพอและเหมาะสมด้วย

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคล ประสงค์จะทําธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทุน หรือระหว่างลูกค้า ที่อยู่ภายใต้การจัดการของตนเอง (cross trade) ธุรกรรมที่จะทํานั้นต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นธุรกรรมที่มีความเหมาะสมต่อลักษณะ นโยบายการลงทุน และความจําเป็นในการลงทุนของกองทุนหรือลูกค้า ทั้งด้านผู้ซื้อและด้านผู้ขาย

(2)( ยกเลิก

(3) ธุรกรรมดังกล่าวเป็นไปตามข้อ 22

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ในกรณีที่การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจ (proprietary trading) อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับลูกค้าได้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องลงทุนด้วยความระมัดระวังโดยคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าก่อนประโยชน์ของผู้ประกอบธุรกิจ

หมวด 4/1((การติดตามดูแลการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และการกระทําที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_

มาตรา ข้อ 25/1

ข้อ 25/1 นอกจากการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในหมวด 4 การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์แล้ว บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในหมวดนี้ด้วย

มาตรา ข้อ 25/2

ข้อ 25/2 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องจัดให้มีการติดตามดูแลการกระทําของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ โดยการติดตามดูแลดังกล่าวต้องมีความเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการของบริษัทจัดการกองทุนรวมหรือต้องมีการถ่วงดุลการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (1) จัดทําแนวทางในการดําเนินการเพื่อใช้ในการติดตามดูแลการกระทําของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ พร้อมทั้งพิจารณาทบทวนความมีประสิทธิภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ แนวทางในการดําเนินการดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของบริษัทจัดการกองทุนรวม แนวทางในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสาระสําคัญอย่างน้อยดังนี้

(ก) ขอบเขตของการติดตามดูแล โดยอย่างน้อยต้องครอบคลุมในเรื่องดังนี้ 1. การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ และการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินที่ไม่มีราคาตลาดหรือที่ไม่มีสภาพคล่อง

2. วิธีการบริหารจัดการกองทุนรวม

3. การคัดเลือกและติดตามการให้บริการของผู้ให้บริการ

4. การส่งคําสั่งซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงิน

5. การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากกองทุนรวมหรือผู้ถือหน่วยลงทุน

6. การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์

(ข) วิธีการในการติดตามดูแล

(ค) ระยะเวลาในการติดตามดูแล

(ง) ผู้ดําเนินการติดตามดูแลตามขอบเขตที่กําหนดไว้ใน (ก)

(2) จัดทําความเห็นอย่างน้อยในเรื่องดังนี้

(ก) นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่จะเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทจัดการกองทุนรวมหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของบริษัทจัดการกองทุนรวม โดยจัดทําความเห็นทุกครั้งที่มีการทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว

(ข) การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ วิธีการจัดการ หรือข้อผูกพัน ในกรณีที่ต้องได้รับมติพิเศษตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน และการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

(3) รายงานผลการดําเนินการตาม (1) เสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทจัดการกองทุนรวมและจัดส่งให้สํานักงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

ในกรณีที่พบการกระทําของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัทจัดการกองทุนรวมและสํานักงานภายใน 7 วันทําการนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการกระทําดังกล่าว รายงานผลการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสาระสําคัญอย่างน้อยดังนี้ (ก) เรื่องที่ติดตามดูแล

(ข) ผลการติดตามดูแล

(ค) แนวทางการแก้ไข (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ 25/3

ข้อ 25/3 ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดส่งความเห็นตามข้อ 25/2 (2)(ข) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนพร้อมกับการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน

(2) เปิดเผยข้อมูลตามข้อ 25/2 (3) วรรคหนึ่ง ผ่านช่องทางที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเข้าถึงได้โดยง่ายภายในไตรมาสที่ 1 ของทุกปี

การติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้า

มาตรา ข้อ 25/4

ข้อ 25/4(( ในการติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีระบบงานเพื่อรองรับการติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้า ที่ทําให้มั่นใจว่าช่องทางการติดต่อและให้บริการ การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบ และบุคลากรที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบธุรกิจ มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยงและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแต่ละประเภท โดยคํานึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า รวมทั้งมีการกํากับดูแลให้การติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้าเป็นไปตามระบบงานที่ผู้ประกอบธุรกิจกําหนดขึ้นด้วย

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 ในการติดต่อหรือให้บริการแก่ลูกค้ารายใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้ให้ลูกค้าทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ และพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการดังกล่าว

