法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2549 (Update ณ วันที่ 01/05/2552) (ครั้งที่ 1) (ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

ด้วยรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า

มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปการเงินอุดมศึกษาเพื่อใช้กลไกทางการเงินเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการศึกษา

รวมทั้งการดำเนินนโยบายการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและประเทศ

โดยการลดภาระงบประมาณของสถานศึกษา

และเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มงบประมาณให้กับตัวผู้เรียนให้มากขึ้น

ซึ่งในการสนองตอบต่อความจำเป็นดังกล่าว

ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นให้ได้สัดส่วนกับประโยชน์ส่วนบุคคลที่ผู้เรียนได้รับ

เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดการการศึกษาของรัฐและนำกลับไปใช้พัฒนาทุนการศึกษา

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการศึกษา การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีทางการศึกษา

ตลอดจนการจัดทุนให้เปล่ากับคนยากจน จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๑ เดิม เพื่อจัดตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการตรากฎหมายออกมาใช้บังคับจำเป็นจะต้องกำหนดระเบียบขึ้นมาใช้บังคับไปพลางก่อน

ฉะนั้น

เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเจตนารมณ์ดังกล่าว

จึงจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาขึ้นและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑

กระทรวงการคลัง

จึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการศึกษา และเพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไปด้วยความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อการศึกษา

ซึ่งประกอบด้วยกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต

และกองทุนเงินให้เปล่า

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๑

“สถานศึกษา” หมายความว่า

สถานศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและให้หมายความรวมถึง

สถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงหรือส่วนราชการอื่นที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วย

“ผู้จัดการ” หมายความว่า

ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๑

“นิสิตหรือนักศึกษา” หมายความว่า

ผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาอยู่ในสถานศึกษาซึ่งเป็นผู้มีสิทธิขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

“นักเรียน” หมายความว่า

ผู้ที่เรียนในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

(สายสามัญและสายอาชีพ)

“ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน” หมายความว่า

ทุนการศึกษาที่จ่ายเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนตามที่คณะกรรมการกำหนด

โดยนิสิตหรือนักศึกษาผู้ได้รับทุนจากกองทุนมีหน้าที่ต้องชำระคืนแก่กองทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๔

“ทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืน” หมายความว่า

ทุนการศึกษาที่กองทุนให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจน โดยผู้รับทุนไม่ต้องชำระคืนให้กองทุนแต่อย่างใด

“นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจน” หมายความว่า นักเรียน

นิสิต หรือนักศึกษา ซึ่งมีฐานะทางครอบครัวยากจนหรือขาดแคลนทุนทรัพย์

และมีผลการเรียนตามที่คณะกรรมการกำหนด

“นายจ้าง” หมายความว่า

บุคคลหรือหน่วยงานที่รับผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเข้าทำงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในระเบียบนี้

ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้

กองทุน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีกองทุนเพื่อการศึกษา

โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนแก่นิสิตหรือนักศึกษา

และให้ทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจน

เพื่อให้เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐด้านการศึกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

รับผิดชอบจัดการงานธุรการของกองทุนเพื่อการศึกษา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน

ดังต่อไปนี้

(๑)

เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลหรือเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๒)

เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการดำเนินการของกองทุน

(๓)

เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้แก่กองทุน

(๔)

ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

(๕)

เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดนอกจาก (๑) ถึง (๔) ที่กองทุนได้รับไม่ว่ากรณีใด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๒] เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนแก่นิสิตหรือนักศึกษาตามระเบียบนี้

(๒)

ให้ทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจน

(๓)

เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุน

(๔)

เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับ

หรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดกิจการของกองทุนตามที่คณะกรรมการกำหนด

คณะกรรมการและการบริหารกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา”ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เสนอโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจำนวนหนึ่งคน

นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย

และนายกสมาคมสมาพันธ์การศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ

และกรรมการอื่นอีกไม่เกินห้าคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

กฎหมายเศรษฐศาสตร์ การเงิน หรือการบัญชี ด้านละหนึ่งคน

ให้ผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และพนักงานคนใดคนหนึ่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ[๓]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

