法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม ๒๕๕๗ และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนมีนาคม 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ระหว่างเดือนตุลาคม

๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗[๑]

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๖ วรรค ๒

กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน

๖๐ วัน หลังจากวันสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี

โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ

วันสิ้นเดือนดังกล่าว

รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม

และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนตามลำดับ

กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗

และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

ดังนี้

ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ มีจำนวน ๕,๕๕๐,๓๙๐.๘๗ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๖.๐๗

ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) โดยเป็นหนี้ของรัฐบาลกู้โดยตรง จำนวน ๓,๙๑๙,๓๙๘.๒๘ ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน จำนวน ๑,๐๙๑,๘๙๔.๙๑ ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน

(รัฐบาลค้ำประกัน) จำนวน ๕๓๒,๑๘๓.๔๗ ล้านบาท

และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน ๖,๙๑๔.๒๑ ล้านบาท ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้นไม่มีหนี้คงค้าง

รายละเอียดดังปรากฏตามตารางที่ ๑

หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว ๕,๔๒๘,๗๒๐.๙๘ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น ๑๒๑,๖๖๙.๘๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๗.๘๑ และร้อยละ ๒.๑๙

ตามลำดับและจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๘๓,๓๗๑.๖๘

ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๕,๑๖๗,๐๑๙.๑๙

ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๖.๙๑ และร้อยละ ๙๓.๐๙ ตามลำดับ

ตารางที่

๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗

หน่วย

: ล้านบาท

รายการ

๓๑ มี.ค.

๒๕๕๗

% GDP

๑.

หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง

๑.๑ หนี้ต่างประเทศ

๑.๒ หนี้ในประเทศ

๓,๙๑๙,๓๙๘.๒๘

๗๓,๒๘๑.๑๘

๓,๘๔๖,๑๑๗.๑๐

๓๒.๕๓

๒.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน

๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๑,๐๙๑,๘๙๔.๙๑

๔๓๓,๓๓๓.๔๙

๑๑๓,๕๒๔.๒๗

๓๑๙,๘๐๙.๒๒

๙.๐๖

๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๖๕๘,๕๖๑.๔๒

๑๙๓,๔๑๕.๕๖

๔๖๕,๑๔๕.๘๖

๓.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน)

๓.๑ หนี้ต่างประเทศ

๓.๒ หนี้ในประเทศ

๕๓๒,๑๘๓.๔๗

๓,๑๕๐.๖๗

๕๒๙,๐๓๒.๘๐

๔.๔๒

๔.

หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๐.๐๐

๕.

หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ

๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๖,๙๑๔.๒๑

๖,๙๑๔.๒๑

๐.๐๖

๖.

รวม ๑.+๒.+๓.+๔.+๕.

๕,๕๕๐,๓๙๐.๘๗

๔๖.๐๗

หมายเหตุ :- ๑.

GDP ปี ๒๕๕๖ เท่ากับ ๑๑,๘๙๗.๔๕ พันล้านบาท และประมาณการ

GDP ๒๕๕๗ เท่ากับ ๑๒,๕๙๙ พันล้านบาท

(สศช. ณ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

๒. สบน. ได้ปรับวิธีการคำนวณ GDP ในแต่ละเดือน เพื่อให้สัดส่วน Debt/GDP สะท้อนค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

โดย GDP ของเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ คำนวณดังนี้ [GDP ไตรมาส ๒ - ๔ ปี ๕๖] + [(ประมาณการ GDP ปี

๕๗)/๑๒]*๓ เท่ากับ ๑๒,๐๔๗.๕๔ พันล้านบาท

๓. การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนหนี้ต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท

๓.๑

หนี้ต่างประเทศที่ยังไม่ได้ดำเนินการบริหารความเสี่ยง

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นอัตราถัวเฉลี่ยขาย

ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

๓.๒

หนี้ต่างประเทศที่มีการบริหารความเสี่ยงแล้ว ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ทำการบริหารความเสี่ยง

๓.๓

หนี้ต่างประเทศของหน่วยงานที่มีรายรับเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศที่สอดคล้องกับรายจ่ายชำระหนี้ต่างประเทศ

(Natural Hedged) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยขายของธนาคารแห่งประเทศไทย

