ข้อ ๑๔
ขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาต
(๑) ผู้รับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๕ วรรค ๒ และ ข้อ ๗
ตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต
(๒) ผู้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง
จะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้
หรือจะโอนสิทธิในใบอนุญาตไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนให้กับบุคคลอื่นอันทำให้มีผลกระทบต่อการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตไม่ได้
แต่อาจแบ่งเวลาให้ผู้อื่นเช่าเวลาดำเนินรายการบางช่วงเวลาได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
(๓) ผู้รับใบอนุญาตสามารถให้บริการส่งข่าวสารสาธารณะหรือรายการไปยังเครื่องรับที่สามารถรับชม
หรือรับฟังการให้บริการนั้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะส่งโดยผ่านระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย
ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่น ระบบใดระบบหนึ่งหรือหลายระบบรวมกัน
หรือการให้บริการอื่นทำนองเดียวกันที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์
(๔)
ผู้รับใบอนุญาตต้องเริ่มดำเนินการเพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ตามแผนการให้บริการ
หรือแผนการลงทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ
(๕) ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการอนุญาตและหากประสงค์จะเลิกการให้บริการก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ
จะต้องแจ้งเหตุแห่งการเลิกการให้บริการพร้อมทั้งกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการ
ให้คณะกรรมการเห็นชอบล่วงหน้าก่อนเลิกกิจการโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก่อนเลิกกิจการ
(๖)
ผู้รับใบอนุญาตจะพักหรือหยุดการให้บริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ได้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
(๗)
ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งและรับรองข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มให้บริการ
ดังนี้
(๗.๑) ชื่อผู้อำนวยการสถานี เจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานี
และผู้ดำเนินรายการ (ถ้ามี)
(๗.๒) ผังรายการที่ใช้ในการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของสถานี
โดยให้มีข้อมูล ชื่อรายการ ช่วงเวลาที่จะให้บริการ กำหนดเวลาออกอากาศประจำวัน
สัดส่วนของประเภทรายการลักษณะประเภทของรายการ ที่มาของรายการ ภาษาที่ใช้
โดยให้เสนอผังรายการอย่างน้อยสิบห้าวันก่อนเริ่มให้บริการ ทั้งนี้ การจัดทำผังรายการ
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท
(๗.๓) เอกสาร หลักฐาน
หรือหนังสือรับรองการแพร่ภาพหรือกระจายเสียงของรายการที่ไม่มีลักษณะเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๗.๔)
ระบบหรือวิธีการที่จะใช้เป็นช่องทางการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
(๘) ผู้รับใบอนุญาตจะออกอากาศรายการที่มิได้กำหนดไว้ในผังรายการมิได้
เว้นแต่จะได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงผังรายการพร้อมด้วยเหตุผลให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันหรือเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็น
เหตุสุดวิสัย
ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอาจออกอากาศแตกต่างจากผังรายการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้
หรือเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของทางราชการโดยแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันทีที่สามารถกระทำได้
(๙) ผู้รับใบอนุญาตต้องแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย
เป็นผู้อำนวยการสถานีประจำแต่ละสถานีเพื่อควบคุมดูแลให้มีการออกอากาศให้เป็นไปตามที่ได้รับใบอนุญาต
และจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของสถานีให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดในการกระทำของผู้อำนวยการสถานีที่ได้กระทำไปในการควบคุม
ดูแลและบริหารกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์เสมือนเป็นการกระทำของตนเองเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าว
ตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วยและได้ใช้ความระมัดระวังในการป้องกันตามสมควรแล้ว
การเปลี่ยนแปลงผู้อำนวยการสถานี
ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้คณะกรรมการทราบภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
(๑๐) ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการคัดเลือก จัดหา
กำกับดูแลรายการเนื้อหารายการใด ๆ
รวมถึงการประกาศหรือการโฆษณาที่ให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาชีพและจริยธรรมของสื่อ
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีผู้ดำเนินรายการ
เพื่อทำหน้าที่ประกาศหรือแจ้งข้อความ ที่แพร่ภาพหรือกระจายเสียง
ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการสรรหาหรือคัดเลือกผู้ดำเนินรายการที่สามารถอ่าน
พูด และออกเสียง อักขระวิธี หลักภาษาได้อย่างเหมาะสม ตามมาตรฐานที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๑๑) ผู้รับใบอนุญาตต้องตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุง
หรือระงับรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร
หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง
(๑๒)[๒]
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการบันทึกรายการที่ได้ให้บริการหรือแพร่ภาพกระจายเสียงไปแล้วโดยอาจบันทึกไว้ในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์อย่างอื่นหรือด้วยวิธีการใด
ๆ ที่สามารถถ่ายทอดกลับมาเป็นรายการนั้นได้
และเก็บรักษาไว้เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบได้
โดยระยะเวลาการจัดเก็บสำหรับกิจการโทรทัศน์ต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
สำหรับกิจการกระจายเสียงต้องไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน ทั้งนี้ การบันทึกรายการดังกล่าวจะต้องไม่ดำเนินการแก้ไขหรือดัดแปลงให้แตกต่างจากรายการที่ให้บริการหรือแพร่ภาพกระจายเสียง
(๑๓) ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการแพร่ภาพหรือกระจายเสียง
แจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบในกรณีที่มีภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉิน
หรือกรณีซึ่งมีความจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ
เมื่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๑๔) ผู้รับใบอนุญาตต้องมีหรือได้รับสิทธิในการเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลง
แก้ไข
หรือสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดที่จำเป็นก่อนการนำรายการมาให้บริการหรือแพร่ภาพกระจายเสียง
ทำซ้ำ แก้ไข ดัดแปลงหรือก่อนการกระทำการอื่นใด
และต้องได้รับสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญาที่จำเป็นในงานที่เป็นงานประกอบอื่นที่ติดมากับรายการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้
