法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 30 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง

พุทธศักราช ๒๔๘๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘

และมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

ให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำภูเพ็ก ในท้องที่ตำบลนาหัวบ่อ

อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

อาณัติ อาภาภิรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง

พุทธศักราช ๒๔๘๕

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำภูเพ็ก

ในท้องที่ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน

เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปิติวรรณ/จัดทำ

๑๓ สิงหาคม

๒๕๖๓

อรญา/ตรวจ

๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๕๐/หน้า ๒๑/๑๗ เมษายน ๒๕๓๕

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 30 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_58ab8adc3434d5a5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com