法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข การนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๘ แห่งระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน

พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์ไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๗ สิงหาคม

๒๕๖๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“อันดับความน่าเชื่อถือระยะยาว”

หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจัดให้กับผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง

หรือผู้ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปนับจากวันที่ออก

“อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น” หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจัดให้กับผู้ออก

ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ที่มีอายุต่ำกว่าหนึ่งปีนับจากวันที่ออก

“ระเบียบคณะกรรมการ”

หมายความว่า ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน

พ.ศ. ๒๕๖๒

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานประกันสังคม

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงหรือมีความเสี่ยงต่ำตามข้อ

๖ (ก) ของระเบียบคณะกรรมการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

๓.๑ เงินฝากหรือบัตรเงินฝากตามข้อ

๖ (ก) (๑) ให้ลงทุนเฉพาะธนาคารที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

๓.๒ ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ

๖ (ก) (๓) ให้สามารถลงทุนได้ตามที่กระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออก

๓.๓ การลงทุนในตราสารแห่งหนี้ตามข้อ

๖ (ก) (๕) (๖) กรณีรัฐบาลต่างประเทศเป็นผู้ออก

ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน ให้ลงทุนเฉพาะผู้ออก ผู้รับรอง

ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศขั้นต่ำ

ตั้งแต่ BBB- หรือเทียบเท่าขึ้นไป และระยะสั้นนานาประเทศ ตั้งแต่ A๒ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

๓.๔ การลงทุนในตราสารในประเทศตามข้อ

๖ (ก) (๙) และ (๑๐) ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเป็นผู้ออก

ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

ให้ลงทุนในผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง

หรือผู้ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในประเทศไทยขั้นต่ำตั้งแต่

A- หรือเทียบเท่าขึ้นไป และระยะสั้นในประเทศไทยตั้งแต่ F๑+ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

(๒) กรณีธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเป็นผู้ออก

ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศ

ให้ลงทุนในผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศขั้นต่ำตั้งแต่

BBB- หรือเทียบเท่าขึ้นไป และระยะสั้นนานาประเทศตั้งแต่ A๑+ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

๓.๕ การลงทุนในตราสารในประเทศตามข้อ

๖ (ก) (๑๑) และ (๑๓) ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

ให้ลงทุนในตราสารหรือผู้ออกที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในประเทศไทยขั้นต่ำตั้งแต่

AA- หรือเทียบเท่าขึ้นไป และระยะสั้นในประเทศไทยขั้นต่ำตั้งแต่ F๑+ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

(๒) กรณีที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือนานาประเทศ

ให้ลงทุนในตราสารหรือผู้ออกที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศขั้นต่ำตั้งแต่

A- หรือเทียบเท่าขึ้นไป และระยะสั้นนานาประเทศขั้นต่ำตั้งแต่ A๑+ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

๓.๖ การลงทุนในตราสารในประเทศตามข้อ

๖ (ก) (๑๒) ให้สามารถลงทุนได้ตามที่กระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออก

๓.๗ หน่วยลงทุนตามข้อ

๖ (ก) (๑๕) จะต้องมีการเสนอขายในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกของ

International Organization of Securities Commissions (IOSCO) หรือมีตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ

World Federation of Exchanges (WFE)

๓.๘ ตราสารอนุพันธ์ตามข้อ ๖ (ก) (๑๗) ให้ลงทุนได้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์ส (Futures) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟอร์เวิร์ด (Forward) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าสวอป

(Swap) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าออปชั่น (Options) ซึ่งหลักทรัพย์อ้างอิงของตราสารอนุพันธ์เหล่านี้ต้องเป็นสินค้าหรือตัวแปรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

ดังต่อไปนี้

(๑) ตราสารทุน

(๒) ตราสารแห่งหนี้

(๓) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน

(๔) ตราสารแห่งหนี้ที่เกิดจากการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๕) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงและหุ้นกู้อนุพันธ์

(๖) อัตราดอกเบี้ย

(๗) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

(๘) ดัชนีเงินเฟ้อ หรือดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตาม

(๑) - (๗)

(๙) ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นดัชนีตาม

(๘)

การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ข้างต้น

ให้ลงทุนเฉพาะกรณีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (hedging) โดยให้ลงทุนรวมกันไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่กองทุนมีการลงทุนอยู่ในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงตามข้อ

๖ (ข) ของระเบียบคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

๔.๑ ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ ๖ (ข) (๒) ที่รัฐวิสาหกิจไทยเป็นผู้ออก

ซึ่งกระทรวงการคลังมิได้เป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลังหรือผู้ค้ำประกัน

