法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใช่ผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหาร

พ.ศ. 2562

โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการและสภาวการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดผลดีแก่ทางราชการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใช่ผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหาร พ.ศ. 2562”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2558

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

"กปปช." หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

"สํานักงาน ป.ป.ช." หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

"การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช." หมายความว่า การแต่งตั้งข้าราชการไปดํารงตําแหน่งในสาขา ประเภท สายงาน และระดับเดียวกัน

"ภูมิลําเนา" หมายความว่า บ้านที่เกิดหรือเป็นพื้นเพเดิม ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดอื่นที่มิใช่บ้านเกิดแต่เป็นถิ่นที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นการถาวรมิใช่พักอาศัยชั่วคราว

"ส่วนราชการ" หมายความว่า หน่วยงานภายในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช. ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอํานาจส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

"คู่สมรส" หมายความว่า บุคคลซึ่งอยู่กินกันเช่นสามีและภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายรวมถึงผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอันถือว่าเป็นคู่สมรส

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ประเภทตําแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรมและประเภทตําแหน่งทั่วไป ซึ่งมิใช่ตําแหน่งทางบริหารของสํานักงาน ป.ป.ช.ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การกําหนดตําแหน่งทางบริหารของสํานักงาน ป.ป.ช.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้มีอํานาจสั่งย้ายได้ตามความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

ให้สํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อทําหน้าที่พิจารณาและเสนอความเห็นต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมกร ป.ป.ช. ที่มีลําดับอาวุโสสูงสุด เป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่กํากับดูแลสํานักบริหารทรัพยากรบุคคล จํานวน 1 คน ผู้ตรวจราชการสํานักงาน ป.ป.ช. จํานวน 2 คน และกรรมการอื่นซึ่งแต่งตั้งจากผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหาร จํานวน 1 คน เป็นกรรมการ โดยมีผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ไปแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่ต่ํากว่าเดิมจะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. วาระปกติ ให้ดําเนินการย้ายปีละหนึ่งครั้งเว้นแต่มีเหตุผลความจําเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญ หรือเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการโยกย้ายแต่งตั้งตามกรณีปกติให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดําเนินการได้ตามแต่สถานการณ์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการในส่วนราชการใดจะต้องปฏิบัติราชการในส่วนราชการนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการจึงจะได้รับการพิจารณาย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในส่วนราชการอื่น เว้นแต่มีเหตุจําเป็นอื่นเพื่อประโยชน์ของทางราชการให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ กปปช. พิจารณาเป็นรายกรณี การกะ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีข้าราชการที่รับโอนจะได้รับการพิจารณาย้ายเมื่อได้ดํารงตําแหน่งและสังกัดที่รับโอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการ จึงจะได้รับการพิจารณาย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในส่วนราชการอื่น เว้นแต่มีเหตุจําเป็นอื่นเพื่อประโยชน์ของทางราชการให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ กปปช. พิจารณาเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ไปแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทเดียวกันในสายงานอื่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด เป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรมไปปฏิบัติราชการในจังหวัดที่เป็นภูมิลําเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทํามิได้ เว้นแต่สํานักงานป.ป.ช. ประจําจังหวัดนนทบุรี สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครปฐม สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดปทุมธานี สํานักงาน ป.ป.. ประจําจังหวัดสมุทรปราการ สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสมุทรสาครและสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือกรณีมีเหตุจําเป็นอื่นเพื่อประโยชน์ของทางราชการให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นรายกรณีไป สําหรับกรณีการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติราชการในส่วนราชการเดียวกันกับคู่สมรสให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นรายกรณีไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การยื่นคําร้องขอย้าย

(1) ผู้ประสงค์ขอย้ายสามารถยื่นคําร้องขอย้ายได้เมื่อได้ปฏิบัติราชการในส่วนราชการนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการถึงวันที่ยื่นคําร้องขอย้าย

(2) ผู้ประสงค์ขอย้ายจะต้องยื่นคําร้องขอย้ายตามแบบและวิธีการที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนดโดยกรอกข้อมูลพร้อมเหตุผลความจําเป็นในการขอย้ายและรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้น

(3) เมื่อผู้ประสงค์ขอย้ายยื่นคําร้องขอย้ายและสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลได้รับคําร้องขอย้ายไว้แล้วแต่สํานักงาน ป.ป.ช. ยังมิได้มีคําสั่ง หากผู้ประสงค์ขอย้ายประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคําร้องขอย้าย ให้ยื่นคําขอแจ้งการเปลี่ยนความประสงค์หรือยกเลิกคําร้องขอย้ายพร้อมทั้งเหตุผลความจําเป็นผ่านผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้น และจัดส่งให้สํานักบริหารทรัพยากรบุคคล

(4) การยื่นคําร้องขอย้ายสามารถยื่นได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของแต่ละปี และให้แจ้งส่วนราชการที่ประสงค์จะขอย้ายได้ไม่เกิน 3 แห่ง โดยสํานักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาคําร้องขอย้ายภายในเดือนเมษายนของปีถัดไป คําร้องขอย้ายใดไม่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบการพิจารณานั้นให้ถือเป็นอันยกเลิก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย

(1) การย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ไปแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งใด ให้พิจารณาคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งนั้นตามที่ กปปช. กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่ง

(2) การพิจารณาย้ายให้พิจารณาถึงความรู้ ความสามารถ คุณวุฒิ ประสบการณ์การทํางาน ประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ เหตุผลในการขอย้าย และความเห็นของผู้บังคับบัญชาตามลําดับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าราชการตําแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรม ให้พิจารณาโดยคํานึงถึงความเหมาะสม ศักยภาพในการทํางาน ความประพฤติ การดํารงตน และความสัมพันธ์กับบุคคลในพื้นที่ประกอบด้วย

(3) กรณีผู้ขอย้ายไปตําแหน่งเดียวกันมีจํานวนหลายรายให้พิจารณาประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับและเหตุผลความจําเป็นอื่น ๆ ตามลําดับ

(4) กรณีที่ผู้ขอย้ายมีความประสงค์ขอย้ายไปส่วนราชการอื่นเกินกว่าหนึ่งส่วนราชการให้พิจารณาย้ายไปส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่งตามที่ขอโดยไม่ต้องพิจารณาตามลําดับก็ได้โดยยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นหลักสําคัญ

(5) กรณีข้าราชการสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดชายแดนภาคใต้อันได้แก่สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดยะลา สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดปัตตานี และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนราธิวาส มีความประสงค์ขอย้ายไปส่วนราชการอื่น ให้ได้รับการพิจารณาย้ายเป็นลําดับแรก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการย้ายตามคําขอย้ายหรือตามความประสงค์ไม่ว่ากรณีใดไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามที่กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการและ ระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิทธิอื่น ๆ ตามที่กําหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีมีเหตุผลความจําเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดําเนินการได้ตามแต่สถานการณ์เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช.

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การอันใดซึ่งได้ดําเนินการไปแล้วก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ ให้มีผลสมบูรณ์ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_585b10d74fa200f8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com