法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกองบัญชาการกองทัพไทยว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
70
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกองบัญชาการกองทัพไทย

ระเบียบกองบัญชาการกองทัพไทย

ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน ตามมาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]

โดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๒ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายในเวลาที่กำหนด กรณีหน่วยงานของรัฐได้ใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ และหากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเพิกเฉยไม่ชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วน หน่วยงานของรัฐอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้ ตามนัยมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ ๑ (๒)

อาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว และพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๘ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และเพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองบัญชาการกองทัพไทยว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยของผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร เป็นที่สุด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

๔.๑ “ส่วนราชการ” หมายความว่า กองบัญชาการกองทัพไทย

๔.๒ “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความรวมถึง ผู้ที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมอบหมายให้มีอำนาจสั่งการหรือกระทำการในนามของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

๔.๓ “ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร” หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารมอบหมาย

๔.๔ “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ในสังกัดส่วนราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำการยึด อายัด เก็บรักษา และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

๔.๕ “เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้อยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันจะต้องชำระเงินแก่ส่วนราชการ ตามนัยมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

๔.๖ “ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงาน

๔.๗ “อายัด” หมายความว่า การสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สิน หรือชำระหนี้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่ให้ส่งมอบหรือชำระหนี้ ต่อส่วนราชการ

๔.๘ “การขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำเอาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

๔.๙ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด และให้รวมถึง ผู้ทอดตลาด

๔.๑๐ “ผู้ทอดตลาด” หมายความว่า ผู้ทำหน้าที่แสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้หรือด้วยกิริยาอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ยึด หรืออายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน

หนังสือแจ้งเตือน คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน คำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน และรายการบัญชีทรัพย์สินที่ยึดให้ใช้ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ตามผนวก ก ถึงผนวก ด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การส่งหนังสือ คำสั่ง หรือประกาศตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้ง

หากระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินใดไว้ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อมีคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ออกคำสั่งมีหนังสือแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินภายในระยะเวลา ๗ วัน โดยให้ระบุด้วยว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้

การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ให้มีระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินแก่ส่วนราชการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้หน่วยงานสังกัดส่วนราชการหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องเสนอเรื่องที่ต้องรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร เพื่อพิจารณาก่อนนำเรียนหัวหน้าส่วนราชการต่อไป

การยึดทรัพย์สิน

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ปฏิบัติตามคำเตือนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้งเตือนตามข้อ ๗ ให้หน่วยขึ้นตรงส่วนราชการที่ได้รับความเสียหายรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร เพื่อแต่งตั้งเจ้าพนักงานดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินและตรวจสอบสถานภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินโดยไม่ชักช้าและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่ ๒ ของหมวดนี้ โดยพิจารณาแต่งตั้งจากนายทหารพระธรรมนูญประจำหน่วยขึ้นตรงส่วนราชการเป็นลำดับแรก หากไม่มีหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้พิจารณาแต่งตั้งจากนายทหารพระธรรมนูญ สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหาร หรือนายทหารสัญญาบัตรของหน่วยงานนั้นตามลำดับ

การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน และตรวจสอบสถานภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

๙.๑ ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย สถานที่ที่เคยย้ายไปดำรงตำแหน่งหรือทำงาน และภูมิลำเนาปัจจุบันด้วย

๙.๒ ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หุ้น หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ โดยประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

๙.๓ สืบหาทรัพย์สินอื่นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในสำนักงาน บ้าน และที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน หรือจากครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้ในความครอบครอง

๙.๔ ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

๙.๕ ตรวจสอบสถานภาพบุคคลของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน โดยประสานกับหน่วยงานของรัฐที่จัดทำฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร และตรวจสอบสถานภาพการถูกบังคับคดีเนื่องจากเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจากกรมบังคับคดี

๙.๖ ดำเนินการอื่นใดเพื่อการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน และตรวจสอบสถานภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล

ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งรายงานผลการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินและตรวจสอบสถานภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแล้วรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการทราบทุกระยะสามเดือน ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ให้รีบดำเนินการรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อมีคำสั่งให้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีล้มละลายต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการตรวจพบหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๙ รายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินต่อหน่วยขึ้นตรงส่วนราชการตามข้อ ๙ พร้อมเสนอรายชื่อบุคคลและตำแหน่งที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินให้หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ไปทำการยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้ยึดทรัพย์สินประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี

กรณีที่เห็นสมควรหัวหน้าส่วนราชการจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่เป็นเจ้าพนักงานตามวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อหัวหน้าส่วนราชการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน คำสั่งให้ยึดทรัพย์สินประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้หน่วยขึ้นตรงส่วนราชการตามข้อ ๙ แจ้งเจ้าพนักงานผู้ได้รับแต่งตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ถ้าในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินได้ระบุเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใด ให้เจ้าพนักงานยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ก่อนดำเนินการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานผู้ไปยึดทรัพย์สินพิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่ และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สิน เช่น ครั่งและตราตีครั่งซึ่งมีลักษณะเป็นเครื่องหมายของส่วนราชการไปด้วย ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานดังกล่าว มีอำนาจแต่งตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เจ้าพนักงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการยึดทรัพย์สินดำเนินการด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ขัดขวางการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีกก็ให้เจ้าพนักงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้ โดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการ คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานยึดทรัพย์สิน และคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน หรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการจะดำเนินการยึดทรัพย์สิน หากกรณีเป็นเรื่องจำเป็นและเห็นสมควร เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะค้นสถานที่ใด ๆ อันเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ทั้งมีอำนาจที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสารหรือแผ่นกระดาษและกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เจ้าพนักงานยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับหนี้ที่ต้องชำระตามคำสั่งยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพ และราคาตกต่ำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้วก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้น มาขายทอดตลาดทั้งหมด

ให้เจ้าพนักงานยึดทรัพย์สินประมาณการค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินก่อนดำเนินการยึดทรัพย์สิน ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เจ้าพนักงานย่อมไม่ยึด หรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานอื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ทั้งนี้ หากทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับ ให้เจ้าพนักงานรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาขอเฉลี่ยทรัพย์สินต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานรีบรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์ไว้ก่อน

เมื่อยึดทรัพย์สินมาแล้วปรากฏในภายหลังว่า ทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่นให้เจ้าพนักงานรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ กรณีจะยึดที่ดิน ให้เจ้าพนักงานผู้ไปยึดทรัพย์สินประสานกับสำนักงานที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรอง เพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้จัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินในรายการยึดที่ดิน และบันทึกภาพที่ดินที่จะยึดให้ปรากฏเห็นอย่างชัดเจน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุก หรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าพนักงานบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร การยึดที่ไร่ นาซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาล จะยึดแต่ที่ดิน ไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติ หรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุก หรือธัญชาติด้วยก็ได้ โดยให้บันทึกรายละเอียดดังกล่าวไว้ในรายงานการยึดทรัพย์สินด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าพนักงานจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรณีทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน จะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าพนักงานเก็บเกี่ยวและเจ้าพนักงานเห็นสมควรจัดการให้ เจ้าพนักงานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึด แล้วจึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานจัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคาใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ ย่อมครอบคลุมไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้เจ้าพนักงานแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว เช่น

๒๘.๑ การยึดสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ก็ให้รวมไว้ แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

๒๘.๒ การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

๒๘.๓ การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์ จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัว หรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอหรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อได้ยึดเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพหรือสัตว์พาหนะ ให้แจ้งการยึดไปยังกรมเจ้าท่า หรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี

กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร อาวุธปืน ให้เจ้าพนักงานแจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขป หากมีพฤติการณ์ หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกว่า อ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อพร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ห้ามยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินดังต่อไปนี้

๓๑.๑ เครื่องนุ่งห่มหลับนอน หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีหัวหน้าส่วนราชการ เห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งระเบียบนี้ก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

๓๑.๒ เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ หรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ หรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพ ซึ่งมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาที่กำหนดดังกล่าว ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อหัวหน้าส่วนราชการขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าว เพื่อพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร

๓๑.๓ วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

๓๑.๔ ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ นั้น อาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้ถ้าจำเป็น แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

๓๑.๕ ทรัพย์สินของกสิกรตามกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร ได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี สัตว์ และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาดน้ำหนัก สภาพและราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้ และบันทึกภาพทรัพย์สินที่ยึดให้ปรากฏเห็นอย่างชัดเจน ตามผนวก ด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว ให้เจ้าพนักงานดำเนินการประเมินราคาทรัพย์สินและรายงานต่อหน่วยขึ้นตรงส่วนราชการที่ได้รับความเสียหายเพื่อพิจารณารายงานหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึด มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบ หรือพิจารณาสั่งการตามข้อ ๓๘ หรือข้อ ๓๙ แล้วแต่กรณี

หากไม่สามารถกระทำการแจ้งตามความในวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึด หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกินเจ็ดวัน

กรณีทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและหรือห้องชุด ให้แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าพนักงานแห่งที่ดินท้องที่ที่มีที่ดินและหรือห้องชุดตั้งอยู่ทราบเพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้รายงานการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่อหัวหน้าส่วนราชการ

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การประเมินราคาที่ดินพึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน คือ

๓๕.๑ ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชนอยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ หากเป็นที่ให้เช่ามีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

๓๕.๒ ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าพนักงานเคยขายทอดตลาดไปแล้ว

๓๕.๓ ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด และที่ดินข้างเคียง

๓๕.๔ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การประเมินราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดิน ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การประเมินราคาทรัพย์สินที่มีการจำนองหรือจำนำ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๓๔ และข้อ ๓๕ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนองหรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ หากหัวหน้าส่วนราชการ เห็นว่าราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เองหรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคา

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท หากมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญพิเศษ หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ให้หัวหน้าส่วนราชการสั่งให้ดำเนินการได้

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน โดยกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ก่อนที่เอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของหัวหน้าส่วนราชการต่อไป เว้นแต่

๔๐.๑ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินตามจำนวนที่เห็นสมควรต่อหัวหน้าส่วนราชการ ณ สถานที่ วันและเวลาที่หัวหน้าส่วนราชการกำหนด เพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวให้หัวหน้าส่วนราชการยกคำร้องขอนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

๔๐.๒ ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ทรัพย์สินที่ยึดไว้แล้วให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่ ณ สถานที่ที่หัวหน้าส่วนราชการกำหนด แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้ายให้มอบแก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ยึดให้บุคคลอื่นดูแลรักษาให้ถือหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

๔๑.๑ ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

๔๑.๒ ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด เมื่อเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินไว้ในความดูแลของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

๔๑.๓ ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๔๑.๑ และข้อ ๔๑.๒ ได้ หัวหน้าส่วนราชการจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด แล้วดำเนินการตามกฎและระเบียบแบบแผนที่ราชการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้ผู้รับรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนก็ดี หรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี หรือผู้ให้เช่าสถานที่รักษาทรัพย์สินก็ดี หรือผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินก็ดี ทำหนังสือสัญญากับหัวหน้าส่วนราชการ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด ให้เจ้าพนักงานรายงานหัวหน้าส่วนราชการทราบ เพื่อร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

การอายัดทรัพย์สิน

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เมื่อเห็นสมควรใช้สิทธิอายัดทรัพย์สินตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้หน่วยขึ้นตรงส่วนราชการที่ได้รับความเสียหายรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแต่งตั้งเจ้าพนักงานดำเนินการและรายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน รวมทั้งตรวจสอบสถานภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน โดยนำหลักเกณฑ์ตามข้อ ๙ แห่งระเบียบนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม และขออนุญาตอายัดทรัพย์สิน เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อหัวหน้าส่วนราชการอนุญาตและมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการต่อไป

ให้เจ้าพนักงานแจ้งคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและบุคคลภายนอกซึ่งต้องส่งมอบเงินหรือสิ่งของนั้นทราบ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เจ้าพนักงานอาจอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบ หรือโอน หรือชำระให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ในการอายัดดังกล่าวเจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ในอันที่จะได้รับส่งมอบ หรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิหรือได้รับชำระเงินเช่นว่านั้น

ให้นำความในหมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน ส่วนที่ ๑ วิธีการยึดทรัพย์สิน มาปฏิบัติกับวิธีการอายัดทรัพย์สินโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ห้ามอายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

๔๘.๑ เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ และเงินรายได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพเป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท หรือตามจำนวนที่หัวหน้าส่วนราชการเห็นสมควร

๔๘.๒ เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น

๔๘.๓ เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงานนอกจากที่กล่าวไว้ในข้อ ๔๘.๒ ที่นายจ้างจ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้นหรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้นเป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท หรือตามจำนวนที่หัวหน้าส่วนราชการ เห็นสมควร

๔๘.๔ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่น เป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่หัวหน้าส่วนราชการเห็นสมควร

ในการกำหนดจำนวนเงินตามข้อ ๔๘.๑ และข้อ ๔๘.๓ ให้หัวหน้าส่วนราชการกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในขณะนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินด้วย

การคัดค้านการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ถ้าบุคคลภายนอกได้รับคำสั่งอายัดปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตนให้เจ้าพนักงานทำการตรวจสอบ หากปรากฏว่าหนี้ที่เรียกร้องมีอยู่จริงให้ออกคำสั่งเตือนให้บุคคลนั้นปฏิบัติตามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนดตามสมควรอีกครั้ง ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้เจ้าพนักงานรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการฟ้องคดีกับบุคคลดังกล่าวให้รับผิดเสมือนหนึ่งบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน รวมทั้งค่าแห่งความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินพร้อมกันไปด้วย

ถ้าไม่มีการคัดค้านการอายัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ได้รับคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน มิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานดำเนินการเช่นเดียวกับที่กล่าวข้างต้น

การจัดการทรัพย์สินที่อายัด

70 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกองบัญชาการกองทัพไทยว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_582c49a788e467ab

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com