法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส และตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส

และตำบลสุไหงโก-ลก

อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

พ.ศ.

๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ

เริ่มต้นจากจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส บรรจบกับแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทย กับประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย

ทิศตะวันออก เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยกับประเทศ สหพันธรัฐมาเลเซีย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

ทิศใต้

เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

ทิศตะวันตก

เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส บรรจบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำบางนรา แปลงที่ ๒ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เลียบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำบางนรา

แปลงที่ ๒ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศเหนือ

บรรจบกับแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอสุไหงปาดี

และเลียบแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก กับอำเภอสุไหงปาดี

จนบรรจบกับแนวเขตด้านเหนือ

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ เริ่มต้นที่ริมถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก และเป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับถนนทรายทอง ๔ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๗ บรรจบถนนชวนะนันท์ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก เลียบริมถนนชวนะนันท์ ฟากตะวันตก ไปทางทิศใต้ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๗ ฟากเหนือ

ทิศใต้

เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๗ ฟากเหนือ ถนนทรายทอง ๔ ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก เลียบริมถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก ไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออก จนบรรจบกับจุดเริ่มต้น

๒.๒

ทิศเหนือ

เริ่มต้นที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ฟากใต้ ตรงจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ฟากใต้ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ และถนนประชาวิวัฒน์ ไปทางทิศตะวันออก บรรจบถนนรักษ์ชนะอุทิศ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก เลียบถนนรักษ์ชนะอุทิศ ฟากตะวันตก ไปทางทิศใต้ ถึงจุดที่อยู่ตามแนวขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ระยะ ๓๐๐ เมตร

ทิศใต้ เป็นเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ระยะ ๓๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตก ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดบรรจบของถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันตก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๖ ระยะ ๕๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก เป็นเส้นตั้งฉากไปทางทิศเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๓ ทิศเหนือ เริ่มต้นที่จุดที่ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ บรรจบกับถนนเจริญเขต ฟากตะวันออก เป็นเส้นเลียบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออก บรรจบแนวขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเจริญเขต

ทิศตะวันออก เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเจริญเขต ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านคูน้ำสาธารณประโยชน์ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทิศใต้

จดเส้นเลียบริมถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก ไปทางทิศเหนือ จดริมถนนเจริญเขต ฟากใต้

ทิศตะวันตก เลียบริมถนนเจริญเขต ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับจุดเริ่มต้น

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส และตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๕๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๖๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๖๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒.

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป

ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔.

มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๓ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ

๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบ]

๑.

แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ

ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส และตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พ.ศ.

๒๕๔๗

(ดูข้อมูลภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส และตำบลสุไหงโก-ลก

อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒ บัญญัติว่า

ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป

เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศุภชัย/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘

ฐิติพงษ์/พัชรินทร์/ตรวจ

๓๑

พฤษภาคม ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๕๑ก/๑๒๕/๓ กันยายน

๒๕๔๗

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลปูโยะ ตำบลมูโนะ ตำบลปาเสมัส และตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_52ed95dc152a15b3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com