ณ วันแรกที่มีการเบิกจ่ายเงินกู้

๔. ตัวเลขในตารางเป็นตัวเลขเบื้องต้น (Preliminary) และไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๒๒,๔๙๙.๙๐ ล้านบาท

ที่รัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคารสัญญาบริหารจัดหาเฟอร์นิเจอร์

และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถ. แจ้งวัฒนะ

๑. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๖

ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗

เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ

ประกอบด้วย ๔ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ

ในระหว่างปีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้

ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๑ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ

ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๓๑๖,๓๓๐.๘๔ ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ เป็นวงเงินทั้งสิ้น

๕๔๘,๖๕๖.๙๙ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒

ตารางที่

๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

หน่วย : ล้านบาท

รายการ

วงเงินแผน

ผลดำเนินงาน

(ต.ค. ๕๖ -

มี.ค. ๕๗)

๑.

แผนการก่อหนี้ใหม่

๔๗๒,๗๖๓.๕๒

๑๔๑,๑๒๔.๑๗

๑.๑ รัฐบาล

๑.๒ รัฐวิสาหกิจ

๒๘๒,๔๖๑.๐๐

๑๙๐,๓๐๒.๕๒

๑๓๗,๘๖๐.๐๐

๓,๒๖๔.๑๗

๒.

แผนการปรับโครงสร้างหนี้

๖๔๖,๓๙๖.๑๕

๓๖๘,๓๙๘.๕๘

๒.๑ รัฐบาล

๒.๒ รัฐวิสาหกิจ

๔๖๒,๒๕๘.๗๔

๑๘๔,๑๓๗.๔๑

๒๓๖,๖๓๐.๐๐

๑๓๑,๗๖๘.๕๘

๓.

แผนการบริหารความเสี่ยง

๑๒๘,๘๐๕.๘๘

๒,๒๘๘.๙๐

๔.

แผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ

ที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ

๖๘,๓๖๕.๒๘

๓๖,๘๔๕.๓๔

๔.๑ การก่อหนี้ใหม่

๔.๒ การบริหารหนี้

๔๕,๒๘๔.๙๕

๒๓,๐๘๐.๓๓

๓๓,๕๖๘.๕๕

๓,๒๗๖.๗๙

รวม (๑ - ๓)

๑,๒๔๗,๙๖๕.๕๖

๕๑๑,๘๑๑.๖๕

รวม (๑ - ๔)

๑,๓๑๖,๓๓๐.๘๔

๕๔๘,๖๕๖.๙๙

ซึ่งมีสาระสำคัญ

ดังนี้

๑.๑ แผนการก่อหนี้ใหม่ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ ประกอบด้วย

๑.๑.๑ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล (หนี้ในประเทศ) วงเงินรวม ๑๓๗,๘๖๐.๐๐ ล้านบาท

เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในช่วงเดือนตุลาคม

๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ วงเงินรวม ๑๓๐,๑๖๐.๐๐ ล้านบาท

โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรออมทรัพย์

เงินกู้บาทแทนการกู้เงินตราต่างประเทศ

กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นการกู้เงินบาททดแทนเงินกู้จากธนาคารโลก

เพื่อใช้ในโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (DPL) วงเงินรวมทั้งสิ้น ๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อ

กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน เพื่อนำไปให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ

วงเงินรวมทั้งสิ้น ๔,๗๐๐.๐๐ ล้านบาท

๑.๑.๒ การก่อหนี้ใหม่ (ในประเทศ) ของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม ๓,๒๖๔.๑๗ ล้านบาท

เงินกู้เพื่อลงทุน ในช่วงระยะเวลา ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๗ (ตุลาคม ๒๕๕๖ - มีนาคม ๒๕๕๗)

รัฐวิสาหกิจไม่มีการกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการ

เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ รัฐวิสาหกิจ ๓

แห่ง กู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไปอื่น ๆ วงเงินและรวม ๓,๒๖๔.๑๗ ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๒,๙๖๔.๑๗ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๘๐๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๒) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพกู้เงิน จำนวนรวม ๒,๑๖๔.๑๗ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าน้ำมัน ค่าเหมาซ่อม (ปีงบประมาณ ๒๕๕๗) จำนวน

