法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงพาณิชย์

ประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง

วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๑๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนดให้บริษัทปฏิบัติการเกี่ยวกับวิธีการเก็บเบี้ยประกันของบริษัทไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

บริษัทต้องออกเอกสารแสดงการรับเงินของบริษัทให้แก่ผู้เอาประกันภัยทันทีเมื่อได้รับชำระเบี้ยประกันภัย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกรณีที่บริษัทได้ตกลงทำสัญญาประกันภัย นอกจากสัญญาคุ้มครองชั่วคราว (Cover Note) กับผู้เอาประกันภัยแล้ว

แต่ยังมิได้รับชำระเบี้ยประกันภัยตามสัญญาประกันภัย ให้บริษัทเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยนั้นโดยมิชักช้า

แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาดังกล่าวต่อไปนี้

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียน

(๑)[๑]

สัญญาประกันภัยที่มีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี

สัญญาประกันภัยระยะสั้นที่มีการชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว

หรือสัญญาประกันภัยที่ต้องมีการปรับปรุงเบี้ยประกันภัยเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย

บริษัทต้องเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยภายในเก้าสิบวัน

นับจากวันที่สัญญาประกันภัยนั้นเริ่มต้นให้ความคุ้มครอง

(๒)[๒]

สัญญาประกันภัยที่มีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายงวด บริษัทต้องเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยงวดแรกภายในเก้าสิบวัน

นับจากวันที่สัญญาประกันภัยนั้นเริ่มต้นให้ความคุ้มครองและงวดต่อ ๆ

ไปไม่เกินเก้าสิบวัน

นับจากวันสุดท้ายของวันที่ถึงกำหนดชำระตามสัญญาประกันภัยของงวดนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อบริษัทได้เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยตามสัญญาประกันภัยในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวในข้อ

๒ แล้วแต่ยังไม่ได้รับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัย

และสัญญาประกันภัยนั้นยังไม่สิ้นสุดลง

ให้บริษัทมีหนังสือบอกเลิกสัญญาประกันภัยนั้นไปยังผู้เอาประกันภัยตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในสามวันทำงานของบริษัทนับแต่วันสุดท้ายของเดือนที่บริษัทต้องเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยในข้อ

๒ ตามแต่กรณี

และให้ส่งสำเนาหนังสือบอกเลิกสัญญาประกันภัยดังกล่าวต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีหนังสือบอกเลิกสัญญานั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

บริษัทจะรับชำระเบี้ยประกันภัยที่เป็นตั๋วเงินได้ก็ต่อเมื่อตั๋วเงินนั้น ๆ

เป็นตั๋วเงินซึ่งพึงชำระเงินเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็นและบริษัทต้องเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับตั๋วเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่บริษัทได้ตั้งหรือมอบหมายให้ตัวแทนประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินเป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยให้บริษัทปฏิบัติการดังนี้

(๑)

จัดทำทะเบียนควบคุมการเก็บเบี้ยประกันภัยของบริษัทตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด

และเมื่อมีเหตุจะต้องลงในทะเบียนดังกล่าว

ให้บริษัทลงรายการที่เกี่ยวกับเหตุนั้นในสมุดทะเบียนไม่ช้ากว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องลงรายการนั้น

(๒)

ออกระเบียบหรือข้อบังคับให้ตัวแทนประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

ส่งเบี้ยประกันภัยที่ได้รับให้แก่บริษัทภายในกำหนดเวลาดังนี้

(ก)

การรับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยที่อยู่ในจังหวัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทหรือสาขาของบริษัทตั้งอยู่

ให้ตัวแทนประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทดังกล่าวส่งเบี้ยประกันภัยต่อสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท

หรือสาขาของบริษัทในจังหวัดนั้นภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับชำระเบี้ยประกันภัย

(ข)

การรับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยที่มิได้อยู่ในจังหวัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทหรือสาขาของบริษัทตั้งอยู่

ให้ตัวแทนประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทดังกล่าวส่งเบี้ยประกันภัยต่อสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท

หรือสาขาของบริษัท ณ แห่งใดก็ได้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับชำระเบี้ยประกันภัย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่ตัวแทนประกันวินาศภัยหรือพนักงานของบริษัทซึ่งได้รับการตั้งหรือมอบหมายจากบริษัทให้เป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัย

ไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับที่บริษัทกำหนดให้ส่งเบี้ยประกันภัยที่ได้รับไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อ

๕ (๒)

ให้บริษัทมีหนังสือบอกเลิกการตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยนั้นเสีย

และให้บริษัทส่งสำเนาหนังสือบอกเลิกการตั้งหรือมอบหมายดังกล่าวแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีหนังสือบอกเลิกนั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้บริษัทส่งรายชื่อตัวแทนประกันวินาศภัยและพนักงานของบริษัทซึ่งได้รับการตั้งหรือมอบหมายจากบริษัทให้เป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยในแต่ละจังหวัดต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่บริษัทตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้

ให้รวมถึงการบอกเลิกการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัย

หรือย้ายจังหวัดสำหรับบุคคลดังกล่าวนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ความในข้อ ๒ มิให้นำมาใช้บังคับบริษัทสำหรับกรณี ดังนี้

(๑)

การทำสัญญาประกันภัยกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่างประเทศ

(๒)

การประกันภัยทางทะเล

(๓)

การประกันต่อ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๓]

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๒

อบ วสุรัตน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย (ฉบับที่ ๒)[๔]

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๗

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๑๓ มกราคม ๒๕๕๙

[๑] ข้อ ๒ (๑)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย (ฉบับที่ ๒)

[๒] ข้อ ๒ (๒)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๑๙๗/ฉบับพิเศษ หน้า

๑๔/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๒

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๑๙๐/หน้า ๑๐๙๓๖/๓๑

ตุลาคม ๒๕๓๔

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง วิธีเก็บเบี้ยประกันภัย (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_59034b663f5116ba

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com