ในกรณีที่กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

หรือในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน

หรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

หากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๒

กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๖)

รัฐมนตรีให้ออกเนื่องจากมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ และบริหารงานกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

(๒)

พิจารณาอนุมัติให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

(๓)

กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืน

(๔)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการเป็นการเฉพาะเรื่อง

หรือเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๔] ในการจัดระบบควบคุมเงินของกองทุน

ให้กองทุนจัดให้มีบัญชี ดังต่อไปนี้

(๑)

บัญชีรับ เพื่อรับเงินทั้งปวงของกองทุน

(๒)

บัญชีทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่จ่ายให้แก่นิสิตหรือนักศึกษา

(๓)

บัญชีทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนที่จ่ายให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจน

(๔)

บัญชีจ่ายบริหารกองทุน เพื่อจ่ายเงินที่ใช้ในการดำเนินการของกองทุน

ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน เป็นทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสงค์จะขอรับทุน

เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนในสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ นิสิตหรือนักศึกษา

ซึ่งมีสิทธิขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจากกองทุนต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นผู้มีสัญชาติไทย

(๒)

มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

นิสิตหรือนักศึกษาผู้ใดประสงค์จะขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

ให้ยื่นคำขอตามแบบ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ถือว่าแบบลงทะเบียนเรียนของสถานศึกษา

ซึ่งนิสิตหรือนักศึกษาตามข้อ ๑๙ ได้ลงทะเบียนไว้ทุกภาคการศึกษาเป็นหลักฐานในการรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บรรดาเงินทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

ซึ่งต้องจ่ายให้แก่สถานศึกษา ให้กองทุนเบิกจ่ายให้แก่สถานศึกษานั้นโดยตรง

และให้ถือว่าเงินที่จ่ายดังกล่าวเป็นทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่นิสิตหรือนักศึกษาต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่นิสิตหรือนักศึกษาศึกษาอยู่

ต้องแจ้งให้กองทุนทราบเมื่อนิสิตหรือนักศึกษาเพิกถอนการลงทะเบียนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

หรือเมื่อนิสิตหรือนักศึกษาพ้นสภาพการเป็นนิสิตหรือนักศึกษาไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด

และหากต้องมีการคืนเงินกองทุน ก็ให้คืนเงินทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่เหลืออยู่ของนิสิตหรือนักศึกษาผู้นั้นแก่กองทุน

ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

มีหน้าที่ต้องแจ้งในกรณีเปลี่ยนแปลงที่อยู่ สำหรับการศึกษาและที่อยู่ตามภูมิลำเนา

หรือการย้ายสถานศึกษา และการสำเร็จหรือเลิกการศึกษาให้กองทุนทราบภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงหรือสำเร็จ หรือเลิกการศึกษา

หากผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนไม่ปฏิบัติตามกองทุนอาจดำเนินการตามข้อ ๒๘

การคืนทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนสำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา

และมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องคืนเงินทุนการศึกษาที่ได้รับไปทั้งหมดโดยปรับค่าเงินต้นตามดัชนีผู้บริโภคให้แก่กองทุนตามจำนวนและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดตามความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนไม่ชำระเงินคืนตามวรรคหนึ่งโดยไม่มีเหตุอันสมควรกรมสรรพากรจะกำหนดให้ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเสียเงินเพิ่มอีกไม่เกินร้อยละ

๑.๕ ต่อเดือน ก็ได้

การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคสองให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระเงินคืนจนถึงวันชำระ

แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนเงินทุนการศึกษาที่ต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้กรมสรรพากรมีอำนาจหน้าที่ในการแจ้งรับชำระ

และติดตามเงินทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน จากผู้รับทุนการศึกษาตามข้อ ๒๔ และข้อ ๒๘

แทนกองทุน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากรกำหนด

และให้หักค่าใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการได้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนแจ้งนายจ้างที่รับผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเข้าทำงานให้ทราบถึงหน้าที่ของผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนตามข้อ