หรือกระทรวงการคลังเป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันเงินต้นหรือดอกเบี้ย

ไม่เต็มจำนวนหรือจำกัดความรับผิด โดยตราสารหรือผู้ออกไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับน่าลงทุน

ที่มีฐานะมั่นคงและผ่านคณะกรรมการเห็นชอบ

๔.๒ ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ ๖ (ข) (๓) ให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๓.๔

๔.๓ ตราสารตามข้อ

๖ (ข) (๖) ให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๓.๕

๔.๔ ตราสารตามข้อ

๖ (ข) (๗) ให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) เป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนทุกประเภทยกเว้นตราสาร

Basel III

(๒) กรณีมีการรับมอบทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ใด ๆ ทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์นั้นต้องเป็นทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ที่สำนักงานสามารถลงทุนได้ตามระเบียบคณะกรรมการ

และต้องเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

๔.๕ หลักทรัพย์ตามข้อ

๖ (ข) (๙) - (๑๒) จะต้องมีการเสนอขายในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกของ

International Organization of Securities Commissions (IOSCO) หรือมีตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ

World Federation of Exchanges (WFE)

๔.๖ ตราสารอนุพันธ์ตามข้อ ๖ (ข) (๑๖) ให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๓.๘

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือกิจการตามข้อ

๖ (ก) (๒) (๔) - (๑๑) (๑๓) (๑๔) และข้อ ๖ (ข) (๑) - (๗) ของระเบียบคณะกรรมการ ให้ดำเนินการ

ดังนี้

๕.๑ กรณีที่เป็นการเสนอขายภายในประเทศไทย

หากผู้มีภาระผูกพันมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นในประเทศไทย หรืออันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในประเทศไทยเท่านั้น

สำหรับกรณีผู้มีภาระผูกพันมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นนานาประเทศ หรืออันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศก่อน

หากไม่มีจึงใช้อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นในประเทศไทย

หรืออันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในประเทศไทย

๕.๒ กรณีที่เป็นการเสนอขายในต่างประเทศ

ไม่ว่าผู้มีภาระผูกพันจะมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศหรือในประเทศไทย ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นนานาประเทศ

หรืออันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศเท่านั้น

๕.๓ กรณีที่อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นหรือระยะยาวมีมากกว่าหนึ่งอันดับ

ให้เลือกจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำที่สุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีภายหลังการลงทุนตามระเบียบคณะกรรมการตามข้อ

๖ (ก) (๒) (๔) - (๑๑) (๑๓) (๑๔) และข้อ

๖ (ข) (๑) - (๗) หลักทรัพย์ หรือผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์นั้น

ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่กำหนดให้ลงทุนได้ ให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนี้

๖.๑ กรณีถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่กำหนดให้ลงทุนได้ แต่ไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับน่าลงทุน

ให้สำนักงานเสนอแผนการดำเนินการต่อคณะกรรมการลงทุน

๖.๒ กรณีถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับน่าลงทุน

ให้สำนักงานพิจารณาขายหลักทรัพย์โดยไม่ชักช้า และรายงานผลให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การจัดหาผลประโยชน์สำนักงานต้องควบคุมสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์

ตามข้อ ๖ ของระเบียบคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้

๗.๑ การลงทุนในต่างประเทศตามข้อ

๖ รวมกันไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน

๗.๒ กรณีหลักทรัพย์ตามข้อ

๖ (ข) (๘) และข้อ ๖ (ข) (๙) ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ตามข้อ ๖ (ข) (๘) ให้ลงทุนรวมกันไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินกองทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดหาผลประโยชน์สำนักงานต้องควบคุมสัดส่วนการลงทุนในแต่ละรุ่นของหลักทรัพย์

ดังนี้

๘.๑ สำหรับการลงทุนในประเทศกรณีหลักทรัพย์ตามข้อ ๖ (ก) (๙) -

(๑๔) และข้อ

๖ (ข) (๕) - (๗) ยกเว้นตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และหุ้นกู้ระยะสั้น ให้ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าตราสารแต่ละรุ่น โดยพิจารณาจากมูลค่าหน้าตราสารสำหรับกรณีการลงทุนในประเทศ

๘.๒ กรณีหลักทรัพย์ตามข้อ ๖ (ข) (๘) ให้ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจัดหาผลประโยชน์สำนักงานต้องควบคุมสัดส่วนการลงทุนในกิจการ

เฉพาะที่เป็นกิจการหนึ่งกิจการใด ดังต่อไปนี้

๙.๑ กรณีรัฐวิสาหกิจไทยให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินกองทุน

๙.๒ กรณีนิติบุคคลที่เป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร

ซึ่งเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง

หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน

ในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน

๙.๓ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ

ซึ่งเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์

ยกเว้นบริษัทจัดการกองทุน นิติบุคคลเฉพาะกิจ (special purpose vehicle) ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง

หรือหลายอย่างรวมกันในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน

๙.๔ กรณีนิติบุคคลเฉพาะกิจ

(special purpose vehicle) เป็นผู้ออกหลักทรัพย์

ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ในกิจการของนิติบุคคลเฉพาะกิจนั้นได้ไม่เกินร้อยละสามของเงินกองทุน

การพิจารณาสัดส่วนการลงทุนตามข้อ

๙.๑ - ๙.๔ ให้หมายรวมถึงการทำธุรกรรมเงินฝาก การทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน

ตราสารอนุพันธ์ และธุรกรรมให้ยืมและยืมหลักทรัพย์กับคู่สัญญา

ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผู้รับรอง

ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ให้นับจากวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์กับนิติบุคคลที่เป็นผู้รับรอง

ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันลำดับสุดท้ายนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การควบคุมสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลุ่มกิจการ

ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่และบริษัทย่อยตามมาตรฐานบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีขึ้นบัญชีกำหนดให้จัดทำงบการเงินรวม

กำหนดให้สัดส่วนที่ลงทุนในแต่ละกลุ่มกิจการที่เป็น “นิติบุคคลที่เป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร”

และ “นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ โดยไม่รวมบริษัทจัดการกองทุน

นิติบุคคลเฉพาะกิจ (special purpose vehicle : SPV)” รวมกันไม่เกินร้อยละสิบของเงินกองทุน

การพิจารณาสัดส่วนการลงทุนในวรรคหนึ่งให้หมายรวมถึงการทำธุรกรรมเงินฝาก

ธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน ตราสารอนุพันธ์ และธุรกรรมให้ยืมและยืมหลักทรัพย์กับคู่สัญญา ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผู้รับรอง

ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ให้นับจากวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์กับนิติบุคคลที่เป็นผู้รับรอง

ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันลำดับสุดท้ายนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คู่ค้าในการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ ตามข้อ ๖ ของระเบียบคณะกรรมการ

ต้องมีลักษณะ ดังนี้

๑๑.๑ คู่ค้าที่ทำธุรกรรมในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน

(Exchange Traded) ต้องรองรับการซื้อขายผ่านระบบ

DVP (Delivery-versus-Payment)

ทั้งนี้ คู่ค้าหลักทรัพย์ที่ทำธุรกรรมจองซื้อหลักทรัพย์อยู่ระหว่างเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนสำหรับทำธุรกรรมเกี่ยวกับหน่วยลงทุนหรือหน่วยทรัสต์ หรือใบทรัสต์

ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ให้บริการหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายหรือนิติบุคคลอันใด ซึ่งผู้กำกับดูแลตลาด

มีกลไกป้องกันความเสี่ยงด้านการส่งมอบหลักทรัพย์ให้ถือว่าเป็นคู่ค้าตามข้อ ๑๑.๑

๑๑.๒ คู่ค้าที่ทำธุรกรรมนอกตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน

(Over-the-Counter: OTC) ต้องได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในประเทศไทย

ตั้งแต่ A- หรือเทียบเท่าขึ้นไป

หรืออันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวนานาประเทศ ตั้งแต่ BBB- หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ยกเว้น คู่ค้าที่เป็นกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อปรากฏในภายหลังว่าการนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์ไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ให้สำนักงานดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามประกาศภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบเหตุ

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและสมควร โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ

อาจขอขยายระยะเวลาเกินกว่าสามสิบวันได้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

ความในวรรคหนึ่ง

ไม่รวมถึงกรณีอันเนื่องมาจากการที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเปลี่ยนแปลงไปหรือเหตุการณ์อื่นที่มิใช่การลงทุนเพิ่มเติม

โดยกรณีดังกล่าวให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีการลงทุนในหลักทรัพย์ใด

ๆ ตามข้อ ๖ แห่งระเบียบคณะกรรมการที่ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขไว้ในประกาศนี้

สำนักงานจะลงทุนมิได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่สำนักงานมีการลงทุนในหลักทรัพย์ใดไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

และการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นไม่เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ ให้สำนักงานยังลงทุนต่อไปได้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ

ประธานกรรมการกองทุนเงินทดแทน

ชญานิศ/จัดทำ

๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่มที่ ๑๓๖/ตอนพิเศษ ๒๔๕ ง/หน้า ๔๙/๑ ตุลาคม ๒๕๖๒

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_56dd5236bae32644

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com