๗๔๗.๖๐ ล้านบาท และเพื่อเป็นค่าดอกเบี้ยที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จำนวน ๑,๔๑๖.๕๗ ล้านบาท โดยการกู้เงินระยะสั้น (Bridge Financing) ๑,๓๐๐.๐๐ ล้านบาท และออกพันธบัตร จำนวน ๒ รุ่น

วงเงินรวม ๘๖๔.๑๗ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

(ซึ่งต่อมาได้มีการออกพันธบัตรวงเงิน ๑,๓๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปใช้คืนเงินกู้ระยะสั้นดังกล่าวแล้ว)

(๓) บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน

๓๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินโครงการศูนย์ราชการฯ

โดยกระทรวงการคลัง ไม่ค้ำประกัน

๑.๒ แผนการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม

๒๕๕๗ ประกอบด้วย

๑.๒.๑ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล

รวมทั้งสิ้น ๒๓๖,๖๓๐.๐๐ ล้านบาท ดังนี้

หนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้

(๑) ตั๋วเงินคลัง

ในช่วงต้นปีงบประมาณ ๒๕๕๗

กระทรวงการคลังมียอดตั๋วเงินคลังที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดรวม ๑๐๒,๑๓๕.๐๐ ล้านบาท จำแนกเป็น ๑. ตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารดุลเงินสด

จำนวน ๘๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และ ๒.

ตั๋วเงินคลังที่กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๒๒,๑๓๕.๐๐

ล้านบาท โดยในช่วง ๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ

กระทรวงการคลังได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วเงินคลังที่ครบกำหนดชำระ ทำให้ ณ

สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ มีตั๋วเงินคลังหมุนเวียนในตลาดเท่ากับ ๖๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๒) พันธบัตร

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอนในช่วง

๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จำนวน ๖๙,๔๙๕.๐๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียด

ดังนี้

๑)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จำนวน ๑ รุ่น วงเงิน ๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ (P/N) วงเงินรวม

๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

๒)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่

๒๙ มกราคม ๒๕๕๗ จำนวน ๑ รุ่น วงเงิน ๕,๔๙๕.๐๐ ล้านบาท

โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ (P/N) วงเงินรวม

๕,๔๙๕.๐๐ ล้านบาท

๓)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่

๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จำนวน ๗ รุ่น วงเงินรวม ๑๒๑,๐๓๕.๐๐ ล้านบาท โดยการกู้เงินล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้

(Pre-funding) บางส่วน

โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้

ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะฯ (R-bill) และพันธบัตรรัฐบาลวงเงินรวม

๕๘,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

หนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF 1

(๑)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่

๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ จำนวน ๒ รุ่น วงเงินรวม ๒๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยการกู้เงินระยะสั้น

๑๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

และใช้เงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Premium FIDF1) จำนวน ๑๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท (ซึ่งต่อมาได้มีการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน ๒

รุ่น วงเงินรวม ๒๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำไปใช้คืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้

(Premium FIDF1))

(๒)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่

๕ มีนาคม ๒๕๕๗ จำนวน ๓ รุ่น วงเงินรวม ๔๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยการใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

จำนวน ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Premium FIDF1) จำนวน ๙,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท การกู้เงินระยะยาว ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

การกู้เงินระยะสั้น ๑๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

และการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ (R-bill) ๑๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

ซึ่งต่อมาได้มีการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ (R-bill) ดังกล่าว โดยการใช้เงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากจากเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้

(Premium FIDF1) จำนวน ๗,๓๐๐.๐๐ ล้านบาท

การใช้เงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากจากการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(Premium FIDF3) จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และการกู้เงินระยะสั้น จำนวน ๔,๗๐๐.๐๐

ล้านบาท ทั้งนี้

ได้มีการทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ในเดือนมีนาคมและมิถุนายน

๒๕๕๗ วงเงินรวม ๓๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำไปคืนเงินทดรองจ่ายและชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นแล้ว

๑.๒.๒ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจ : หนี้ในประเทศ

รัฐวิสาหกิจ จำนวน ๖ แห่ง ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๑๓๑,๗๖๘.๕๘ ล้านบาท โดยเป็นการกู้เงินเพื่อ Roll-over จำนวน