คณะกรรมการมีสิทธิเรียกให้ผู้รับใบอนุญาตส่งเอกสาร หรือหลักฐานการได้รับสิทธิดังกล่าว
(๑๕) กรณีผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะประกอบกิจการเพื่อการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพิ่มเติม
ภายหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว
ให้ผู้รับใบอนุญาตขอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาโดยให้นำความในข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ
๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้
การอนุญาตดังกล่าวผู้รับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการในส่วนที่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการกำหนด
(๑๖)
การหารายได้จากการโฆษณาให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
(๑๖.๑)
การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ให้เป็นไปตามภาคผนวก ก
ภาคผนวก ข หรือ ภาคผนวก ค
(๑๖.๒)
การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการอื่น
ให้หารายได้จากการโฆษณาและการบริการธุรกิจ ได้ไม่เกินชั่วโมงละหกนาที
โดยเมื่อรวมเวลาโฆษณาและการบริการธุรกิจตลอดทั้งวันเฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินชั่วโมงละห้านาที
(๑๖.๓)
การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการอื่น
การหารายได้จากการโฆษณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๑๗) ผู้รับใบอนุญาตจะต้องกำหนดอัตราค่าบอกรับสมาชิกที่สมเหตุสมผล
และไม่เป็นการค้ากำไรเกินควรและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าบริการตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้
โดยให้คำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค และการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม
(๑๘) ผู้รับใบอนุญาตให้บริการทางธุรกิจ จะต้องจัดให้มีสัญญาการให้บริการที่เป็นมาตรฐานตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
(๑๙)
ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย
หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้รับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับใบอนุญาตสละสิทธิในการขอรับใบอนุญาต
กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียม
ให้ถือว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นผลนับถัดจากวันครบกำหนดการชำระค่าธรรมเนียมโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก่อนเลิกกิจการ
(๒๐) ในรอบระยะเวลาบัญชีของปี
ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานแสดงจำนวนผู้รับบริการรายงานแสดงสถานะทางการเงินส่งให้สำนักงาน
กสทช. ทุกสิ้นปีงบประมาณ
(๒๑) ผู้รับใบอนุญาตให้บริการทางธุรกิจ ต้องนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในอัตราร้อยละ ๒ ของรายได้
ก่อนหักรายจ่ายที่ได้จากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม
และรายได้อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตตามประกาศฉบับนี้
หรือตามอัตราและระยะเวลาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด
ผู้รับใบอนุญาตที่ประกอบกิจการบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ทางธุรกิจแบบบอกรับสมาชิกเงินรายปีตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนวณจากค่าสมาชิก รายได้จากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อมและรายได้อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ทางธุรกิจแบบบอกรับสมาชิกที่เรียกเก็บก่อนหักรายจ่าย
ซึ่งได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้
(๒๒) ผู้รับใบอนุญาตที่ใช้คลื่นความถี่
หากถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ให้ถือว่าถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์
และใบอนุญาตให้มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคม
ที่ใช้ในการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่นั้นด้วย
(๒๓) ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
โดยใช้โครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเท่านั้น
(๒๔) ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป
มีหน้าที่ส่งผ่านสัญญาณการให้บริการโทรทัศน์ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปหรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๒๕)
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตจะควบรวมกิจการหรือเข้าร่วมกันเป็นบริษัทคู่ค้ากับผู้รับใบอนุญาตรายอื่น
หรือมีการทำสัญญาใดที่ให้ผู้รับใบอนุญาตอีกฝ่ายมีอำนาจควบคุมกำกับดูแล
หรือสั่งการหรือกระทำการแทนคู่สัญญาอีกฝ่ายที่เป็นผู้รับใบอนุญาต
หรือล่วงรู้ข้อมูลทางการค้าของผู้รับใบอนุญาตอีกฝ่ายอันมีลักษณะที่เป็นหรืออาจเป็นการกีดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาดจะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
(๒๖) ผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า
และจะต้องไม่กระทำการใดที่คณะกรรมการเห็นว่ามีวัตถุประสงค์หรือมีผลกระทบ
หรืออาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรมอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาต
โดยอาจมีลักษณะ ดังนี้
(๒๖.๑) การเข้าทำสัญญา หรือความตกลงอื่นใดโดยสมรู้กัน
หรือดำเนินการร่วมมือกับบุคคลอื่นอันส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์การแข่งขันของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นและผู้บริโภค
(๒๖.๒)
การเข้าทำสัญญาหรือความตกลงกับบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับค่าบริการหรือค่าธรรมเนียม
อันมีลักษณะเป็นการทำลาย กีดกัน บั่นทอน หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
(๒๖.๓) การเข้าจัดการโดยมีผล
หรืออาจมีผลเป็นการกีดกันไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตรายใดรายหนึ่งเข้าถึงการให้บริการ
(๒๖.๔) การดำเนินการอื่นใดอันมีผลทำให้มีการอุดหนุนการบริการ
การอุดหนุนไขว้ การทุ่มตลาด การกำหนดราคาต่ำกว่าต้นทุน การกำหนดราคา
ที่มีผลทำให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นไม่สามารถแข่งขันได้หรือเลือกปฏิบัติในทางราคา
(๒๗) ในกรณีที่มีเหตุสำคัญหรือจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
หรือกฎหมายหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป
คณะกรรมการมีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมขอบเขตและเงื่อนไขในการอนุญาตได้ตามความจำเป็น
(๒๘)
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการคุ้มครองผู้ใช้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๒๙) ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบริการสำหรับคนพิการ
และคนด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป
หรือตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๓๐)
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัด