ข้อ ๑ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน
๑๐ คน ประเภทประหยัดพลังงาน แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน
๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (๒.๑.๑) - (๒.๑.๔) ของประเภทที่
๐๕.๐๑ และ ๐๕.๐๒ ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๒๗) ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต
(ฉบับที่ ๑๐๙) ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ดังนี้
๑.๑ รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle - HEV) หมายถึง รถยนต์ที่มีการนำพลังงาน ๒ ชนิด คือ
พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าที่กักเก็บไว้ในรถยนต์มาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์
ทั้งนี้
กรณีที่ใช้แรงดันไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงต้องสูงกว่า
๖๐ โวลท์
๑.๒ รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ต้องประกอบด้วยระบบหรืออุปกรณ์ในการทำงานอย่างน้อย
ดังนี้
(๑) ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาโดยอัตโนมัติ (Idling Stop System) เฉพาะสำหรับรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า
(Hybrid Electric Vehicle) ที่มีการใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนรถยนต์
(๒) ระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะห้ามล้อเป็นพลังงานไฟฟ้า (Regenerative Braking System)
(๓) มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ (Traction Motor)
๑.๓ เป็นรถยนต์ที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UNECE Reg.101 Rev.2
หรือระดับที่สูงกว่า
๑.๔
เป็นรถยนต์ที่มีเอกสารหลักฐานแสดงอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ทั้งนี้ เอกสารหลักฐานดังกล่าวให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
๑.๕
เป็นรถยนต์ที่มีป้ายแสดงข้อมูลรถยนต์ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด
โดยอย่างน้อยต้องมีป้ายซึ่งแสดงอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ข้อมูลอัตราการใช้พลังงาน
ประเภทเครื่องยนต์ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) (ในกรณีที่รถยนต์ต้องมีระบบความปลอดภัยดังกล่าวเพื่อให้ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิต)
ติดไว้บนกระจกรถยนต์ ณ จุดขาย (Point of Sales)