๒๔ ทันทีที่เข้าทำงาน

ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงานหรือสถานที่ทำงานหรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง

ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนต้องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบภายในสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนอาจคืนเงินทุนที่ได้รับทั้งหมด

โดยปรับค่าเงินต้นตามดัชนีราคาผู้บริโภค แก่กองทุนก่อนที่กำหนดไว้ตามข้อ ๒๔

และบอกเลิกการรับทุนเสียเมื่อใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีดังต่อไปนี้

กองทุนอาจงดการให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

และให้กรมสรรพากรเรียกเงินที่ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนได้รับไปแล้วทั้งหมด

โดยปรับค่าเงินต้นตามดัชนีราคาผู้บริโภคคืนได้

(๑)

เมื่อปรากฏในภายหลังว่าผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนไม่มีสิทธิในการรับทุนดังกล่าวหรือได้มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ

(๒)

ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนถึงแก่ความตาย

ให้หนี้เงินทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเป็นอันระงับไป

ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนพิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ให้คณะกรรมการมีอำนาจระงับการเรียกให้ชำระเงินทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนได้

ทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐[๕]

ให้มีคณะกรรมการพิจารณาทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืน ประกอบด้วย

อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนสำนักงบประมาณ

ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมสรรพากร ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ผู้แทนสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคนซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

โดยมีผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และพนักงานคนใดคนหนึ่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้นำข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓

มาใช้บังคับกับวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการพิจารณาทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืน

ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้นำข้อ ๑๔

มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้คณะกรรมการพิจารณาทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษาวิเคราะห์และประเมินความต้องการทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจนตามระเบียบนี้

ทั้งในปัจจุบันและอนาคตและเสนอแนะต่อคณะกรรมการ

(๒)

พิจารณาอนุมัติให้ทุนการศึกษาแบบไม่ต้องใช้คืนแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ยากจนตามนโยบาย

ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๓)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการเป็นการเฉพาะเรื่อง

หรือเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๔)

ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

การเงิน

การบัญชี การตรวจสอบ และการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้นำเงินกองทุนฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง

เพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของข้อ ๑๐

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องนำฝากธนาคารเพื่อความคล่องตัว

การเปิดบัญชีเงินฝากและการเบิกจ่ายเงินในการจัดการกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกเงิน การจ่ายเงิน

การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำเงินส่งกองทุนของกองทุนเพื่อการศึกษา

ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การบัญชีให้จัดทำตามหลักบัญชีคู่เกณฑ์คงค้าง

ตามหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด

และให้จัดส่งงบการเงินให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและรับรองภายในระยะเวลา

๙๐ วัน นับจากวันสิ้นปีบัญชีของธนาคาร

และเมื่อสำนักงานการตรวจแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว

ให้ส่งงบการเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังทราบต่อไป

เพื่อประโยชน์ในการจัดทำงบการเงินของแผ่นดิน

ให้กองทุนจัดทำงบการเงินของกองทุนประจำปีตามปีงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม

ถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป และส่งให้กรมบัญชีกลางภายใน ๖๐ วัน

นับจากวันสิ้นปีงบประมาณตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนดเพื่อรวบรวมและจัดทำงบการเงินของแผ่นดินต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการดำเนินงานการเงิน

การบัญชี และการพัสดุของกองทุน

แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

การพัสดุให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

บทเฉพาะกาล

[คำว่า “บทเฉพาะกาล”

ยกเลิกโดยข้อ ๗ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙]

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับนิสิตหรือนักศึกษาที่เข้าศึกษาในชั้นปีที่หนึ่ง

ซึ่งประสงค์จะขอรับทุนการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

ทนง พิทยะ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙[๖]

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๕ ง/หน้า ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

[๒] ข้อ ๑๐

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓] ข้อ ๑๑

วรรคสอง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๔] ข้อ ๑๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๕] ข้อ ๓๐

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๕ ง/หน้า ๑๐/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2549 (Update ณ วันที่ 01/05/2552) (ครั้งที่ 1) (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_564182b4c2edc896

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com