(1) ข้อมูลโดยทั่วไปของผู้ประกอบธุรกิจ

(2) ลักษณะ ขอบเขต และเงื่อนไขการให้บริการที่เสนอต่อลูกค้า

(3) ช่องทางการให้บริการ และการติดต่อสื่อสาร

(4) สิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไข ที่ลูกค้ามีหรือต้องปฏิบัติเมื่อใช้บริการ

(5) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ถ้ามี)

(6) วิธีปฏิบัติระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นไปตามกฎหมาย ประกาศที่เกี่ยวข้อง และวิธีปฏิบัติที่ผู้ประกอบธุรกิจกําหนดขึ้น

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 การติดต่อหรือให้บริการแก่ลูกค้า การแจ้งเตือนเรื่องต่าง ๆ หรือการให้ลูกค้าลงนามรับทราบหรือยอมรับการให้บริการหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้อยู่ในรูปเอกสารหรือรูปแบบที่สามารถจัดเก็บข้อมูลและตรวจดูข้อมูลได้

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่มีระบบการควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม รวมทั้งกระทําในเวลาที่เหมาะสม โดยข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารต้องชัดเจน น่าเชื่อถือ และไม่ทําให้ลูกค้าสําคัญผิด

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีการประกอบธุรกิจอื่นหรือให้บริการอื่นนอกเหนือจากการให้บริการเกี่ยวกับการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนด้วยผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้การให้บริการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1)(( มีการแบ่งแยกพื้นที่ในการติดต่อหรือให้บริการลูกค้าออกจากพื้นที่การประกอบธุรกิจอื่นหรือให้บริการอื่นอย่างเป็นสัดส่วน และจัดให้มีป้ายหรือแสดงสัญลักษณ์ให้ลูกค้าเห็นได้อย่างชัดเจน

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับสาขาเฉพาะออนไลน์ที่มีการระบุถึงการให้บริการเกี่ยวกับการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ทําให้ลูกค้าสามารถทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการให้บริการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

(2) จัดให้บุคคลที่ทําหน้าที่ติดต่อหรือให้บริการแก่ลูกค้าแสดงตนต่อลูกค้าว่าเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบธุรกิจให้ทําหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั้งนี้ ต้องแสดงตนตามวิธีการและช่องทางที่ผู้ประกอบธุรกิจกําหนด

มาตรา ข้อ 29/1

ข้อ 29/1(( มิให้นําความในหมวดนี้มาใช้บังคับกับการติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้าสําหรับกองทุนรวมเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน เว้นแต่ ข้อ 30 วรรคหนึ่ง (1) ข้อ 31(1) ข้อ 32 ข้อ 37 ข้อ 43 และข้อ 44

การรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 ก่อนเริ่มให้บริการแก่ลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) ทําความรู้จักลูกค้า

(2) จัดประเภทลูกค้า

(3) ประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน

(4) พิจารณาความสามารถของลูกค้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้บริการ

ในกรณีที่ลูกค้าเป็นสมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการเฉพาะวรรคหนึ่ง (3) ในการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมสําหรับการเป็นสมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 ในการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 30ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลของลูกค้าอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง และข้อมูลของผู้มีอํานาจกระทําการแทนบุคคลดังกล่าว (ถ้ามี)

(2) ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถและแหล่งที่มาของรายได้ที่นํามาใช้ในการชําระหนี้และการวางหลักประกันของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะใช้บริการที่จําเป็นต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย

(3) ข้อมูลอื่น ๆ อย่างน้อย ดังนี้

(ก)( ฐานะทางการเงิน และในกรณีที่เป็นการให้บริการที่จําเป็นต้องใช้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้า (asset profile) ประกอบการให้บริการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวด้วย

(ข) ประสบการณ์ในการลงทุนหรือการทําธุรกรรม

(ค) ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนหรือการทําธุรกรรม

(ง) วัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการทําธุรกรรม

(จ) ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ในการทําความรู้จักกับลูกค้า ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาข้อมูลที่ได้ตามข้อ 31 เพื่อระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

ในกรณีที่ลูกค้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล หรือข้อมูลที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอหรือไม่เป็นปัจจุบันอย่างมีนัยสําคัญ หรือมีเหตุอันควรสงสัยอื่นใด ที่อาจทําให้ไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงได้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิเสธการให้บริการ

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33( ในการจัดประเภทลูกค้า ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาข้อมูลที่ได้รับตามข้อ 31 เพื่อให้สามารถนําเสนอบริการที่สอดคล้องกับประเภทลูกค้า วัตถุประสงค์ในการลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของลูกค้า รวมทั้งให้ข้อมูลและคําเตือนที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละประเภท

ในกรณีที่ลูกค้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล หรือข้อมูลที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอหรือไม่เป็นปัจจุบันอย่างมีนัยสําคัญ หรือมีเหตุอันควรสงสัยอื่นใด ที่อาจทําให้ไม่สามารถจัดประเภทลูกค้าได้ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการลูกค้าโดยจัดเป็นประเภทลูกค้าทั่วไป