๗๕,๕๘๗.๐๓ ล้านบาท (กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๗๕,๐๘๗.๐๓ ล้านบาท และกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ๕๐๐.๐๐ ล้านบาท) และการชำระคืนหนี้เดิมที่มีแผนจะ

Roll-over จำนวน ๕๖,๑๘๑.๕๕ ล้านบาท

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(๑) การเคหะแห่งชาติใช้เงินรายได้ จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยใช้เงินรายได้ทดรองจ่าย จำนวน ๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

โดยจะดำเนินการกู้มาทดแทนรายได้ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๗

(๓) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพใช้เงินรายได้ทดรองจ่าย จำนวน ๓๖๙.๐๐

ล้านบาท และออกพันธบัตร จำนวน ๓,๖๖๖.๘๓ ล้านบาท

โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ

ทั้งนี้ ได้มีการออกพันธบัตร จำนวน ๓๖๙.๐๐

ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้คืนเงินทดรองจ่ายแล้ว

(๔) องค์การคลังสินค้าใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าว จำนวน ๑๑๕.๘๕

ล้านบาท ชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

(๕) บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

ขอขยายอายุสัญญาเงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ครบกำหนดชำระ จำนวน ๕๐๐.๐๐

ล้านบาท ออกไปอีก ๑ ปี โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

(๖) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้

จำนวนรวม ๑๒๒,๑๑๖.๙๐ ล้านบาท แบ่งเป็น

๑) หนี้เงินกู้โครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร ปีการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒

วงเงิน ๓๐,๗๙๔.๙๐ ล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ จำนวน

๑๗,๔๕๘.๒๐ ล้านบาท และเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing) จำนวน ๑๒,๔๖๒.๐๐

ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ นอกจากนี้

ยังได้ใช้เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๖๓๕.๘๐ ล้านบาท

และใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าว จำนวน ๒๓๘.๙๐ ล้านบาท

ชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๑๑.๔๕

ล้านบาท ทั้งนี้ ได้มีการนำเงินรายได้มาทดรองจ่าย

จำนวน ๔,๔๖๒.๐๐ ล้านบาท รวมกับการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์

จำนวนรวม ๘,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว (ซึ่งต่อมาได้มีการใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าว

จำนวน ๔.๕๐ ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์วงเงิน ๘,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ก่อนครบกำหนดชำระ ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้อีก ๐.๑๘

ล้านบาท)

๒) หนี้เงินกู้โครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร ปีการผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕

วงเงิน ๙๑,๓๒๒.๐๐ ล้านบาท โดยใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าว

จำนวน ๒๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และการออกพันธบัตร จำนวน ๓๖,๑๓๑.๐๐

ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ นอกจากนี้

ยังได้ใช้เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๘,๙๔๑.๐๐

ล้านบาท และใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าว จำนวน ๑๙,๒๕๐.๐๐

ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น

๗๕.๔๗ ล้านบาท

อนึ่ง จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖

อนุมัติในหลักการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสามารถปรับลดวงเงินในแผนการ

Roll-over ลงตามจำนวนเงินที่จะได้รับจากการระบายผลผลิตการเกษตรและนำกรอบวงเงินกู้เท่ากับจำนวนที่ปรับลดดังกล่าวมาปรับเพิ่มในวงเงินกู้ใหม่เพื่อดำเนินโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลทางการเกษตรตามนโยบายรัฐบาลนั้น

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจึงได้ปรับลดวงเงินในแผนการ Roll-over ลง จำนวน ๕๐,๑๙๑.๐๐ (๒๒,๐๐๐.๐๐+๘,๙๔๑.๐๐+๑๙,๒๕๐.๐๐) ล้านบาท และได้ดำเนินการกู้เงินใหม่ในวงเงินดังกล่าว

เพื่อดำเนินโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลทางการเกษตรตามนโยบายรัฐบาลตามหลักการดังกล่าวแล้ว

๑.๓ แผนการบริหารความเสี่ยง ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงเดือนมีนาคม

๒๕๕๗ ประกอบด้วย

๑.๓.๑ การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม ๒,๒๘๘.๙๐ ล้านบาท ประกอบด้วย

หนี้ในประเทศ

(๑)

การเคหะแห่งชาติใช้เงินรายได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระวงเงิน ๑,๗๕๐.๐๐ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๓๓.๙๙ ล้านบาท

