法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ประกอบกับเพื่อรักษาความปลอดภัยของเอกสารและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดู อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

“กรม” หมายความว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรม

“ส่วนราชการภายใน” หมายความว่า ส่วนราชการภายในของกรม ที่มีฐานะเป็นสำนัก กอง กลุ่ม ศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมาบริการของกรม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ และออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรม ตามที่อธิบดีสั่งแต่งตั้ง มีจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินเก้าคน โดยเลขานุการกรม เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มีผู้ช่วยเลขานุการจำนวนสองคน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอนโยบาย ให้คำแนะนำ กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ การขอ การอนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๒) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษารวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่

(๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการที่ไม่ต้องเปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารของราชการที่เป็นความลับของราชการ

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารของราชการที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมหรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของราชการกับส่วนราชการหรือเอกชน

(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๗) เชิญบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๘) ดำเนินงานอื่นใดตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการขึ้นในสำนักงานเลขานุการกรม เพื่อเป็นสถานที่บริการสำหรับประชาชนที่มาติดต่อในการขอตรวจดู ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือขอคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐได้สะดวกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ส่วนราชการภายในจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลโดยให้แยกออกเป็นประเภทตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่นที่มิใช่ (๑) หรือ (๒)

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

เมื่อส่วนราชการภายในได้จัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นำส่งให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการจัดทำดรรชนีข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง และให้ตรวจสอบจัดทำให้เรียบร้อยและเป็นปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการดำเนินงานตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนราชการภายในจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล ตรวจสอบ ติดตามและประสานงานในการดำเนินงานดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขอข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้ทำเป็นหนังสือหรือยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดเหตุผลและความจำเป็น โดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ส่วนราชการภายในที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อเสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้หัวหน้าส่วนราชการภายในหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้คัดสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ สำหรับข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารของราชการใดเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งเสนอเรื่องพร้อมความเห็นเบื้องต้นต่ออธิบดีเพื่อวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๕ มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของราชการอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของส่วนราชการภายในอื่นให้ส่วนราชการภายในอื่นนั้น จัดส่งข้อมูลข่าวสารของราชการหรือสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๕ มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิ และกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามหมายเรียกพยานเอกสารของศาล ให้นำเสนอหัวหน้าส่วนราชการภายใน เจ้าของข้อมูลข่าวสารของราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาอนุญาตและข้าราชการผู้รับผิดชอบตั้งแต่ระดับปฏิบัติการหรือระดับชำนาญงานขึ้นไป เป็นผู้รับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้อมูลข่าวสารของราชการใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาตไว้เป็นการเฉพาะ ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการดำเนินการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนเผยแพร่ จัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการพร้อมทั้งประสานงานกับส่วนราชการภายใน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือประชาชนผู้ยื่นคำขอหรือคัดลอกข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรม หรือให้คำแนะนำในการติดต่อกับส่วนราชการ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการควบคุมดูแล ตรวจสอบติดตาม และประสานงานในการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามคำแนะนำหรือความเห็นของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด หรือตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้ข้าราชการผู้รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นตั้งแต่ระดับปฏิบัติการหรือระดับชำนาญงานขึ้นไป เป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปี ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอรับรอง

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการโดยวิธีนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารและค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การบริการส่งข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยทางโทรสาร ให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน โดยให้คำนึงถึงความสิ้นเปลือง เช่น จำนวนข้อมูลข่าวสารของราชการ ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการส่ง ทั้งนี้ ให้หัวหน้าส่วนราชการภายใน หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ รายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการให้ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การปฏิบัติเกี่ยวกับการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามวิธีการที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้มีสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของราชการสำหรับประชาชนที่มาติดต่อขอตรวจดู ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือให้คำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือตามที่กรมกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิติกาญจน์ สิทธิเดช

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

พรวิภา/จัดทำ

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๗๖ ง/หน้า ๑/๔ ตุลาคม ๒๕๖๑

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5696467a14af8333

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com