ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
เรื่อง
ขอเชิญองค์กรเอกชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
เพื่อเสนอชื่อผู้แทนเข้าร่วมคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓
บัญญัติให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดปัจจุบันซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๑๒
พฤษภาคม ๒๕๕๘ จึงเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดใหม่ให้เป็นไปตามมาตรา
๒๐ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยมาตรา ๒๐
วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสองของพระราชบัญญัติดังกล่าว
ได้บัญญัติให้มีกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมายจากผู้แทนองค์กรเอกชนที่ดำเนินการโดยมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน
ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักด้านแรงงาน ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
และด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
มาร่วมคัดเลือกกันเองให้เหลือด้านละหนึ่งคนรวมเป็นสี่คน
โดยองค์กรดังกล่าวต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายกำหนด
และหากองค์กรใดมีวัตถุประสงค์หลักหลายด้านให้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกในด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้ออกระเบียบสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อให้องค์กรเอกชนที่ดำเนินการโดยมิใช่เป็นการหากำไร
หรือรายได้มาแบ่งปันกันในด้านต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
มาขึ้นทะเบียนแสดงตนและเสนอชื่อผู้แทนขององค์กรเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ และข้อ ๗
ของระเบียบสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๗ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
๑. คุณสมบัติองค์กรเอกชน
ต้องเป็นองค์กรเอกชนที่ดำเนินการโดยมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกันซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักด้านใดด้านหนึ่ง
ตามมาตรา ๒๐ (๓) ดังต่อไปนี้
(๑) ด้านแรงงาน ได้แก่
องค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานของบุคคลที่เป็นแรงงานในระบบ
แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ และลูกจ้าง
(๒) ด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่
องค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ
ความเสมอภาคระหว่างเพศและบุคคล การยุติธรรม การส่งเสริมประชาธิปไตย การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
(๓) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่
องค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองผู้บริโภค
ผู้ซื้อ ผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ
รวมถึงผู้ใช้สินค้าและบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้เสียค่าตอบแทน
(๔) ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้แก่
องค์กรเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
หรือการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิชุมชนในการจัดการ การบำรุงรักษา
และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
อย่างสมดุลและยั่งยืนหรือองค์กรเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสวัสดิการและสุขภาวะของบุคคล
เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ครอบครัว กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส
กลุ่มคนชายขอบ
ทั้งนี้
องค์กรเอกชนที่มีสิทธิได้รับการขึ้นทะเบียนเพื่อเสนอชื่อผู้แทนได้ต้องเป็นองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย
หรือการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปกฎหมาย
อย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาจนถึงวันประกาศนี้
๒. การขึ้นทะเบียน
๒.๑ วันและเวลา
ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘
ในวันและเวลาราชการ
๒.๒ สถานที่และวิธีการยื่นเอกสาร
ให้องค์กรเอกชนที่มีคุณสมบัติตามระเบียบที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายกำหนด
ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง
ต่อสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เลขที่ ๙๙ หมู่ ๔ อาคารซอฟต์แวร์ พาร์ค ชั้น ๑๕
ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
๒.๓ เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่น
องค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนต้องยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นผู้แทนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ พร้อมทั้งแนบเอกสารหรือสำเนาเอกสารตามรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) หนังสือรับรองหรือหนังสือสำคัญแสดงความเป็นนิติบุคคล
(๒) ตราสารหรือข้อบังคับ หรือหลักฐานที่แสดงถึงวัตถุประสงค์
ข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์กร
(๓) บัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นกรรมการขององค์กรเอกชนหรือผู้บริหาร
ที่อยู่ พร้อมทั้งประวัติของบุคคลดังกล่าว
(๔) รายงานผลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ในรอบ ๒
ปีที่ผ่านมาพร้อมสำเนาหลักฐานซึ่งแสดงถึงผลการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย
หรือการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปกฎหมาย อย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์
(๕) รายงานทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา
พร้อมหลักฐานรับรองของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
(๖)
รายงานการประชุมหรือบันทึกข้อตกลงของคณะกรรมการองค์กรเอกชนหรือผู้บริหารซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ที่จะขอขึ้นทะเบียน
พร้อมระบุรายชื่อผู้แทนที่จะมาได้รับเลือกเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
(๗) หนังสือสำคัญที่แสดงว่าผู้ลงลายมือชื่อในแบบคำขอขึ้นทะเบียน
เป็นผู้แทนองค์กรเอกชนตาม (๖) พร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นใดที่ออกให้โดยทางราชการ
เอกสารข้างต้นต้องรับรองความถูกต้องโดยบุคคลผู้ลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนองค์กรเอกชน
ตามที่กำหนดในตราสารหรือข้อบังคับหรือระเบียบขององค์กรเอกชนนั้น
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นใดที่ออกให้โดยทางราชการของผู้มีอำนาจกระทำการแทน
๓. การตรวจสอบและการประกาศรายชื่อ
๓.๑
คณะทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแต่งตั้งจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบการขอขึ้นทะเบียนเพื่อเสนอเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายพิจารณา
กรณีองค์กรเอกชนใดไม่มีคุณสมบัติหรือจัดส่งเอกสารหลักฐาน ไม่ครบถ้วนถูกต้อง
เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียน
๓.๓
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะประกาศผลการรับขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนที่มีคุณสมบัติและยื่นเอกสารหลักฐานการสมัครครบถ้วนตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๗ ภายใน ๒๐ วัน นับแต่วันสิ้นสุดการขอขึ้นทะเบียน โดยปิดประกาศให้ทราบ ณ
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เลขที่ ๙๙ หมู่ ๔ อาคารซอฟต์แวร์ พาร์ค ชั้น ๑๕ ถนนแจ้งวัฒนะ
ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และทางเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ที่ www.lrct.go.th
อนึ่ง
องค์กรที่สนใจและมีคุณสมบัติข้างต้นสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lrct.go.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ ๕๐๒ ๖๐๐๐ ต่อ ๘๓๘๑
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ลัดดาวัลย์
ตันติวิทยาพิทักษ์
เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แบบการขอขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนตามข้อ ๗
ของระเบียบสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๘
วันทิตา/ผู้ตรวจ
๕ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑ ง/หน้า ๖/๕ มกราคม ๒๕๕๘