法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ 775/2541 เรื่อง มอบหมายอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

คำสั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ที่

๗๗๕/๒๕๔๑

เรื่อง

มอบหมายอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.

๒๕๔๑

เพื่อให้การปฏิบัติงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้แก่นายจ้างและลูกจ้าง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๗

มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๔๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงมอบหมายอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ข้าราชการมีอำนาจรับเงินประกัน ค่าจ้าง

ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ

พร้อมดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มจากนายจ้างเพื่อชำระแก่ลูกจ้างตามมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผนงาน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแรงงานสัมพันธ์

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยในการทำงาน

ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน

ผู้อำนวยการกองแรงงานหญิงและเด็ก ผู้อำนวยการกองนิติการ

และข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๘ ขึ้นไปซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๓) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ กองคุ้มครองแรงงาน กองแรงงานหญิงและเด็ก และกองนิติการ

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

(๔) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน รวมตลอดถึงกรณีที่มีคำสั่งการให้อยู่ในขอบเขตอำนาจปฏิบัติการของตนด้วย

(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

(๖) สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

และข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตนรวมตลอดถึงกรณีที่มีคำสั่งการให้อยู่ในขอบเขตอำนาจปฏิบัติการของตนด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ข้าราชการมีอำนาจสั่งให้นายจ้างเปลี่ยนเวลาทำงานหรือลดชั่วโมงทำงานของลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงตามมาตรา

๔๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผนงาน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแรงงานสัมพันธ์

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยในการทำงาน

ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้อำนวยการกองแรงงานหญิงและเด็ก

และผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๓) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ กองแรงงานหญิงและเด็ก และกองคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

(๔) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน

(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

(๖) สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

และข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ข้าราชการมีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี

ทำงานในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึงเวลา ๐๖.๐๐ น. ตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผนงาน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแรงงานสัมพันธ์

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยในการทำงาน

ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้อำนวยการกองแรงงานหญิงและเด็ก

และผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๓) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ กองแรงงานหญิงและเด็ก และกองคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

(๔) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน

(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

(๖) สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

และข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ข้าราชการมีอำนาจอนุมัติในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งให้นายจ้างหยุดการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามมาตรา

๑๐๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ข้าราชการมีอำนาจรับสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามมาตรา

๑๐๘ วรรคสอง และมาตรา ๑๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน

(๒) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ข้าราชการมีอำนาจสั่งให้นายจ้างแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ขัดต่อกฎหมายตามมาตรา

๑๐๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผนงาน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน

ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๓) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ กองคุ้มครองแรงงาน ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

(๔) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน

(๕) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการตรวจสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้างหรือสถานที่ทำงานของลูกจ้าง

ตามมาตรา ๑๔๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ให้ข้าราชการดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจจัดให้แพทย์

นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว

(๑) รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๘ ขึ้นไป

ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ให้มีอำนาจในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่จังหวัดของตน

(๔) สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

ให้มีอำนาจในเขตพื้นที่ของตน

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]

สั่ง

ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

ศักดิ์ชัย ศักดิ์กุลวงศ์

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประภาศรี/พิมพ์

๒๘

เมษายน ๒๕๕๑ ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๙

เมษายน ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๑๕/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๔๗/๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ 775/2541 เรื่อง มอบหมายอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5682c68555d79c27

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com