เมื่อได้ทําการจัดประเภทลูกค้าแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงผลการจัดประเภทของลูกค้า และต้องแจ้งให้ทราบถึงสิทธิ ข้อจํากัดสิทธิ และระดับความเสี่ยง ของลูกค้าแต่ละประเภทด้วย รวมทั้งแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าอาจขอเปลี่ยนประเภทเพื่อรับการบริการเช่นเดียวกับประเภทลูกค้าทั่วไปได้

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34( ในการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาข้อมูลที่ได้ตามข้อ 31 เพื่อให้สามารถนําเสนอบริการเกี่ยวกับการลงทุนหรือการทําธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการให้บริการแก่ลูกค้าดังต่อไปนี้ ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมของลูกค้าก็ได้

(1) ลูกค้าเป็นผู้ลงทุนสถาบัน

(2) ลูกค้าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะไม่รับการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรม

(3) ลูกค้าประสงค์จะลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทหุ้นหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น โดยลูกค้าเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่แล้วในวันที่ทําการลงทุน หรือในวันที่ได้รับสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น

(4) ลูกค้าประสงค์จะลงทุนโดยการจองซื้อผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ซึ่งลูกค้าได้รับสิทธิในการจองเนื่องจากมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ประกอบกัน

(ก) ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนนั้นมีความเสี่ยงไม่เกินกว่าระดับความเสี่ยงในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทหุ้น

(ข) ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนนั้นเสนอขายโดยบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งได้รับอนุญาตจากสํานักงานให้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรกและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนสําหรับการเสนอขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว หรือเสนอขายโดยบริษัทจดทะเบียนอื่น

(ค) บริษัทจดทะเบียนที่ลูกค้าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั้น มีการถือหุ้นในบริษัทตาม (ข)

(ง) ลูกค้าประสงค์จะลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนนั้นเพื่อรักษาสิทธิที่ได้รับมาในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้เสนอสิทธิให้แก่ลูกค้านั้นจะเป็นบริษัทจดทะเบียนนั้นที่ลูกค้าเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นบริษัทที่เสนอขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนตาม (ข) ก็ตาม

(5) ลูกค้าประสงค์จะลงทุนโดยการจองซื้อผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงิน หรือพันธบัตร ที่ออกใหม่ โดยลูกค้าได้ลงนามยืนยันในเอกสารประกอบการจองซื้อหลักทรัพย์แล้วว่าได้ผ่านการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นมาแล้วไม่เกินกว่าสองปีก่อนวันที่ทําการลงทุน

เมื่อได้ทําการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนของลูกค้าตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งผลการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรม พร้อมทั้งให้คําแนะนําเบื้องต้นเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจความสําคัญในการจัดสรรและกําหนดสัดส่วนการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เหมาะสม(basic asset allocation) โดยพิจารณาจากการประเมินความเหมาะสมดังกล่าว

การจัดทําคําแนะนําเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดสรรและกําหนดสัดส่วนการลงทุนตามวรรคสอง ต้องกระทําโดยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และเป็นไปตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับ

มาตรา ข้อ 34/1

ข้อ 34/1( ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเสนอขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงินเพียงประเภทเดียวเท่านั้น ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมของลูกค้าก็ได้

มาตรา ข้อ 34/2

ข้อ 34/2(( ในการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทหุ้นของบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจํากัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และการเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ให้ผู้ประกอบธุรกิจประเมินความเหมาะสมดังกล่าวของลูกค้าที่เป็นผู้ลงทุนตามภาคผนวกท้ายประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจํากัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์และการเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ดังต่อไปนี้

(1) บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทในลักษณะใดลักษณะหนึ่งตาม 25.

(2) ผู้ลงทุนตาม 26. เว้นแต่ผู้ลงทุนนั้นเป็นนิติบุคคลและแสดงเจตนาที่จะไม่รับการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรม

มาตรา ข้อ 34/3

ข้อ 34/3(( ในการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นหลักทรัพย์สําหรับลูกค้าที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันเฉพาะในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์นั้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมของลูกค้าดังกล่าวด้วย

(1) กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน

(2) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

(3) บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม

ผู้ลงทุนสถาบันซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งข้างต้น ซึ่งพ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมของลูกค้าได้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิเสธการให้บริการ เว้นแต่ในกรณีที่ลูกค้าเป็นสมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพและดําเนินการเท่าที่จําเป็นเพื่อให้สมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพทราบถึงประโยชน์และความจําเป็นในการประเมินความเหมาะสมในการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ 35/1