(๒)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้เงินที่ได้รับจากการระบายข้าวชำระคืนหนี้เงินกู้ของโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร

ปีการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ก่อนครบกำหนดชำระ วงเงินรวม ๕๓๘.๙๐ ล้านบาท

ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๕๒.๔๒ ล้านบาท

๑.๔

แผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ วงเงินรวม

๓๖,๘๔๕.๓๔ ล้านบาท ประกอบด้วย

๑.๔.๑ การก่อหนี้ใหม่ วงเงินรวม ๓๓,๕๖๘.๕๕ ล้านบาท

เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด

(๑) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ได้กู้เงินโดยการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาท จำนวน ๒๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๒) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงิน วงเงินรวม ๗,๐๓๘.๕๕ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑. การกู้เงินเพื่อชำระค่าจัดซื้อเครื่องบินโบอิง

B777-300ER ลำที่ ๑ จำนวน ๔,๕๕๘.๕๕ ล้านบาท และ ๒. การกู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไป จำนวน ๒,๔๘๐.๐๐ ล้านบาท โดยการออกหุ้นกู้ในประเทศ

เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป Credit Line

รัฐวิสาหกิจ จำนวน ๒ แห่ง กู้เงินระยะสั้นในรูป Credit Line วงเงินรวม ๔,๕๓๐.๐๐

ล้านบาท แบ่งเป็น ๑. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน ๔,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท และ ๒. บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จำนวน ๓๐.๐๐ ล้านบาท

๑.๔.๒ การบริหารหนี้ วงเงินรวม ๓,๒๗๖.๗๙ ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้เงินรายได้ จำนวน ๓,๒๗๖.๗๙ ล้านบาท ชำระคืนหนี้เดิมที่มีแผนจะ Roll-over

และภายหลังได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ในประเทศ จำนวน ๗๒๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินรายได้บางส่วน

๒. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะในช่วง ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๗

๒.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว ในช่วงระยะเวลา ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๗ (ตุลาคม ๒๕๕๖ - มีนาคม ๒๕๕๗)

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๕๑๑,๘๑๑.๖๕ ล้านบาท

โดยมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ ๔๑.๐๑ ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะทั้งปี

๒.๒ ผลการกู้เงินและบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะในช่วง

๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๗ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๓๖,๘๔๕.๓๔ ล้านบาท

๒.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๒.๑ - ๒.๒ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น

๕๔๘,๖๕๖.๙๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๖๘ ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะทั้งปี

โดยแบ่งเป็น (๑) หนี้ของรัฐบาล จำนวน ๓๗๔,๔๙๐.๐๐ ล้านบาท (๒)

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔๕,๙๒๔.๗๙

ล้านบาท และ (๓) หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๒๘,๒๔๒.๒๐ ล้านบาท

ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ

(รายละเอียดปรากฏตามข้อ ๑.๒ ข้อ ๑.๓ และข้อ ๑.๔.๒) วงเงินรวมทั้งสิ้น ๓๗๓,๙๖๔.๒๗ ล้านบาท นั้น สามารถลดยอดหนี้ได้ทั้งสิ้น ๖๕,๐๓๑.๗๔

ล้านบาท รวมทั้งประหยัดดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น จำนวน ๑๗๓.๕๑ ล้านบาท

(รายละเอียดปรากฏตามข้อ ๑.๒.๑ ข้อ ๑.๒.๒ ข้อ และ ๑.๓.๑)

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

รังสรรค์

ศรีวรศาสตร์

ปลัดกระทรวงการคลัง

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- FIDF หมายถึง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

FIDF1 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี

FIDF3 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง

พ.ศ. ๒๕๔๕

Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิมซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน

Roll-over หมายถึง

การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระเพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน

Swap หมายถึง

การแปลงหนี้ที่นิยมดำเนินการมี ๒

วิธี คือ การแปลงสกุลเงิน เช่น การแปลงหนี้สกุลเงินเยนเป็นเงินบาท

และการแปลงอัตราดอกเบี้ย เช่น

การแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ มิถุนายน

๒๕๕๗

พจนา/ผู้ตรวจ

๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๑๖/๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม ๒๕๕๗ และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนมีนาคม 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_55ba859ee0fc1905

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com