ข้อ 35/1( ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้ลูกค้าลงทุนหรือทําธุรกรรมให้เป็นไปตามผลการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือคําแนะนําเกี่ยวกับการจัดสรรและกําหนดสัดส่วนการลงทุนตามข้อ 34

ในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะลงทุนหรือทําธุรกรรมโดยไม่เป็นไปตามผลการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือคําแนะนําเกี่ยวกับการจัดสรรและกําหนดสัดส่วนการลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการใด ๆ เพื่อให้ลูกค้าตระหนักถึงความเสี่ยงจากการลงทุนหรือทําธุรกรรมดังกล่าว

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 ในการพิจารณาความสามารถของลูกค้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาข้อมูลที่ได้ตามข้อ 31 เพื่อให้สามารถนําเสนอบริการที่สอดคล้องกับความสามารถดังกล่าวของลูกค้า

ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินหรือพบข้อจํากัดเกี่ยวกับความสามารถของลูกค้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้บริการไม่ว่าในขณะใด ๆ ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิเสธการให้บริการหรือจํากัดขอบเขตการให้บริการ

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงข้อมูลที่ได้รับตามข้อ 31 ให้เป็นปัจจุบันในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือมีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง และต้องมีระบบการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวที่ทําให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนําข้อมูลนั้นมาใช้ประกอบการให้บริการกับลูกค้าได้โดยไม่ชักช้า

การวิเคราะห์และการแนะนําการลงทุนให้กับลูกค้า

มาตรา ข้อ 38

ข้อ 38 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะทําการวิเคราะห์และการแนะนําการลงทุนให้กับลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีบุคลากรที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามข้อ 13 เป็นผู้ทําหน้าที่ดังกล่าว หรือดําเนินการให้ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มีบุคลากรที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามข้อ 13 เป็นผู้ดําเนินการดังกล่าวแทน หรือจัดให้มีช่องทางที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับบุคลากรที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามข้อ 13 ให้ทําหน้าที่ดังกล่าว

(2) พิจารณาความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนของลูกค้าตามข้อมูลที่ได้จากการจัดประเภทลูกค้าและการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนตามข้อ 33 และข้อ 34

(3) ดําเนินการให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่จะแนะนําให้แก่ลูกค้าหรือที่ลูกค้าสนใจลงทุน โดยมีข้อมูลอย่างน้อยตามข้อ 42 อย่างเพียงพอ ไม่บิดเบือน และไม่ทําให้สําคัญผิด

(4) ดําเนินการให้มีการแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนหรือข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน รวมทั้งเอกสารสรุปข้อมูลสําคัญของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน (fact sheet) แก่ลูกค้า ให้เป็นไปตามหน้าที่ซึ่งผู้ออกผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนต้องปฏิบัติ

(5) ดูแลให้บริการเกี่ยวกับการลงทุนหรือการทําธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนเป็นไปตามความประสงค์ของลูกค้า โดยอย่างน้อยผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(ก) มีการให้คําแนะนําเกี่ยวกับบริการหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแก่ลูกค้าอย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมเหตุสมผล และไม่ทําให้สําคัญผิด

(ข) มีกระบวนการที่ทําให้มั่นใจว่าลูกค้าเข้าใจลักษณะ ความเสี่ยง และผลตอบแทนของบริการหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนเป็นอย่างดี ก่อนตัดสินใจใช้บริการ

(6) ไม่เร่งรัดให้ลูกค้าตัดสินใจลงทุน โดยต้องให้เวลาลูกค้าอย่างเพียงพอที่จะทําให้ลูกค้าศึกษาข้อมูลและตัดสินใจใช้บริการ

ผู้ประกอบธุรกิจต้องควบคุมและป้องกันมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูลซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้องจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการเกี่ยวกับการลงทุนหรือทําธุรกรรมของลูกค้า จนกว่าจะได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในระหว่างรอการตรวจสอบ ผู้ประกอบธุรกิจต้องเตือนให้ลูกค้าใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาตัดสินใจลงทุนหรือทําธุรกรรมด้วย

มาตรา ข้อ 39

ข้อ 39( ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการให้คําแนะนําแก่ลูกค้าโดยบุคลากรต่างประเทศ ให้นําประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการให้บริการแก่ลูกค้าในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวกับการมอบหมายให้บุคลากรจากต่างประเทศเข้ามาให้ข้อมูลหรือคําแนะนําเกี่ยวกับการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศแก่ลูกค้า มาใช้บังคับกับกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการให้คําแนะนําแก่ลูกค้าโดยบุคลากรจากต่างประเทศ โดยอนุโลม

77 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 35/2556 เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับประมวล) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_52e8d8ca492a2153

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com